เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘เซ็นทารา’ เสริมพอร์ต 4 ดาว ส่งแบรนด์ ‘เซ็นทาราไลฟ์’ ปักหมุดราชบุรี
Business ‘เซ็นทารา’ เสริมพอร์ต 4 ดาว ส่งแบรนด์ ‘เซ็นทาราไลฟ์’ ปักหมุดราชบุรี
‘โจ้-ธนา’ จัดเวทีโหวต Agree-Disagree Gen Z ทำไมคิดต่าง
SD ‘โจ้-ธนา’ จัดเวทีโหวต Agree-Disagree Gen Z ทำไมคิดต่าง
ผังเมืองใหม่-เมกะโปรเจ็กต์ บูม ‘ดอนเมือง’ ฮับอสังหาฯหรู
Real Estate ผังเมืองใหม่-เมกะโปรเจ็กต์ บูม ‘ดอนเมือง’ ฮับอสังหาฯหรู
มท.ชงแล้วใช้งบ 7.5 หมื่นล้าน “ติดโซลาร์รูฟท็อป” 1.5 ล้านครัวเรือน ยันไร้ฮั้วล็อกสเป็ก
Politics มท.ชงแล้วใช้งบ 7.5 หมื่นล้าน “ติดโซลาร์รูฟท็อป” 1.5 ล้านครัวเรือน ยันไร้ฮั้วล็อกสเป็ก
เอทิฮัด-จีน-เกาหลี แห่เสริมทัพไฮซีซันเชียงใหม่ ดันผู้โดยสารพุ่ง 9.97 ล้านคน
เศรษฐกิจภูมิภาค เอทิฮัด-จีน-เกาหลี แห่เสริมทัพไฮซีซันเชียงใหม่ ดันผู้โดยสารพุ่ง 9.97 ล้านคน
ททท.ปักหมุดสวนสามพรานจัดงาน Amazing Green Fest ต่อยอดกระแสกรีนทัวร์ริซึ่ม สร้างท่องเที่ยวยั่งยืน
Business ททท.ปักหมุดสวนสามพรานจัดงาน Amazing Green Fest ต่อยอดกระแสกรีนทัวร์ริซึ่ม สร้างท่องเที่ยวยั่งยืน
แอ๊ดคาราบาว บันทึกถึง “เจ้าสัวธนินท์” เพื่อน ครู มิตรภาพตลอดกาล
News แอ๊ดคาราบาว บันทึกถึง “เจ้าสัวธนินท์” เพื่อน ครู มิตรภาพตลอดกาล
อ.เชน ชี้ 5 ความหวังพลิกโฉมการศึกษาไทย – สร้างคน ความรู้ นวัตกรรม
Politics อ.เชน ชี้ 5 ความหวังพลิกโฉมการศึกษาไทย – สร้างคน ความรู้ นวัตกรรม
ชวน ชี้ ‘องค์กรอิสระ’ ถูกการเมืองแทรกแซง แนะอย่าลังเล-ซื่อสัตย์เพื่อชาติ
Politics ชวน ชี้ ‘องค์กรอิสระ’ ถูกการเมืองแทรกแซง แนะอย่าลังเล-ซื่อสัตย์เพื่อชาติ
‘ยุติธรรม’ เผยช่วยเหยื่อออนไลน์ตามเงินคืน 130 ล้าน ไกล่เกลี่ยหนี้ลดภาระกว่า 5,000 ล้าน
News ‘ยุติธรรม’ เผยช่วยเหยื่อออนไลน์ตามเงินคืน 130 ล้าน ไกล่เกลี่ยหนี้ลดภาระกว่า 5,000 ล้าน
ดูทั้งหมด

ราคาทองคำทำออลไทม์ไฮ ตลาดจับตา PCE สหรัฐ

31 ม.ค. 2568 | 17:22น.
ราคาทอง ทองคำ

ราคาทองคำทำออลไทม์ไฮ ตลาดจับตา PCE สหรัฐ

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพรายงานว่า ภาวะการณ์เคลื่อนไหวของตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันที่ 27-31 มกราคม 2568 ค่าเงินบาทเปิดตลาดวันจันทร์ (21/1) ที่ระดับ 33.62/64 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าลงเล็กน้อยจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (24/1) ที่ระดับ 33.59/61 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

