Skip to content

พัทลุง ศึก อบจ.เดือด 5 ทีม “บ้านใหญ่ชนบ้านใหญ่”

03 ม.ค. 2568 | 13:39น.
พัทลุง ศึก อบจ.เดือด 5 ทีม “บ้านใหญ่ชนบ้านใหญ่”

พัทลุง ศึก อบจ. 5 ทีม “บ้านใหญ่ชนบ้านใหญ่” ผสมโรงบ้านเล็ก งัด “โมเดลนครศรีฯ” นำร่องหาเสียง

การเปิดรับสมัครชิงนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (นายก อบจ.) และสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดพัทลุง (ส.อบจ.) ตั้งแต่วันที่ 23 ธันวาคม จนถึงวันที่ 27 ธันวาคม 2567 ณ หอประชุมศาลา จ.พัทลุง และจะไปเลือกตั้งวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2568

ปรากฏว่า ไม่ได้เงียบเหงา ตั้งแต่เปิดรับสมัครเลือกตั้งเพียงวันแรก มีผู้มาลงสมัครนายก อบจ.วันเดียวถึง 3 ทีม และแต่ละทีมมีกองเชียร์แห่กันมาคึกคัก และวันต่อ ๆ มา มีผู้มาลงสมัครต่อเนื่อง รวมแล้วถึง 5 ทีม รวมกับ ส.อบจ.แล้วถึง 82 คน

โดยผู้สมัครนายก อบจ. 5 ทีม เริ่มจากนายกู้ชาติ ชายเกตุ อดีต ส.อบจ.พัทลุง เบอร์ 1 ผู้สมัครอิสระ

นายประสิทธิ์ชัย หนูนวล ทีมคนสร้างเมือง เบอร์ 2 เป็นนักเคลื่อนไหวทางสังคมของภาคใต้ โดยรวมพลทีมกลุ่มอนุรักษ์เขา ป่า นา เล และเป็นกลุ่มที่เคลื่อนไหวรณรงค์เรื่องขุดลอกคลอง เรื่องการบริหารจัดการน้ำจนเป็นที่นิยมของชาวพัทลุง

นายวิสุทธิ์ ธรรมเพชร หัวหน้าทีมพลังพัทลุง เบอร์ 3 ซึ่งคว้าแชมป์นายก อบจ. 2 สมัย และรองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ

นายโปรดปราน โต๊ะราหนี หัวหน้ากลุ่มพัทลุงรุ่งเรือง เบอร์ 4 เป็นอดีต สส.บัญชีรายชื่อ พรรครักประเทศไทย

นายสาโรจน์ สามารถ หัวหน้ากลุ่มรักพัทลุง เบอร์ 5 เป็นอดีตรองนายก อบจ.พัทลุง และอดีตผู้ช่วยเลขานุการ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง อดีตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

ในส่วนของผู้สมัคร ส.อบจ.พัทลุง 30 เขต ในกลุ่มพลังพัทลุง ได้ส่งผู้สมัคร 29 เขต ส่วนกลุ่มคนสร้างเมือง ได้ส่งผู้สมัคร สจ. จำนวน 3 คน โดยลงสมัคร อ.ศรีบรรพต 1 คน และพื้นที่ อ.ควนขนุน 2 คน ในขณะที่พรรคประชาชนได้ส่งผู้สมัคร สจ.พัทลุง จำนวน 4 คน อ.เมืองพัทลุง 2 คน อ.บางแก้ว 1 คน และ อ.กงหรา 1 คน ไม่ได้ส่งผู้สมัครนายก อบจ.

ขณะที่ทีมรักพัทลุง ก็ส่ง ส.อบจ.รวม 30 เขต ซึ่งรวมผู้สมัคร ส.อบจ. ประมาณ 82 คน

ทางด้านแหล่งข่าวจากแวดวงการเมืองท้องถิ่นกล่าวว่า กูรูแฟนคลับการเมืองต่างมองว่า นายสาโรจน์ เบอร์ 5 พร้อมทีมผู้บริหารนั้น มีนายประเสริฐ ดำสุด หรือ สจ.เด๊ะ อดีตประธานสภา อบจ. และปัจจุบันผู้ช่วย สส.ร่มธรรม ขำนุรักษ์ สส.ปชป.เขต 3 และนายเกษมศักดิ์ เส้งสุ่น หรือ สจ.บี ได้มีกองหนุนใหญ่ คือ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ซึ่งเป็นสามี นางนาที รัชกิจประการ อดีต สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย บ้านใหญ่ จ.พัทลุง ที่เป็นกองหนุนร่วม

ส่งผลสนามแห่งนี้จะเป็นการแข่งขันที่เข้มข้นระหว่างบ้านใหญ่ต่อบ้านใหญ่ ระหว่างบ้านใหญ่ธรรมเพชร เจ้าของแชมป์ นายวิสุทธิ์ ธรรมเพชร ทีมพลังพัทลุง อดีตนายก อบจ. 2 สมัย กับบ้านใหญ่สายนาที รัชกิจประการ ส่วนนอกนั้นเหลืออีก 3 ทีม ต่างเป็นบ้านเล็ก

