เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘ชัชชาติ’ วิ่งจากทองหล่อ ลุยตรวจถนนทรุดวงเวียนใหญ่ สั่งรื้อสะพานลอยลดแรงกดทับ อัดซีเมนต์อุ้มชั้นดิน สกัดเสี่ยง
News ‘ชัชชาติ’ วิ่งจากทองหล่อ ลุยตรวจถนนทรุดวงเวียนใหญ่ สั่งรื้อสะพานลอยลดแรงกดทับ อัดซีเมนต์อุ้มชั้นดิน สกัดเสี่ยง
เทียบฟอร์ม Thaimart เปิดเกมชิงเค้กอีคอมเมิร์ซ
Tech เทียบฟอร์ม Thaimart เปิดเกมชิงเค้กอีคอมเมิร์ซ
ราคาทองวันนี้ (11 ก.ค. 69) ดีดขึ้น 200 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,800 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (11 ก.ค. 69) ดีดขึ้น 200 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,800 บาท
ก.ล.ต.เช็กยิบ ‘สุภาพร’ ยื่นทิพย์…ขบวนการสร้างราคา ?
Finance ก.ล.ต.เช็กยิบ ‘สุภาพร’ ยื่นทิพย์…ขบวนการสร้างราคา ?
อัดโปรแรงระบายคอนโดฯ ล้น 2 แสนยูนิต
Real Estate อัดโปรแรงระบายคอนโดฯ ล้น 2 แสนยูนิต
จับตาใช้เงินกู้ 4 แสนล้าน
Columns จับตาใช้เงินกู้ 4 แสนล้าน
‘ษัษฐรัมย์’ ปลุกคนทำงาน ลงทะเบียนเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ย้ำ “ไม่เอาของชำร่วย เราจะเอาสวัสดิการ”
Politics ‘ษัษฐรัมย์’ ปลุกคนทำงาน ลงทะเบียนเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ย้ำ “ไม่เอาของชำร่วย เราจะเอาสวัสดิการ”
รัฐมนตรีโลกลืม ข้าราชการโควตากลาง
สามัญสำนึก รัฐมนตรีโลกลืม ข้าราชการโควตากลาง
‘โรงกลั่น’ รับบทหนักน้ำมันแพง ถูกหั่นกำไร-DSI ไล่บี้คดีกักตุน
World ‘โรงกลั่น’ รับบทหนักน้ำมันแพง ถูกหั่นกำไร-DSI ไล่บี้คดีกักตุน
สภาพอากาศวันนี้ (11 ก.ค.) ไทยมีฝนเพิ่มขึ้น กทม.-ปริมณฑล ฝนฟ้าคะนอง 60% ของพื้นที่
News สภาพอากาศวันนี้ (11 ก.ค.) ไทยมีฝนเพิ่มขึ้น กทม.-ปริมณฑล ฝนฟ้าคะนอง 60% ของพื้นที่
ดูทั้งหมด

BDE เดินหน้าพัฒนาเครื่องมือทางเศรษฐศาสตร์ แบบจำลอง MODEST วิเคราะห์ผลกระทบเชิงเศรษฐกิจและประเมินผลนโยบายดิจิทัล ขับเคลื่อนเศรษฐกิจแห่งอนาคต

07 ก.พ. 2568 | 17:43น.

จากการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัล สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ BDE เปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจดิจิทัล ปี 2567 ขยายตัว 5.7% คิดเป็นมูลค่ารวม 4.44 ล้านบาท ซึ่งอัตราการขยายตัวดังกล่าวอยู่ในระดับสูงถึงราว 2.2 เท่าของ GDP ในภาพรวมของประเทศ สะท้อนพัฒนาการของเทคโนโลยีดิจิทัลที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ การพัฒนาของเทคโนโลยีดิจิทัลอันรวดเร็วได้ส่งผลกระทบในด้านบวกต่อประเทศหลากหลายประการ อาทิ การเกิดขึ้นของโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ การเพิ่มช่องทางในการลดต้นทุนทางธุรกิจ หรือการเพิ่มผลิตภาพและความยืดหยุ่นในการทำงาน เป็นต้น แต่ก็อาจส่งผลในแง่ลบในบางลักษณะเช่นกัน อาทิการโจมตีทางไซเบอร์ การหลอกลวงออนไลน์ที่เพิ่มจำนวนขึ้น การละเมินข้อมูลส่วนบุคคล ไปจนถึงการสูญเสียโอกาสหรือความสามารถในการแข่งขันของกลุ่มคนที่เข้าไม่ถึงการใช้ประโยชน์เทคโนโลยีดิจิทัลในปัจจุบัน