ขณะที่ช่วงต้นสัปดาห์ ตลาดการเงินทั่วโลกจับตาการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในวันที่ 28-29 มกราคม ซึ่งเป็นการประชุมครั้งแรกของปี 2568 รวมทั้งจับตาถ้อยแถลงของเจอโรม พาวเวลล์ ประธานเฟด โดยคาดว่าการแสดงความเห็นของพาวเวลล์อาจจะบ่งชี้ทิศทางอัตราดอกเบี้ยของเฟดในปีนี้

ทั้งนี้ เครืองมือ FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนักเกือบ 100% ที่เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 4.25-4.50% ในการประชุมสัปดาห์นี้ และจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกของปีนี้เร็วขึ้นเป็นเดือนพฤษภาคม ก่อนที่จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งในเดือนกันยายน หลังนายโดนัลด์ ทรัมป์ กดดันให้เฟดปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการกล่าวสุนทรพจน์ในการประชุม World Economic Forum (WEF) เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ทั้งนี้ คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของเฟดมีมติเป็นเอกฉันให้คงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นที่ระดับ 4.25%-4.50% ในการปะชุมเมื่อวันพุธ (29/1) ตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้

โดยแถลงการณ์ของเฟดระบุว่า อัตราว่างงานยังคงอยู่ในระดับต่ำในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา และภาวะตลาดแรงงานยังคงแข็งแกร่ง ส่วนอัตราเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูง โดยพาวเวลล์ได้จัดแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนหลังเสร็จสิ้นนโยบายการเงินว่า เฟดไม่รีบร้อนในการเปลี่ยนแปลงแนวทางนโยบายการเงินที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจยังคงแข็งแกร่ง

ส่วนในเรื่องเงินเฟ้อนั้น พาวเวลล์กล่าวว่าเฟดยังคงมุ่งมั่นที่จะบรรลุเป้าหมายเงินเฟ้อที่ระดับ 2% และเมื่อพูดถึงแผนการของคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ที่จะทำการทบทวนกรอบนโยบายการเงินครั้งใหม่ในปีนี้ พาวเวลล์กล่าวว่า เป้าหมายเงินเฟ้อของเฟดที่ระดับ 2% จะไม่มีการเปลี่ยนแปลง สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจในปลายสัปดาห์กำหนดมีรายงานตัวเลขเงินเฟ้อดัชนีราคา PCE และ Core PCE เดือนธันวาคม 2567

สำหรับปัจจัยภายในประเทศ ในวันจันทร์ (27/1) นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง เชื่อว่า เศรษฐกิจไทยในปี 2568 จะสามารถขยายตัวได้เกิน 3% เนื่องจากมีโครงการขนาดใหญ่ที่เข้ามาลงทุนอย่างต่อเนื่องในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ไปถึงต้นปีหน้า และจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับประเทศได้อย่างต่อเนื่องด้วย

นายพิชัยกล่าวอีกว่า รัฐบาลยังเดินหน้าเร่งรัด ทั้งการลงทุนภาครัฐและเอกชน เพื่อให้เกิดการจ้างงาน รวมทั้งจะการขับเคลื่อนมาตรการต่าง ๆ ออกมาเป็นระยะ เพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจโดยเฉพาะในช่วงรอยต่อรอการลงทุน ในวันอังคาร (28/1) ค่าเงินบาทและสกุลเงินส่วนใหญ่ในภูมิภาคเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกัน จากการฟื้นตัวของดอลลาร์ และทองคำ ทำให้มีแรงซื้อกลับของดอลลาร์ ส่งผลให้เงินบาทอ่อนค่าลงแตะระดับ 33.90 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

อย่างไรก็ดี ค่าเงินบาทปรับตัวแข็งค่าขึ้นกอนการประชุมเฟด และเคลื่อนไหวแข็งค่าอยู่ในกรอบช่วงปลายสัปดาห์ โดยได้รับแรงหนุนจากราคาทองคำที่พุ่งสูงขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่เป็นประวัติการณ์ได้ (New All-Time High) ในวันศุกร์ (31/1) ท่ามกลางความต้องการถือทองคำเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยรับมือความไม่แน่นอนของนโยบายกีดกันทางการค้าของรัฐบาล Trump 2.0 โดยระหว่างสัปดาห์ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 33.55-33.97 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดในวันศุกร์ (31/1) ที่ระดับ 33.66/68 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับปัจจัยในภูมิภาค สำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (NBS) รายงานในวันจันทร์ (27/1) ว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตเดือนมกราคมลดลงสู่ระดับ 49.1จากระดับ 50.1 ในเดือนธันวาคม โดยดัชนีที่ต่ำกว่า 50 บ่งชี้ว่าภาคการผลิตของจีนอยู่ในภาวะหดตัว โดยนักลงทุนคาดหวังว่ารัฐบาลจีนจะกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม ผ่านภาคการบริโภคและใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลายมากขึ้น รวมถึงเพื่อช่วยลดความเสี่ยง (TRADE WAR) ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

