Skip to content

พนักงานรัฐโล่งอก ศาลสหรัฐขวางโครงการลาออกโดยสมัครใจของทรัมป์

07 ก.พ. 2568 | 14:41น.
พนักงานรัฐโล่งอก ศาลสหรัฐขวางโครงการลาออกโดยสมัครใจของทรัมป์

ศาลเลื่อนโครงการลดเจ้าหน้าที่รัฐของทรัมป์ออกชั่วคราว สร้างความโล่งใจแก่พนักงานรัฐบางส่วน

รอยเตอร์ (Reuters) รายงานว่า เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2025 จอร์จ โอทูล (George O’Toole) ผู้พิพากษาศาลชั้นต้นสหรัฐขวางโครงการลาออกโดยสมัครใจของทรัมป์ออกไปอย่างน้อยจนถึงวันจันทร์ที่ 10 กุมภาพันธ์ เพื่อรอรับฟังความคิดเห็น หลังมีผู้สมัครโครงการแล้วกว่า 60,000 คน

ก่อนหน้านี้ ทรัมป์เปิดโครงการสมัครใจลาออกให้กับเจ้าหน้าที่รัฐโดยมีเส้นตายภายในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ เพื่อลดขนาดหน่วยงานรัฐ โดยระบุว่าจะยังคงจ่ายเงินเดือนตามปกติจนถึงวันที่ 30 กันยายน อย่างไรก็ตาม กฎหมายงบประมาณของรัฐบาลจะสิ้นสุดในวันที่ 14 มีนาคม ซึ่งไม่สามารถรับประกันได้ว่าจะมีการจ่ายค่าจ้างอีกหลังจากนั้น

กระทรวงศึกษาธิการแจ้งแก่เจ้าหน้าที่ในสังกัด ว่าผู้ที่สมัครโครงการสมัครใจลาออก อาจถูกระงับการจ่ายค่าจ้างเมื่อใดก็ได้ รวมถึงสหภาพแรงงานและสมาชิกพรรคเดโมแครตกล่าวว่าโครงการดังกล่าวไม่น่าไว้วางใจ 

เมื่อคำสั่งของศาลออกมา สร้างความสบายใจให้เจ้าหน้าที่รัฐบางส่วน โดยเจ้าหน้าที่จากสำนักงานบริการทั่วไป (GSA) คนหนึ่งกล่าวว่า “นับเป็นประกายแห่งความหวังที่แสดงให้เห็นว่าศาลอาจช่วยเราขวางโครงการดังกล่าว”

นอกจากนี้ เลทิเทีย เจมส์ (Letitia James) อัยการสูงสุดจากรัฐนิวยอร์ก และอัยการสูงสุดแห่งรัฐจากพรรคเดโมแครตอีก 7 คน จะยื่นฟ้องต่อกระทรวงประสิทธิภาพ (DOGE) ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของอีลอน มัสก์ เนื่องจากมัสก์สามารถเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งจัดเก็บโดยภาครัฐและข้อมูลทางธุรกรรมต่าง ๆ ได้ ซึ่งเจมส์ระบุว่าประธานาธิบดีไม่มีอำนาจในการมอบข้อมูลลับแก่ใครก็ได้ตามใจชอบ

เจ้าหน้าที่รัฐ 60,000 คน ซึ่งสมัครโครงการดังกล่าวคิดเป็น 2.5% ของเจ้าหน้าที่ทั้งหมด 2.3 ล้านคน โดยไม่ชัดเจนว่าเป็นเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานใดบ้าง ขณะที่เจ้าหน้าที่รัฐอีก 6% จะเกษียณอายุในปีนี้

ไม่เพียงเท่านั้น รัฐบาลยังเคยเตือนอีกด้วยว่า เจ้าหน้าที่รัฐอาจเสี่ยงต่อการสูญเสียงานอยู่ดี แม้ไม่ได้เข้าร่วมโครงการสมัครใจลาออกก็ตาม 

เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ รัฐบาลทรัมป์ได้ส่งบันทึกความจำฉบับใหม่ถึงหัวหน้าหน่วยงานต่าง ๆ ทั่วรัฐบาล โดยสั่งให้จัดทำรายชื่อพนักงานที่มีผลการประเมินการปฏิบัติงานต่ำในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ภายในวันที่ 7 มีนาคม