เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
จับตา ครม.ถกจัดทัพ บิ๊ก ขรก.เศรษฐกิจ-ตั้งโฆษกรัฐบาลคนใหม่-ร่าง กม.หนุนสตาร์ทอัพ
Politics จับตา ครม.ถกจัดทัพ บิ๊ก ขรก.เศรษฐกิจ-ตั้งโฆษกรัฐบาลคนใหม่-ร่าง กม.หนุนสตาร์ทอัพ
ปฏิรูประบบราชการ: ลดความสูญเปล่า เพิ่มคุณค่าทุกบาทของงบประมาณ
News ปฏิรูประบบราชการ: ลดความสูญเปล่า เพิ่มคุณค่าทุกบาทของงบประมาณ
บิ๊กเนมขยับรับ PDP 2026 ลุยพลังงานสะอาด-ดาต้าเซ็นเตอร์
Economic บิ๊กเนมขยับรับ PDP 2026 ลุยพลังงานสะอาด-ดาต้าเซ็นเตอร์
ส.อ.ท. ดัน MiT สู่ Buy Thai เป้าหมายขาย 2 แสนล้าน
Economic ส.อ.ท. ดัน MiT สู่ Buy Thai เป้าหมายขาย 2 แสนล้าน
SNNP แจ้งไฟไหม้โกดัง-อาคารผลิต คาดไม่กระทบรายได้ มีสต๊อก 1 เดือน
Business SNNP แจ้งไฟไหม้โกดัง-อาคารผลิต คาดไม่กระทบรายได้ มีสต๊อก 1 เดือน
148 วาระค้าง กสทช. สภาผู้บริโภคจี้ปลดล็อก ห่วงกระทบเศรษฐกิจดิจิทัล
News 148 วาระค้าง กสทช. สภาผู้บริโภคจี้ปลดล็อก ห่วงกระทบเศรษฐกิจดิจิทัล
เปิดโปรเจ็กต์ “ดาต้าเซ็นเตอร์ บางนา” สร้างบนทำเลทอง ติด BTS อุดมสุข
Tech เปิดโปรเจ็กต์ “ดาต้าเซ็นเตอร์ บางนา” สร้างบนทำเลทอง ติด BTS อุดมสุข
มติผู้ถือหุ้น BANPU ไฟเขียวจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.40 บาทต่อหุ้น ดีเดย์ 25 ก.ย.นี้
Finance มติผู้ถือหุ้น BANPU ไฟเขียวจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.40 บาทต่อหุ้น ดีเดย์ 25 ก.ย.นี้
ธุรกิจประกันภัยไทย เผชิญความเสี่ยงใหม่ กระทบโครงสร้าง คปภ.เร่งยกระดับกำกับ
Finance ธุรกิจประกันภัยไทย เผชิญความเสี่ยงใหม่ กระทบโครงสร้าง คปภ.เร่งยกระดับกำกับ
โปรดเกล้าฯ ‘นายกฯ’ เป็นผู้แทนพระองค์ ร่วมพระราชพิธีพระบรมศพกษัตริย์นอร์เวย์
Uncategorized โปรดเกล้าฯ ‘นายกฯ’ เป็นผู้แทนพระองค์ ร่วมพระราชพิธีพระบรมศพกษัตริย์นอร์เวย์
ดูทั้งหมด

ค่าเงินดอลลาร์ปรับตัวแข็งค่ารับปีใหม่ คาดนโยบายทรัมป์ยังคงหนุนเงินเฟ้อ

03 ม.ค. 2568 | 19:05น.
รายงาน

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพรายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวของตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันที่ 30 ธันวาคม 2567-3 มกราคม 2568 ค่าเงินบาทเปิดตลาดวันจันทร์ (30/12) ที่ระดับ 33.99/34.01 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (27/12) ที่ระดับ 34.09/11 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ โดยในช่วงสัปดาห์ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวขึ้นลงในกรอบเดิม ทั้งนี้ ปริมาณธุรกรรมซื้อขายเป็นไปอย่างเบาบาง เนื่องจากบริษัทเอกชนหลายแห่งต่างทยอยหยุดในช่วงเทศกาลปีใหม่

อย่างไรก็ดี ค่าเงินบาทปรับตัวอ่อนค่าจากการฟื้นตัวของดอลลาร์สหรัฐ ในช่วงปลายสัปดาห์หลังเปิดตลาดในช่วงปีใหม่ โดยได้รับแรงหนุนจากการคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะชะลอการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปี 2568 เนื่องจากเงินเฟ้อยังคงสูงกว่าเป้าหมายของเฟด ประกอบกับแรงกดดันเงินเฟ้อจากนโยบายของรัฐบาลชุดใหม่ภายใต้การนำของโดนัลด์ ทรัมป์