นอกจากนี้ ธนาคารกลางจีน (PBoC) ได้ประกาศว่าได้ฉีดเงินเข้าสู่ระบบการเงินในปริมาณที่สูงสุดเป็นประวัติการณ์ผ่านเครื่องมือใหม่ในเดือนมกราคม เนื่องจากให้ความสำคัญกับเสถียรภาพของหยวนเป็นอันดับแรก โดย PBoC ได้ดำเนินการทำข้อตกลงซื้อคืนแบบตรง (Outright Reverse Repurchase Agreements) มูลค่า 1.7 ล้านล้านหยวน (2.34 แสนล้านเหรียญสหรัฐ) โดยใช้สัญญา 3 เดือนและ 6 เดือนเพื่อรักษาสภาพคล่องให้เพียงพอ ก่อนเข้าสู่ช่วงวันหยุดเทศกาลตรุษจีน

สำหรับความเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร ค่าเงินยูโรเปิดตลาดวันจันทร์ (27/1) ที่ระดับ 1.0477/79 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร อ่อนค่าลงเล็กน้อยจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (17/1) ที่ระดับ 1.0495/96 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจ สำนักงานสถิติเยอรมนี (Destatis) รายงานในวันพฤหัสบดีว่า (30/1) ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของเยอรมนีในไตรมาส 4 ของปี 2567 ปรับตัวลดลง 0.2% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ลดลงหนักกว่าที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดการณ์ไว้ว่าจะลดลง 0.1%

ขณะที่ทางธนาคารกลางยุโรป หรือ ECB ปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25% ตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้ สู่ระดับ 2.75% และเปิดโอกาสสำหรับการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอีก เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ซบเซานั้นมีมากกว่าความกังวลเรื่องเงินเฟ้อ ระหว่างสัปดาห์ค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.0375-1.0532 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดในวันศุกร์ (31/1) ที่ระดับ 1.090/92 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยน ค่าเงินเยนเปิดตลาดวันจันทร์ (27/1) ที่ระดับ 155.37/39 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (17/1) ที่ระดับ 155.65/67 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ นายมาโกโตะ ซากุราอิ อดีตสมาชิกคณะกรรมการของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) เปิดเผยในวันอังคาร (28/1) ว่า BOJ มีแนวโน้มที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งในช่วงเดือนมิถุนายน หรือกรกฎาคม และอาจตั้งเป้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายแตะ 1.5% เป็นอย่างน้อยภายใน 2 ปีข้างหน้า

โดยซากุราอิ ซึ่งยังคงมีการติดต่อใกล้ชิดกับผู้กำหนดนโยบายของ BOJ ในปัจจุบันระบุว่า การขึ้นค่าจ้างอย่างต่อเนื่อง ความเป็นไปได้ของราคาจะเพิ่มขึ้นอย่างยั่งยืน และการเติบโตทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของญี่ปุ่น ทำให้ BOJ มีโอกาสที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่อง เขากล่าวเพิ่มเติมว่า BOJ อาจเลื่อนเวลาการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งถัดไปเป็นเดือนเมษายน หากต้องการดำเนินการก่อนความไม่แน่นอนทางการเมืองในประเทศจะเพิ่มขึ้นก่อนการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาที่น่าจะเกิดขึ้นในเดือนกรกฎาคม

ทั้งนี้ BOJ จะประชุมกำหนดนโยบายครั้งถัดไปในวันที่ 18-19 มีนาคม และครั้งถัดไปอีกในวันที่ 30 เมษายน-1 พฤษภาคม ซึ่งจะมีการเปิดเผยการคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจและเงินเฟ้อรายไตรมาสฉบับใหม่ ทั้งนี้ในช่วงระหว่างสัปดาห์ค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 153.71-156.24 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดในวันศุกร์ (31/1) ที่ระดับ 154.70/75 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