ด้วยเหตุนี้ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (MDES) โดยสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัล
เพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (BDE) ได้เล็งเห็นความจำเป็นในการวัดผลกระทบเศรษฐกิจและสังคมจากการเติบโตของเทคโนโลยีดิจิทัล จึงได้จัดทำการศึกษา โครงการสู่การพัฒนาการวิเคราะห์ภูมิภาคอาเซียน การพัฒนาแบบจำลอง MODEST เพื่อวัดผลกระทบของดิจิทัลต่อความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัลและข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย โดยมีวัตถุประสงค์หลักในการพัฒนาเครื่องมือทางเศรษฐศาสตร์เพื่อใช้ในการประเมินผลกระทบของนโยบายดิจิทัลต่อภาคเศรษฐกิจ สังคม และความเหลื่อมล้ำด้านดิจิทัลของประเทศไทย

สำหรับเครื่องมือเพื่อใช้ในการประเมินผลกระทบของนโยบายดิจิทัลดังกล่าว ได้แก่ แบบจำลอง Ministry of Digital Economy and Society of Thailand (MODEST) และแบบจำลอง Micro-MODEST ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อประเมินผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมจากนโยบายดิจิทัล ควบคู่ไปกับการแสดงภาพการเปลี่ยนแปลงของความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและความเหลื่อมล้ำด้านดิจิทัล 

ดร.เวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ได้กล่าวถึงที่มาของโครงการฯ ว่า โครงการนี้ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้เสนอที่ประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านดิจิทัล (The ASEAN Digital Ministers Meeting: ADGMIN) ให้ความเห็นชอบในการประชุมครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 27 – 28 มกราคม 2565 โดยมีวัตถุประสงค์ที่จะพัฒนาเครื่องมือทางเศรษฐศาสตร์เพื่อใช้ในการประเมินผลกระทบของนโยบายดิจิทัลต่อระบบเศรษฐกิจ และวัดสถานภาพด้านความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัลของประเทศไทย เพื่อเป็นแบบจำลองนำร่องสำหรับการพัฒนาแบบจำลองลักษณะเดียวกันนี้ต่อในอนาคต

ในด้านข้อมูลระดับความเหลื่อมล้ำด้านดิจิทัลของประชาชน วัดจากระดับการเข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัล (access) ระดับความสามารถในการจ่ายเพื่อให้ได้มาซึ่งเทคโนโลยีดิจิทัล (affordability) และระดับทักษะดิจิทัล (ability) ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเหลื่อมล้ำด้านดิจิทัลของประชาชน ในการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อการทำงาน หรือสร้างรายได้ให้กับประชาชน

สำหรับข้อมูลหลักที่ใช้ในการจัดทำแบบจำลองระดับมหภาค “MODEST Model” ประกอบด้วย ตารางปัจจัยการผลิตและผลผลิตดิจิทัลจากสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (BDE) บัญชีรายได้ประชาชาติจากสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (NESDC) และข้อมูลรายได้จากภาษีจากกรมสรรพากร กรมศุลกากร และกรมสรรพสามิต 

ขณะที่ “Micro-MODEST Model” ซึ่งเป็นแบบจำลองระดับจุลภาค ใช้ข้อมูลจาก Thailand Digital Outlook การสำรวจภาวะเศรษฐกิจและสังคม การสำรวจแรงงาน และสำมะโนอุตสาหกรรมและธุรกิจ รวมถึงข้อมูลจากแบบสอบถามเกี่ยวกับพฤติกรรมการใช้งานเทคโนโลยีดิจิทัล ด้วยความร่วมมือจากหลายภาคส่วนและการพัฒนาศักยภาพอย่างต่อเนื่อง แบบจำลองนี้ จะสามารถรองรับการวิเคราะห์ผลกระทบเชิงนโยบายในมิติที่หลากหลาย ทั้งในด้านการค้าเสรี การไหลเวียนทางดิจิทัล และปัจจัยเชิงภูมิภาคอื่น ๆ ได้อีกด้วย