โดยนักวิเคราะห์มองว่า นโยบายของว่าที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ทั้งการขึ้นภาษีนำเข้า การคุมเข้มการเข้าเมือง และการลดกฎเกณฑ์ควบคุมธุรกิจ น่าจะกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐให้โตขึ้น แต่ก็อาจทำให้เงินเฟ้อปรับตัวสูงขึ้นเช่นกัน ซึ่งจะยิ่งหนุนให้ดอลลาร์สหรัฐปรับตัวแข็งค่าต่อไป แม้อาจมีความผันผวนบ้างจากการแทรกแซงของญี่ปุ่นหรือการเปลี่ยนนโยบายของธนาคารกลางยุโรป (ECB)

ประกอบกับ ข้อมูลเศรษฐกิจที่มีการเปิดเผยของสหรัฐในช่วงปลายสัปดาห์นี้ยังออกมาดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์หลายรายการ ได้แก่ ดัชนีการทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขาย (pending home sales) เพิ่มขึ้น 2.2% ในเดือน พ.ย.เมื่อเทียบรายเดือน สู่ระดับ 79.0 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือน ก.พ. 2566 และเป็นการปรับตัวขึ้นติดต่อกันเป็นเดือนที่ 4 ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าเพิ่มขึ้นเพียง 0.9% หลังจากเพิ่มขึ้น 1.8% ในเดือน ต.ค. และเมื่อเทียบรายปี ดัชนีเพิ่มขึ้น 6.9% ในเดือน พ.ย.

นอกจากนี้ กระทรวงแรงงานสหรัฐ เปิดเผยตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกลดลง 9,000 ราย สู่ระดับ 211,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือน มี.ค. 2567 และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 222,000 ราย ส่วนตัวเลขผู้ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานอย่างต่อเนื่อง ลดลง 52,000 รายสู่ระดับ 1.84 ล้านราย และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 1.89 ล้านราย ซึ่งข้อมูลดังกล่าวสนับสนุนมุมมองที่ว่าตลาดแรงงานของสหรัฐ ยังคงแข็งแกร่ง และเพิ่มน้ำหนักของความเป็นไปได้ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับเดิมในการประชุมวันที่ 30-31 มกราคมนี้

อย่างไรก็ดีเอสแอนด์พี โกลบอล เปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตขั้นสุดท้ายของสหรัฐ ปรับตัวลงสู่ระดับ 49.4 ในเดือน ธ.ค. จากระดับ 49.7 ในเดือน พ.ย. แต่สูงกว่าตัวเลขเบื้องต้นที่ระดับ 48.3 ทั้งนี้ ดัชนี PMI ยังคงปรับตัวต่ำกว่าระดับ 50 ซึ่งบ่งขี้ภาวะหดตัวของภาคการผลิตสหรัฐ โดยเป็นการหดตัวติดต่อกันเป็นเดือนที่ 6 อย่างไรก็ดีนักลงทุนจับตาการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐ หลายรายการในสัปดาห์หน้า ซึ่งรวมถึงตัวเลขการเปิดรับสมัครงานและอัตราการหมุนเวียนของแรงงาน (JOLTS), ตัวเลขจ้างงานภาคเอกชนเดือน ธ.ค. จาก ADP และตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตร เพื่อประเมินแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยของเฟดในปี 2568

สำหรับปัจจัยภายในประเทศ ธนาคารแห่งประเทสไทย (ธปท.) เปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจโดยรวม เดือน ธ.ค. 67 อยู่ที่ระดับ 48.4 ลดลงเล็กน้อยจาก 49.3 ในเดือน พ.ย. 67 โดยภาพรวมดัชนี กลับมาอยู่ในทิศทางที่ดีขึ้นในไตรมาสสุดท้ายหลังจากที่ลดลงต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี 66 จากการฟื้นตัวของภาคที่ไม่ใช่การผลิตเป็นสำคัญ ซึ่งปรับเพิ่มขึ้นในเกือบทุกหมวดธุรกิจ โดยเฉพาะกลุ่มเกี่ยวกับการท่องเที่ยว อาทิ กลุ่มโรงแรม และร้านอาหาร และกลุ่มขนส่งผู้โดยสารที่ความเชื่อมั่นปรับเพิ่มขึ้นมากตามจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ อาทิ สหภาพยุโรป และสหรัฐ ที่เพิ่มขึ้นในช่วงปลายปี

