ราคาน้ำมันดิบ (23 ม.ค.) ปรับลด จับตาการประกาศใช้มาตรการภาษี “ทรัมป์”
ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสและเบรนต์ปรับตัวลดลง หลังตลาดจับตาการประกาศใช้มาตรการภาษีของประธานาธิบดีสหรัฐ
หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน บมจ.ไทยออยล์ ระบุว่าปัจจัยที่ส่งผลกระทบกับราคามีดังนี้ ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสและเบรนต์ปรับตัวลดลง หลังตลาดจับตาการประกาศใช้มาตรการทางภาษีของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ โดยเฉพาะความเป็นไปได้ที่จะกำหนดอัตราภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนในอัตราร้อยละ 10 ตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ. 68 เป็นต้นไป
ทั้งนี้ นักลงทุนกังวลว่าการประกาศใช้อัตราภาษีดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจและอุปสงค์ทางด้านพลังงาน
โดยราคาน้ำมันเวสต์เทกซัสซื้อขายเมื่อ 22 ม.ค. 2567 อยู่ที่ 75.44 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ลดลง -0.45 เหรียญสหรัฐ และราคาน้ำมันเบรนต์อยู่ที่ 79.00 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ลดลง -0.29 เหรียญสหรัฐ
ประธานาธิบดีสหรัฐยังกล่าวว่า สหรัฐอาจพิจารณาหยุดนำเข้าน้ำมันจากเวเนซุเอลา ซึ่งถูกสหรัฐคว่ำบาตร ทั้งนี้ สหรัฐนำเข้าน้ำมันจากเวเนซุเอลากว่า 200,000 บาร์เรลต่อวันในช่วง 10 เดือนแรกของปี 2567
นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าปริมาณน้ำมันดิบคงคลังของสหรัฐจะปรับลดลง 1.6 ล้านบาร์เรลในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ก่อนที่จะมีการประกาศตัวเลขปริมาณน้ำมันดิบคงคลังจาก API ที่ล่าช้ากว่าปกติเนื่องจากวันหยุด นอกจากนั้น ท่าเรือหลายแห่งในรัฐเทกซัสเริ่มกลับมาให้บริการหลังจากได้รับผลกระทบจากพายุฤดูหนาว Enzo
ราคาน้ำมันเบนซิน
ราคาน้ำมันเบนซินปรับลดลงน้อยกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังโรงกลั่นน้ำมันรายใหญ่ในเกาหลีใต้ประกาศว่าจะมีการเลื่อนแผนการหยุดซ่อมบำรุง จากเดิมช่วงกลางเดือน มี.ค. 68 ขึ้นมาเป็นช่วงปลายเดือน ก.พ. 68 เป็นระยะเวลา 1 เดือน ท่ามกลางปริมาณน้ำมันเบนซินคงคลังของญี่ปุ่นในช่วงระหว่างวันที่ 12-18 ม.ค. 68 ปรับลดกว่า 4% สู่ระดับ 11.17 ล้านบาร์เรล
ราคาน้ำมันดีเซล
ราคาน้ำมันดีเซลปรับลดลงตามราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังจีนรายงานคาดการณ์ความต้องการน้ำมันดีเซลลดลงกว่า 3% จากปีก่อนหน้า
