กระทรวงแรงงานเผยออฟฟิศให้พนักงาน Work from Home ลดฝุ่น PM 2.5 นับเป็นวันทำงานปกติ ไม่ถือเป็นวันหยุดหรือวันลา พร้อมเปิดข้อกฎหมาย พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ 8) พ.ศ. 2566 กำหนดเกี่ยวกับการทำงานที่บ้าน อย่างไรบ้าง ?
จากกรณีที่มีมาตรการป้องกันและการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ โดยมีการพิจารณาถึงการใช้พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ควบคุมโรคจากการประกอบอาชีพและโรคจากสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2562 เกี่ยวกับการประกาศใช้เวิร์กฟรอมโฮม (Work from Home : WFH) เป็นการขอความร่วมมือ โดยไม่มีการกำหนดบทลงโทษ ซึ่งที่ผ่านมา หน่วยงานภาครัฐและเอกชนในพื้นที่เขตกรุงเทพฯและปริมณฑลได้เริ่มประกาศให้มีการ WFH บางแห่งแล้วนั้น
ล่าสุด นายบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า ทางกระทรวงแรงงานได้มีความเป็นห่วงผู้ใช้แรงงานในช่วงสถานการณ์วิกฤตฝุ่นละอองขนาดเล็ก หรือฝุ่น PM 2.5 สำหรับผู้ใช้แรงงานนอกสถานประกอบกิจการ และอยู่ในพื้นที่เสี่ยง ขอให้เตรียมการป้องกันตนเองอย่างเคร่งครัด เช่น การสวมใส่หน้ากากอนามัยตลอดการทำงาน
“ทางกระทรวงแรงงานจะเตรียมการประชาสัมพันธ์ไปยังพี่น้องผู้ใช้แรงงาน และนายจ้าง/สถานประกอบการเพื่อเตรียมตัวรับมือสถานการณ์ฝุ่นและมลพิษทางอากาศ และการใช้มาตรการ WFH แต่เบื้องต้น ยังไม่มีรายละเอียดมาตรการหรือการออกข้อบังคับการ WFH อย่างชัดเจน” นายบุญสงค์กล่าว
ด้านเรือเอกสาโรจน์ คมคาย อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) กล่าวว่า สำหรับมาตรการ WFH ถือว่าเป็นวันทำงานปกติ เนื่องจากเป็นการที่นายจ้างมอบหมายงานทำงานนอกสถานประกอบกิจการ โดยไม่ถือว่าเป็นวันลา หรือวันหยุด
ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กระทรวงแรงงานได้สนับสนุนการทำงานแบบเวิร์กฟรอมโฮม (Work from Home) โดยได้ปรับปรุงกฎหมายเพื่อรองรับรูปแบบการทำงานที่ยืดหยุ่นมากขึ้น จึงมีการกำหนด พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ 8) พ.ศ. 2566 ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 18 เมษายน 2566 เป็นต้นไป เพื่อเปิดโอกาสให้นายจ้างและลูกจ้างสามารถตกลงกันในการทำงานที่บ้านหรือสถานที่อื่นนอกเหนือจากสถานประกอบกิจการได้ โดยการปรับปรุงกฎหมายดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการทำงานและส่งเสริมคุณภาพชีวิตของแรงงานไทย
โดยหลักการสำคัญของ พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ 8) พ.ศ. 2566 ในมาตรา 23/1 มีสาระดังนี้ คือ
1.นายจ้างและลูกจ้างอาจตกลงกันให้ลูกจ้างสามารถทำงานนอกสถานประกอบกิจการหรือนอกสำนักงานของนายจ้างได้ โดยลูกจ้างสามารถนำงานดังกล่าวไปทำที่บ้านหรือที่พักอาศัย หรือทำงานผ่านการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในสถานที่ใด ๆ ได้
2.กำหนดให้การตกลงทำงานแบบ Work from Home ระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง ต้องทำเป็นหนังสือหรือข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถเข้าถึงและนำกลับมาใช้ได้โดยความหมายไม่เปลี่ยนแปลง โดยตกลงให้มีรายละเอียด เช่น ระยะเวลาเริ่มต้นและสิ้นสุดการตกลง วัน เวลาทำงานปกติ เวลาพัก และการทำงานล่วงเวลา การลา ขอบเขตหน้าที่ของลูกจ้าง การกำกับควบคุมของนายจ้าง ภาระหน้าที่เกี่ยวกับการจัดหาเครื่องมือหรืออุปกรณ์การทำงาน รวมทั้งค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่จำเป็นที่มาจากการทำงานด้วย
3.เมื่อสิ้นสุดเวลาทำงานปกติตามที่นายจ้างและลูกจ้างตกลงกันหรือสิ้นสุดการทำงานตามที่นายจ้างมอบหมาย ลูกจ้างมีสิทธิในการปฏิเสธการติดต่อสื่อสารไม่ว่าทางใด ๆ กับนายจ้าง รวมถึงหัวหน้างาน ผู้ควบคุมงาน หรือผู้ตรวจงาน เมื่อสิ้นสุดเวลาทำงานปกติหรือสิ้นสุดการทำงานตามที่นายจ้างมอบหมาย เว้นแต่ลูกจ้างได้ให้ความยินยอมโดยทำหนังสือไว้ล่วงหน้าก่อน
4.ลูกจ้างซึ่งทำงานที่บ้านหรือที่พักอาศัย หรือทำงานผ่านการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในสถานที่ใด ๆ มีสิทธิเช่นเดียวกับลูกจ้างที่ทำงานในสถานประกอบกิจการหรือสำนักงานของนายจ้าง ถือว่าลูกจ้างที่ทำงานแบบ Work from Home ต้องได้รับสิทธิเช่นเดียวกับลูกจ้างที่ทำงานในสถานประกอบกิจการ