ด้านนายสรวงศ์ เทียนทอง รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยผลการประเมินจำนวนนักท่องเที่ยว เบื้องต้นพบว่า ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-29 ธ.ค. 67 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาสะสมแล้วกว่า 35 ล้านคน สำหรับในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมานักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาแตะระดับเก้าแสนคนต่อสัปดาห์ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2563 แสดงให้เห็นว่าประเทศไทยเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมจากทั่วโลก ทั้งนี้ในช่วงระหว่างสัปดาห์นี้ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 33.89-34.50 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดในวันศุกร์ (3/1) ที่ระดับ 34.48/49 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

Advertisement

สำหรับความเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร เปิดตลาดวันจันทร์ (30/12) ที่ระดับ 1.0428/29 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (27/12) ที่ระดับ 1.0416/17 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร อย่างไรก็ดีค่าเงินยูโรปรับตัวอ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่องสู่ระดับ 1.0223 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือน พ.ย. 2565 หรือในรอบกว่า 2 ปี โดยได้แรงกดดันจากการคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางยุโรป (ECB) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยเร็วกว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในปีนี้ เนื่องจากอัตราเงินเฟ้อในยูโรโซนกำลังปรับตัวลงสู่เป้าหมายของ ECB

นอกจากนี้ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตขั้นสุดท้ายของยูโรโซนจาก HCOB ที่จัดทำโดยเอสแอนด์พี โกลบอล (S&P Global) ปรับตัวลดลงอยู่ที่ 45.1 ในเดือน ธ.ค. ต่ำกว่าตัวเลข 45.2 ในเดือน พ.ย.เล็กน้อย และยังคงอยู่ต่ำกว่าระดับ 50 มาตั้งแต่กลางปี 2565 ขณะที่ภาคการผลิตของเยอรมนีปิดท้ายปี 2567 ยังคงย่ำแย่โดยผลผลิตและคำสั่งซื้อใหม่ลดลงอย่างรุนแรง เป็นสัญญาณชี้ชัดว่าภาคอุตสาหกรรมของประเทศเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดในยุโรปยังคงจมอยู่ในภาวะถดถอยต่อไปอีกระยะ

ทั้งนี้ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตขั้นสุดท้ายของเยอรมนีจาก HCOB ที่จัดทำโดยเอสแอนด์พี โกลบอล (S&P Global) ร่วงลงสู่ระดับ 42.5 ในเดือน ธ.ค. จาก 43.0 ในเดือน ต.ค. และ พ.ย. สอดคล้องกับตัวเลขประมาณการเบื้องต้น โดยในช่วงระหว่างสัปดาห์นี้ค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.0223-1.0458 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดในวันศุกร์ (3/1) ที่ระดับ 1.0282/84 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดวันจันทร์ (30/12) ที่ระดับ 157.95/96 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (27/12) ที่ระดับ 157.82/84 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ค่าเงินเยนยังคงเคลื่อนไหวในทิศทางอ่อนค่า หลังจากที่ BOJ คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 0.25% ในการประชุมเดือนธันวาคม

อย่างไรก็ดี สำนักข่าวเกียวโดเปิดเผยผลสำรวจในวันนี้ (3/1) ระบุว่าเกือบ 80% ของบริษัทขนาดใหญ่ในญี่ปุ่นคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจภายในประเทศจะขยายตัวต่อเนื่องในปี 2568 และยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อความคืบหน้าของการปรับขึ้นค่าจ้างและการฟื้นตัวด้านการใช้จ่ายของผู้บริโภค ทั้งนี้ในการสำรวจบริษัทญี่ปุ่นจำนวน 114 แห่งในช่วงปลายเดือน พ.ย. ถึงกลางเดือน ธ.ค. 2567 พบว่า 78% ของบริษัทที่เข้าร่วมการสำรวจคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจญี่ปุ่นจะขยายตัวในระดับปานกลาง เทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้วที่พบว่ามีบริษัท 73% คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจจะขยายตัวปานกลาง

โดยเหตุผลที่มักถูกอ้างถึงมากที่สุดคือการฟื้นตัวของการอุปโภคบริโภคซึ่งอยู่ที่ 88% และเหตุผลรองลงมาคือค่าแรงที่เพิ่มขึ้น ซึ่งมีผู้เลือกตอบ 81% ทั้งนี้ในช่วงระหว่างสัปดาห์ค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 156.00-158.07 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดในวันศุกร์ (3/1) ที่ระดับ 157.33/34 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