เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ทองคำติดลบ…หลุด TOP 5 เงินทะลักหุ้นเทคฯ-สงครามวนลูป ‘กดราคา’
Finance ทองคำติดลบ…หลุด TOP 5 เงินทะลักหุ้นเทคฯ-สงครามวนลูป ‘กดราคา’
นายกฯ เผย 4 บิ๊กเอกชนจีน พร้อมลงทุนไทย 70,000 ล้าน เชื่อสร้างงานหลายหมื่น
Politics นายกฯ เผย 4 บิ๊กเอกชนจีน พร้อมลงทุนไทย 70,000 ล้าน เชื่อสร้างงานหลายหมื่น
“ศุภชัย เจียรวนนท์” ร่วมคณะนายกฯเยือนจีน ขึ้นกล่าวปาฐกถาพิเศษเปิดสำนักงาน BOI เฉิงตู
Economic “ศุภชัย เจียรวนนท์” ร่วมคณะนายกฯเยือนจีน ขึ้นกล่าวปาฐกถาพิเศษเปิดสำนักงาน BOI เฉิงตู
‘นาทีทอง’สปีดแก้คอร์รัปชั่น รัฐรับลูกตั้ง คตท.-กกร.อัดโพลรอบใหม่
Economic ‘นาทีทอง’สปีดแก้คอร์รัปชั่น รัฐรับลูกตั้ง คตท.-กกร.อัดโพลรอบใหม่
ส่องภูมิทัศน์ใหม่ “วัดเจดีย์หลวง” นับถอยหลัง 16 วัน พิสูจน์ “มรดกโลกที่มีชีวิต”
เศรษฐกิจภูมิภาค ส่องภูมิทัศน์ใหม่ “วัดเจดีย์หลวง” นับถอยหลัง 16 วัน พิสูจน์ “มรดกโลกที่มีชีวิต”
“ซาบีดา” ดันตั้งสภาชาติพันธุ์ ก.ย. นี้ จ่อคลอดแผนแม่บท 5 ปี
Politics “ซาบีดา” ดันตั้งสภาชาติพันธุ์ ก.ย. นี้ จ่อคลอดแผนแม่บท 5 ปี
อิหร่านชี้ MOU จบสิ้นแล้ว ปรามสายแข็งจวกการทูต-สงครามขยายวงโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลเรือน
World อิหร่านชี้ MOU จบสิ้นแล้ว ปรามสายแข็งจวกการทูต-สงครามขยายวงโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลเรือน
‘ศุภชัย‘ หนุน ‘อนุทิน’ โรดโชว์แดนมังกร แนะสร้างความไว้ใจ กุญแจสำคัญดึงทุนยักษ์จีน
Economic ‘ศุภชัย‘ หนุน ‘อนุทิน’ โรดโชว์แดนมังกร แนะสร้างความไว้ใจ กุญแจสำคัญดึงทุนยักษ์จีน
‘บังโต’ กุมบังเหียน ‘เนื้อแท้’ รุกแตกไลน์ธุรกิจท่องเที่ยว
Business ‘บังโต’ กุมบังเหียน ‘เนื้อแท้’ รุกแตกไลน์ธุรกิจท่องเที่ยว
คนหลุด บัตรคนจน ยื่นอุทธรณ์แล้ว 2.76 ล้านราย คลังยันคืนสิทธิหากอุทธรณ์ผ่าน
Finance คนหลุด บัตรคนจน ยื่นอุทธรณ์แล้ว 2.76 ล้านราย คลังยันคืนสิทธิหากอุทธรณ์ผ่าน
ดูทั้งหมด

คำเตือนของ‘อีลอน มัสก์’ สหรัฐอเมริกากำลัง‘ล้มละลาย’

20 พ.ค. 2569 | 08:05น.
10-pok1
คอลัมน์ : ชีพจรเศรษฐกิจโลก
ผู้เขียน : ไพรัตน์ พงศ์พานิชย์

 

ชื่อ “อีลอน มัสก์” ไม่น่าจะเกี่ยวข้องใด ๆ กับการวิเคราะห์สถานะทางการเงินการคลังของประเทศ แต่คำเตือนของเขาที่มีขึ้นระหว่างการให้สัมภาษณ์ “ฟ็อกซ์ บิสซิเนส” เมื่อเร็ว ๆ นี้ เกี่ยวกับสถานะทางการคลังของรัฐบาลสหรัฐอเมริกา กลับได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง มีการขยายความต่อกันมากมายด้วยเหตุผลสำคัญคือ เขาใช้ภาษาธรรมดาที่สุดในการเปรียบเทียบให้เห็นถึงสิ่งที่สหรัฐอเมริกาเป็นอยู่ในเวลานี้ จนทำให้คำเตือนดังกล่าวยากที่จะละเลยเมินเฉยในที่สุด