“เฝ้ามองกันอย่ากะพริบตาทีเดียวกับบ้านเล็กอย่างนายโปรดปราน โต๊ะราหนี ทั้งนายกู้ชาติ ชายเกตุ และนายประสิทธิ์ หนูนวล แต่ละทีมล้วนมีมือการเมือง และมืองานมวลชนระดับชาติลงมาช่วยหาเสียง ดังนั้น สนามการแข่งขัน อบจ.พัทลุง จะมีความเข้มข้นไม่ต่างกับสนาม อบจ.นครศรีธรรมราชที่ผ่านมา ที่ อบจ.สายน้ำเงินสามารถล้มแชมป์กลุ่มสะตอไปได้” แหล่งข่าวกล่าว

สำหรับการเคลื่อนไหวรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง ทางแหล่งข่าวหลายสายระบุว่า ขณะนี้มีความเข้มข้นมากทั้งบ้านใหญ่และบ้านเล็ก ต่างเปิดปราศรัยย่อย และต่างใช้โซเชียลมีเดียเป็นกระบอกเสียง โดยเฉพาะการหาเสียงผ่านติ๊กต๊อกกันอย่างคึกคักกว้างขวาง

พร้อมทั้งดึงผู้นำในหมู่บ้าน ตามกลุ่มก้อนในตรอกซอกซอย เดินเก็บแต้มสะสมไว้ในสต๊อกโดยใช้กลยุทธ์รุกเร็ว เมื่อคราวถึงโค้งสุดท้ายจะมีการปล่อยกระสุน เปิดก๊อกท่อน้ำเลี้ยง

นายทศพล ขวัญรอด ประธานกลุ่มภาคีเครือข่ายชาวสวนยางพาราและสวนปาล์มน้ำมันแห่งประเทศไทย (คยปท.) เปิดเผยว่า การเลือกตั้งนายก อบจ.นครศรีธรรมราช ที่ผ่านมาสามารถเอาชนะคู่แข่งขันได้ ประกอบด้วยหลายปัจจัย เช่น นโยบายตรงกับความต้องการของประชาชนในพื้นที่, การประกาศในทุกสนามเลือกตั้งว่าจะไม่ซื้อเสียง การรณรงค์หาเสียงด้วยจุดขาย รวมถึงการชิงลาออกจากตำแหน่งนายก อบจ.ก่อน 4 เดือน ถือว่าเป็นจุดผกผันที่สำคัญ

เดินตามรอยคนเมืองคอนไม่ซื้อเสียง

โดยเฉพาะพื้นที่ย่านเขตเศรษฐกิจในหัวเมืองใหญ่ เช่น อ.ทุ่งสง อ.เมือง ฯลฯ ต่างไม่มีการซื้อขายคะแนนกัน เพราะคนที่อาศัยอยู่ในเมืองต่างตื่นตัว

แหล่งข่าวจากจังหวัดพัทลุงเปิดเผยว่า เหตุผลที่มีการเปิดตัวผู้สมัคร ส.อบจ. และนายก อบจ.กันหลายทีม นัยจะมาจากปัจจัยโมเดลนครศรีธรรมราชเป็นประการสำคัญ ซึ่งมีนโยบายการรณรงค์การเลือกตั้งโดยไม่ซื้อเสียง และมีการประกาศไปทุกสนาม จึงมีผู้สมัครน้ำดีเป็นจำนวนมาก ที่อาสามาลงสมัครเลือกตั้ง

ทางด้าน ดร.สมบัติ ชนะสิทธิ์ อดีตที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และอดีตนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลแม่ขรี อ.ตะโหมด จ.พัทลุง เปิดเผยว่า ขณะนี้การเมืองเล็กระดับท้องถิ่นเริ่มเปิดฤดูกาลอย่างเข้มข้น ทราบว่ามีผู้สมัครนายก อบจ.บางทีมของจังหวัดพัทลุง ได้นำโมเดลของผู้สมัครนายก อบจ.นครศรีธรรมราช ที่ประกาศไม่ซื้อเสียงมาใช้ เพราะเป็นแนวทางที่ผู้สมัครนายก อบจ.นครศรีธรรมราช สามารถเอาชนะคู่แข่งขันแชมป์เก่าบ้านใหญ่ได้

“การเมืองจะต้องแข่งขันกันด้วยนโยบาย ภาวะผู้นำ รู้จักการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าภาวะวิกฤตได้ และนโยบายจะต้องจับต้องได้ สำหรับนโยบายการไม่ซื้อเสียงในการเลือกตั้ง ถือเป็นนโยบายที่ดีมาก หากเห็นผลเป็นรูปธรรมจะทำให้มีคนจำนวนมากที่มีจิตวิญญาณอาสา ลงมาสมัครการเมืองท้องถิ่น

ทุกวันนี้เมื่อจะมีการลงเลือกตั้ง จะถูกถามว่ามีเงินจำนวนเท่าใด และเมื่อมีการลงทุนต้องมีการถอนทุนคืน หากการเมืองดี จะได้คนดีที่มีภาวะผู้นำมาทำงาน สังคมจะดีตามมา โดยนโยบายดีต้องปฏิบัติได้จริง สามารถสนองตอบต่อประชาชนในท้องถิ่น และประเทศชาติจะเกิดความเข้มแข็งดร.สมบัติกล่าว

นายกู้ชาติ ชายเกตุ
นายประสิทธิ์ชัย หนูนวล
นายวิสุทธิ์ ธรรมเพชร
นายโปรดปราน โต๊ะราหนี
นายสาโรจน์ สามารถ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ศึก อบจ.