BDE ได้เปิดเผยผลการศึกษาเชิงเทคนิคในการทดลองประเมินผลลัพธ์ของนโยบายด้านดิจิทัลผ่านฉากทัศน์ 3 รูปแบบ ประกอบด้วย 

ฉากทัศน์ 1 การเพิ่มการเข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัลของครัวเรือน 1.2 ล้านครัวเรือนในกลุ่มยากจนที่สุดของประเทศ ที่ขาดแคลนอุปกรณ์ดิจิทัลและการเชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ตในปัจจุบัน เพื่อให้มีอุปกรณ์และการเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตจนสามารถใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิทัลได้ 

ฉากทัศน์ 2 การเพิ่มทักษะดิจิทัลของแรงงาน จำนวน 6.97 ล้านคนในกลุ่มครัวเรือนในกลุ่มผู้มีรายได้น้อย เพื่อให้สามารถนำเอาเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ประโยชน์ในการทำงานที่ตนเองทำอยู่ 

ทั้งนี้ ผลการวิเคราะห์แบบจำลอง ในฉากทัศน์ 1 และ 2 ชี้ให้เห็นว่า การขยายการเข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัลและการพัฒนาทักษะดิจิทัลอย่างทั่วถึง สามารถลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ พร้อมกับเพิ่มการเติบโต
ทางเศรษฐกิจได้ ถึงแม้ว่าอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจในฉากทัศน์ทั้งสองอาจไม่สูงมากนัก (GDP เติบโตร้อยละ 0.26 และ 0.22 ตามลำดับ) แต่ในความเป็นจริง สถานการณ์ภายใต้ฉากทัศน์ทั้งสอง มีโอกาสที่จะสร้างการเติบโตได้มากขึ้น เพราะทั้งการขยายการเข้าถึงเทคโนโลยีและการพัฒนาทักษะดิจิทัล สามารถเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการสร้างอุตสาหกรรมใหม่ที่ตอบสนองความต้องการของเศรษฐกิจโลกได้

ฉากทัศน์ 3 การเพิ่มการลงทุนในอุตสาหกรรมดิจิทัล เพื่อให้เกิดการเติบโตของมูลค่าอุตสาหกรรมที่
ร้อยละ 12 ตามเป้าหมายของนโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
(พ.ศ. 2561-2580) ฉบับปรับปรุง

โดยเมื่อพิจารณาจากผลการวิเคราะห์แบบจำลองในฉากทัศน์ 3 พบว่า หากมีการลงทุนในภาคเศรษฐกิจดิจิทัลที่ทำให้มูลค่าอุตสาหกรรมดิจิทัลของไทยเติบโต ร้อยละ 12 โดยที่การเข้าถึงเทคโนโลยีและทักษะดิจิทัลของประชากรยังคงอยู่ในระดับเดิม ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจจะทวีความรุนแรงขึ้น อันเป็นผลมาจากการที่รายได้ของกลุ่มผู้มีรายได้สูงเติบโตรวดเร็วกว่ากลุ่มผู้มีรายได้น้อย ถึงแม้ว่าจะช่วยให้ GDP ของประเทศเติบโตได้ ร้อยละ 5.44 ก็ตาม

“แบบจำลอง MODEST สามารถรองรับการวิเคราะห์ผลกระทบเชิงนโยบายในมิติที่หลากหลาย
ทั้งด้านการค้าเสรี การไหลเวียนทางดิจิทัล และปัจจัยเชิงภูมิภาคอื่น ๆ 

หวังว่าแบบจำลองนี้ จะเป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับประเทศไทยและประเทศสมาชิกอาเซียน ใน
การประเมินผลกระทบเชิงเศรษฐกิจ ความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัล และเพื่อพัฒนาข้อเสนอแนะเชิงนโยบายที่สอดคล้องกับเป้าหมายต่อไป” ดร.เวทางค์กล่าว