มัสก์บอกว่า ประเทศก็เหมือนกับคนคนหนึ่ง ถ้าหากประเทศใช้จ่ายมากเกินไป และไม่ได้ใช้จ่ายอย่างชาญฉลาด ก็เหมือนกับบุคคลทั่วไป นั่นคือประเทศก็สามารถล้มละลายได้

“เหตุผลที่ผมออกมาพูดเช่นนี้เพราะผมกำลังกังวลอย่างมากว่าสหรัฐอเมริกากำลังจะล้มละลาย เนื่องจากคอร์รัปชั่นและการใช้จ่ายที่สูญเปล่า และถ้าเราไม่ทำอะไรลงไปสักอย่างสหรัฐอเมริกาก็จะจมลง แล้วพวกเราทุกคนก็อยู่บนเรือลำนั้น”

คำเตือนของเขายังลามไปถึงแวดวงธุรกิจ โดยย้ำว่าถ้าเรือสหรัฐอเมริกาจมลงบริษัทของคุณก็ไม่สามารถอยู่ต่อไปได้ และเราควรทำทุกอย่างเพื่อให้แน่ใจได้ว่าเรือลำนี้จะแข็งแกร่งอยู่ต่อไปอีกไกลมากในอนาคต

คำเตือนของมัสก์ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ถูกเผยแพร่ซ้ำ ๆ ออกไป เพราะสถานะทางการคลังที่มัสก์พูดถึงยังคงเลวร้ายลงไปเรื่อย ๆ แทนที่จะดีขึ้น ตัวเลขการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดที่เกิดขึ้นจริงกำลังเข้าใกล้จุดที่มัสก์เรียกว่า จุดที่ไม่มีวันหวนกลับมาได้อีกแล้ว

ตอนที่มัสก์พูดถึงคำเตือนเหล่านี้ภาวะขาดดุลบัญชีเดินสะพัดของรัฐบาลอเมริกันพุ่งขึ้นไปถึง 1.8 ล้านล้านดอลลาร์ต่อปี ตามการประเมินของสำนักงานงบประมาณรัฐสภา (ซีบีโอ) ที่ระบุต่อไปด้วยว่า เพียงแค่ในช่วง 6 เดือนแรกของปีงบประมาณนี้ รัฐบาลกู้เงินไปแล้วสูงถึงราว 1.2 ล้านล้านดอลลาร์ ทำให้ตลอดปีการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดจะอยู่ระหว่าง 1.9 ล้านล้านดอลลาร์ ถึง 2 ล้านล้านดอลลาร์เลยทีเดียว

นั่นหมายความว่ารัฐบาลสหรัฐอเมริกาจำเป็นต้องกู้ยืมเงินมาอุดช่องโหว่ระหว่างรายรับกับรายจ่าย คิดเป็นเงินสูงถึงราว 2,000 ล้านดอลลาร์ต่อวัน อันเป็นระดับที่หนี้สะสมภาครัฐจะขยายตัวเพิ่มมากขึ้นกว่าระดับการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศจะสร้างรายได้มาชดเชยได้ทัน ตามนโยบายของรัฐบาลชุดปัจจุบัน

ในเวลานี้แม้แต่การชำระดอกเบี้ยก็เป็นปัญหา ตัวเลขเม็ดเงินที่ต้องชำระดอกเบี้ยของสหรัฐอเมริกาในเวลานี้สูงเกินกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์ต่อปีไปเรียบร้อยแล้ว หมายความว่าเงินที่จัดเก็บจากภาษีของประชาชนถูกนำไปใช้เพื่อจ่ายเป็นค่าดอกเบี้ยสำหรับหนี้สินที่มีอยู่แต่เดิมแล้ว แทนที่จะถูกนำไปใช้จ่ายในการพัฒนาประเทศตามที่เคยหาเสียงกันเอาไว้

ผู้เชี่ยวชาญตั้งข้อสังเกตว่า คำเตือนของมัสก์ถูกจงใจทำให้ง่ายต่อการเข้าใจ เมื่อคนที่ใช้จ่ายเกินตัวต้องล้มละลาย ประเทศชาติก็ตกอยู่ในสภาพเดียวกันได้เช่นกัน เป็นการจงใจข้ามความซับซ้อนเชิงเทคนิคว่าด้วยการจัดการงบประมาณไปโดยสิ้นเชิง และไม่คำนึงถึงข้อเท็จจริงที่ว่า ดอลลาร์มีสถานะเป็นเงินทุนสำรอง ซึ่งช่วยลดปัญหาการใช้จ่ายเกินตัวในคำอุปมาของมัสก์ลง ทำให้ประเทศที่มีเงินสกุลที่เป็นทุนสำรองสามารถขาดดุลงบประมาณต่อเนื่องได้อย่างที่บุคคลธรรมดาทั่วไปไม่สามารถทำได้

