ภูมิธรรมสั่งทบทวนยุทธศาสตร์แก้ปัญหาชายแดนใต้ หลัง 20 ปีไฟใต้ไม่ดับ ถามคุยถูกคนหรือไม่-เชื่อ ’ทักษิณ‘ นั่งที่ปรึกษาประธานอาเซียน ทิศทางดีขึ้น หวังชายแดน 2 ประเทศสงบ ทำให้เศรษฐกิจพัฒนา
นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์ฉุกเฉินครั้งที่ 1/2568 ว่าที่ประชุมเห็นชอบให้ยกเลิกการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ในพื้นที่อำเภอยะหา จังหวัดยะลา ออกจากพื้นที่ที่มีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง จึงทำให้เดิมมีการประกาศในพื้นที่ 33 อำเภอ ขณะนี้เหลือ 17 อำเภอ
แต่วันนี้ได้มีการตั้งคำถามว่า ที่ทำอยู่เดินมาถูกทางแล้วหรือไม่ เพราะเกี่ยวพันกับการทำงานด้านอื่น ทั้งเรื่องความมั่นคงที่ยังเผชิญกับสถานการณ์ความรุนแรง ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยทั้งประชาชนและเจ้าหน้าที่ หากสามารถแก้ไขปัญหาได้ดีขึ้นก็เป็นผลบวก แต่ตนได้ฝากเป็นคำถาม ซึ่งจะต้องได้คำตอบภายใน 1 เดือน คือวิธีการและยุทธศาสตร์ในการทำงาน เพื่อกำหนดเป้าหมายทั้งหมด ว่ามาถูกต้องและถูกทางแล้วหรือไม่ ซึ่งได้ให้โจทย์ไปหลายข้อ เพื่อให้กลับไปช่วยกันคิด เพราะเหตุการณ์เกิดขึ้นมากกว่า 20 ปีแล้ว แต่ไม่ได้เป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้นอย่างที่ควรจะเป็น หากไม่มีการทบทวนหรือประเมินก็จะเป็นอยู่แบบเดิม
ซึ่งสั่งให้ไปดูยุทธศาสตร์การทำงานในพื้นที่ว่าควรจะเป็นอย่างไร รวมถึงการตั้งหัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุขชายแดนภาคใต้ เพราะตนได้ย้ำว่ายุทธศาสตร์ต้องชัด ถึงจะกำหนดยุทธวิธีในการขจัดปัญหา และกลุ่มบุคคลที่จะเข้ามาดำเนินการ ภายในเดือนมกราคม ทางเลขาฯ สมช. นายฉัตรชัย บางชวด รับปากจะไปดำเนินการหาข้อสรุป และได้บอกว่าไม่ต้องเกรงใจกัน อีกทั้งอยากให้ทาง สมช.ได้ฟังหน่วยปฏิบัติในพื้นที่ หากตรงไหนมีความลำบากใจที่จะพูดคุย ก็ให้ส่งข้อมูลมาให้ตน หรือทางเลขาฯ สมช.ก็ได้ เพื่อให้เกิดการแก้ไขปัญหาและทำให้มันดีขึ้น
เมื่อถามต่อว่า กรณีที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นที่ปรึกษาของประธานอาเซียนนายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย นายภูมิธรรมกล่าวว่าน่าจะเป็นผลดีต่อการแก้ไขปัญหาพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ เพราะมีเรื่องมาเลเซียเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย และทางนายกรัฐมนตรีมาเลเซียก็ปรารถนาอยากทำให้พื้นที่ชายแดนของทั้ง 2 ประเทศสงบ และเป็นพื้นที่พัฒนาเศรษฐกิจ ความมุ่งหวังที่ตรงกัน และมีนายทักษิณเป็นที่ปรึกษา น่าจะทำให้ไทยได้ผลประโยชน์ และเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น
เมื่อถามว่าทางการมาเลเซียจะเข้ามาสนับสนุนเรื่องการพูดคุยแก้ปัญหาในพื้นที่อย่างไรบ้างนั้น นายภูมิธรรมกล่าวว่ามีท่าทีที่ดี แต่รายละเอียดไม่ขอพูดถึง ให้เป็นเรื่องของฝ่ายปฏิบัติ หากพูดอะไรมากไปจะเกิดความยากลำบากในการทำงาน
เมื่อถามว่าการแก้ไขปัญหาในพื้นที่จะทำให้เกิดความลำบากหรือไม่ เพราะคนในพื้นที่รู้สึกไม่ดีกับพรรคเพื่อไทย นายภูมิธรรมกล่าวว่าไม่มีปัญหา ความลำบากคืองานของเรา หากกลัวความลำบากก็ไม่ต้องมาเป็นรัฐบาล หากเราตั้งใจและทำให้เกิดความชัดเจน ทำในสิ่งที่คนส่วนใหญ่อยากได้ทุกคนก็จะต้อนรับ เปรียบเสมือนการแย่งชิงมวลชน หากเรามองมวลชนคือเป้าหมายที่จะไปให้ประโยชน์ แต่หากมีฝ่ายคัดค้านต่อต้าน หรือทำร้าย เราก็ต้องระมัดระวังป้องกันคนของเรา แต่เป็นภารกิจที่ต้องทำให้สำเร็จ ก็ไม่กังวลใจอะไร
“หากตั้งยุทธศาสตร์ได้ และตกลงกันว่ายังคงเหมือนเดิม การจัดตั้งคณะพูดคุย ก็เดินหน้า ซึ่งตนก็ย้ำว่าให้เสร็จ ผมไม่อยากให้เราเดินไปตามเกม หรือวิธีการของฝ่ายตรงข้าม ผมต้องการให้การเจรจาถูกคน ซึ่งหากถูกคนสถานการณ์ก็ต้องคลี่คลาย หากไม่ถูกตัวก็ต้องกลับมาทบทวน เพราะเราก็มีความตั้งใจที่จะทำให้ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เดินไปข้างหน้าในทิศทางที่ดี”