Skip to content

ทรัมป์ซื้อกรีนแลนด์ได้ ? เมื่อ ‘ตลาดดินแดนอธิปไตย’ เงียบหาย

26 ธ.ค. 2567 | 14:45น.
ทรัมป์ซื้อกรีนแลนด์ได้ ? เมื่อ ‘ตลาดดินแดนอธิปไตย’ เงียบหาย

โดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐแสดงความสนใจที่จะซื้อกรีนแลนด์ (Greenland) อีกครั้ง ซึ่งเป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดในโลกและเป็นดินแดนปกครองตนเองของเดนมาร์ก ขนาดใหญ่กว่าเม็กซิโกและซาอุดีอาระเบีย แม้นายมูเต เอเกเด (Mute Egede) นายกรัฐมนตรีกรีนแลนด์ยืนยันว่า เกาะแห่งนี้ไม่เคยมีไว้เพื่อขายใคร

เมื่อสัก 100 ปีก่อน การซื้อในลักษณะนี้ไม่ใช่สิ่งที่ไม่ปกติ ก่อนการซื้ออะแลสกาในปี 1867 สหรัฐได้ซื้อดินแดนหลุยเซียนาจากฝรั่งเศสในราคา 15 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 500 ล้านบาท) ในปี 1803 ซึ่งมีพื้นที่ราว 2.3 ล้านตารางกิโลเมตร

แม้แต่เดนมาร์กก็มีกรณีตัวอย่างด้วย รัฐบาลเดนมาร์กขายดินแดนที่ปัจจุบันเรียกว่าหมู่เกาะเวอร์จินของสหรัฐอเมริกาในปี 1917 และจริง ๆ แล้วยังมีเกาะอื่น ๆ อีกตั้งมากมายที่ขายได้ แต่เกาะเหล่านี้มักจะมีขนาดเล็กกว่าและตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มีภูมิอากาศอบอุ่นกว่ากรีนแลนด์

โจเซฟ บลอเกอร์ (Joseph Blocher) จากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยดุ๊ก (Duke University) เขียนไว้ในปี 2014 ว่า ตลาดสำหรับดินแดนอธิปไตยดูเหมือนจะค่อย ๆ หายไป

อาจารย์บลอเกอร์ระบุว่า แน่นอนว่าตลาดทั้งหมด โดยเฉพาะอย่างยิ่งตลาดที่เกี่ยวข้องกับสินค้าและตัวแสดง “สาธารณะ” อยู่ภายใต้ข้อจำกัดและระเบียบข้อบังคับ และในแง่นี้ ตลาดสำหรับพรมแดนของรัฐก็ไม่แตกต่างกัน ซึ่งมีข้อจำกัดอย่างน้อยสามประเภทที่อาจทำให้ตลาดนี้ไม่คึกคัก ได้แก่ รัฐธรรมนูญ การเมือง-เศรษฐกิจ และจริยธรรม

ศาสตราจารย์รัสมุส ลีนเดอร์ นีลสัน (Rasmus Leander Nielsen) จากมหาวิทยาลัยกรีนแลนด์กล่าวกับสื่อท้องถิ่นว่า เดนมาร์กไม่สามารถขายกรีนแลนด์ได้ เนื่องจากกฎหมายปกครองตนเองในปี 2009 ของเดนมาร์ก ระบุอย่างชัดเจนว่า ชาวกรีนแลนด์คือประชาชนของเดนมาร์กเอง ดังนั้น ความหวังที่ดีที่สุดของทรัมป์คือให้กรีนแลนด์ได้รับเอกราชก่อนแล้วจึงตัดสินใจจัดการขายให้กับสหรัฐ

ราคากรีนแลนด์เท่าไร เนื่องจากในปัจจุบันเกาะกรีนแลนด์ที่มีขนาด 2.1 ล้านตารางกิโลเมตรไม่ได้มีไว้ขาย หรือยังไม่ได้อยู่ในตลาด จึงยังไม่มีการประเมินราคาแต่อย่างใด

อย่างไรก็ตาม เพื่อให้เข้าใจว่าดินแดนดังกล่าวจะขายได้ราคามากแค่ไหน จึงควรคิดคำนวณด้วยว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ หรือจีดีพีของเกาะดังกล่าวมีมูลค่ารวมกว่า 3.2 พันล้านดอลลาร์ (ราว 1 แสนล้านบาท) ในปี 2021 ตามข้อมูลของธนาคารโลก และเกาะแห่งนี้ได้รับเงินอุดหนุนประจำปีราว 600 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 20,000 ล้านบาท) จากประเทศเดนมาร์ก

และเพื่อให้มองเห็นภาพ ราคาซื้ออะแลสกาในปี 1867 ซึ่งอยู่ที่ 7.2 ล้านดอลลาร์ จะแปลงเป็นมูลค่ากว่า 150 ล้านดอลลาร์ในปัจจุบัน (ราว 5,100 ล้านบาท) ซึ่งหลายคนเห็นด้วยว่าถือเป็นราคาที่ถูกมาก

สหรัฐในแบบที่เรารู้จักนั้น เกิดจากการขายที่ดิน ทั้งการซื้อหลุยเซียนา การซื้ออะแลสกา และสนธิสัญญากัวดาลูเปฮิดัลโก หลังสงครามสหรัฐกับเม็กซิโกยุติลงในปี 1848 เม็กซิโกยอมยกดินแดน 55 เปอร์เซ็นต์ของประเทศ (ปัจจุบันคือรัฐแคลิฟอร์เนีย เนวาดา ยูทาห์ นิวเม็กซิโก พื้นที่ส่วนใหญ่ของรัฐแอริโซนา เป็นต้น) ทั้งหมดนี้รวมกันแล้วคิดเป็นพื้นที่มากกว่าครึ่งหนึ่งของประเทศสหรัฐ

ทรัมป์คงทราบดีว่าผู้นำสหรัฐคนอื่น ๆ ก็เคยฝากผลงานไว้ในประวัติศาสตร์จากแนวคิดอันยิ่งใหญ่เช่นนี้มาแล้ว เช่น แอนดรูว์ จอห์นสัน ประธานาธิบดีที่ทำหน้าที่กำกับดูแลการเข้าซื้ออะแลสกาจากรัสเซียในปี 1867

เมื่อทรัมป์เสนอให้ซื้อกรีนแลนด์ในปี 2019 เขาเสนอว่าเป็นข้อตกลงอสังหาริมทรัพย์ครั้งใหญ่ ที่อาจช่วยบรรเทาภาระการเงินของเดนมาร์กได้ และสำหรับข้อโต้แย้งหลักในครั้งนี้คือ การที่สหรัฐยึดครองเกาะนี้มีความสำคัญต่อความมั่นคงของชาติ

นอกจากจะมีขนาดใหญ่กว่าเม็กซิโกและซาอุดีอาระเบียแล้ว กรีนแลนด์ยังมีทำเลที่ตั้งเชิงยุทธศาสตร์ที่ทอดตัวขวางมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือและอาร์กติก ซึ่งเป็นภูมิภาคที่มีแร่ธาตุสำคัญและเชื้อเพลิงฟอสซิลจำนวนมากที่สหรัฐ รัสเซีย และจีนต้องการ นอกจากนี้ กรีนแลนด์ยังเป็นที่ตั้งของฐานทัพอากาศทางเหนือสุดของสหรัฐและสถานีเรดาร์ที่ใช้ตรวจจับภัยคุกคามจากขีปนาวุธและเฝ้าติดตามอวกาศของสหรัฐด้วย

 

อ้างอิง :

Bloomberg

Reuters