นั่นคือเหตุผลที่ว่าทำไมรัฐบาลสหรัฐอเมริกาถึงไม่ได้เผชิญกับวิกฤตการณ์ทางด้านการคลัง แม้จะมีประวัติการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดมาต่อเนื่องหลายทศวรรษ ซึ่งผู้เชี่ยวชาญบอกว่า ทำให้การเปรียบเทียบประเทศเป็นคนทั่วไปก่อให้เกิดความเข้าใจผิด ๆ เกี่ยวกับระบบการทำงานของระบบการเงินสมัยใหม่ไปมาก

แต่สิ่งที่มัสก์เตือนไม่ได้พูดถึงแต่เฉพาะปัญหาสภาพคล่องในทางเทคนิคเท่านั้น แต่ยังพูดถึงการคาดการณ์ในอนาคตอีกด้วย เพราะเมื่อใดก็ตามที่ต้นทุนดอกเบี้ยขยับสูงเกินกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์ต่อปี และสถานะการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดพุ่งสูงขึ้นถึง 2 ล้านล้านดอลลาร์ต่อปี วัฏจักรของความเสียหายที่เกิดขึ้นก็ยากที่จะหยุดยั้ง

ระดับหนี้ที่เพิ่มสูงขึ้น นำไปสู่ต้นทุนดอกเบี้ยที่สูงขึ้น ซึ่งจะยิ่งเพิ่มสภาวะหนี้ให้สูงขึ้น ความเสียหายที่เกิดขึ้นไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้นอย่างเฉียบพลัน แต่จะค่อย ๆ หนักหน่วงขึ้นตามเวลาที่ผ่านไป

สำหรับนักลงทุน ภาวะคาดการณ์ทางด้านการคลังเป็นพันธะในทางปฏิบัติที่ไม่ได้เกี่ยวข้องใด ๆ กับทางการเมือง สภาพแวดล้อมที่มีการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดสูงต่อเนื่องเป็นเวลานานจะส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยภายในประเทศสูงขึ้นตามไปด้วย ซึ่งนั่นหมายความว่ารัฐบาลจำเป็นต้องออกพันธบัตรในปริมาณมากขึ้นเพื่อนำรายได้มาอุดช่องว่างทางการคลังให้สามารถเป็นหนี้ต่อเนื่องต่อไปได้ ผลก็คือทำให้แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยในอนาคตจะสูงขึ้นในระยะยาว ซึ่งจะกระทบต่อทุกอย่าง ตั้งแต่ราคาหุ้น ราคาอสังหาริมทรัพย์ ไปจนถึงพันธบัตรที่ออกโดยบริษัทเอกชน

ที่สำคัญยิ่งกว่าก็คือ สภาพขาดดุลบัญชีมาก ๆ เป็นเวลานาน ๆ จะทำให้ความยืดหยุ่นในการกำหนดนโยบายจำกัดลง นั่นคือรัฐบาลที่มีภาวะขาดดุล 2 ล้านล้านดอลลาร์ต่อปีจะมีช่องว่างในการกำหนดนโยบายเพื่อแก้ปัญหาภาวะเศรษฐกิจถดถอยได้น้อยมาก ไม่สามารถเพิ่มมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ไม่สามารถประกาศนโยบายลดภาษี โดยที่ไม่ทำให้ภาวะขาดดุลขยายตัวเพิ่มเติมได้ ความน่าเชื่อถือในรัฐบาลจะลดลงทั้ง ๆ ที่ในความเป็นจริงแล้วรัฐบาลต้องการความเชื่อมั่น เพื่อทำให้ตลาดพันธบัตรเชื่อมั่นว่าภาวะหนี้ของตนสามารถบริหารจัดการได้ จึงจะสามารถขายพันธบัตรออกไปได้

สิ่งที่มัสก์เตือนเป็นสิ่งที่นักเศรษฐศาสตร์ และนักวิเคราะห์ตลาดพันธบัตรรวมไปถึงกลุ่มเฝ้าระวังงบประมาณต่าง ๆ หยิบยกมาเตือนกันหลายครั้งแล้วในช่วงหลายปีที่ผ่านมา คำเตือนของมัสก์จะได้รับการพิสูจน์ให้เห็นเป็นจริงหรือไม่ขึ้นอยู่กับหลายอย่าง รวมทั้งขึ้นอยู่กับว่า รัฐบาลสหรัฐอเมริกาชุดปัจจุบันจะค้นพบแนวทางที่สามารถลดระดับการขาดดุลแรกเริ่มลงได้หรือไม่ ก่อนที่ต้นทุนดอกเบี้ยจะกลายเป็นจุดวิกฤตที่ก่อให้เกิดปัญหาในตัวเองวนเป็นลูปไม่รู้จักจบสิ้น

แต่เท่าที่รู้กันอยู่จนถึงเวลานี้ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลจากทางไหน แนวทางที่ว่านั้นยังไม่มีใครหาพบครับ