เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ADB คาด GDP ปีนี้ 1.8% ส่งออกแกร่ง-จับตาพลังงานโลก
Finance ADB คาด GDP ปีนี้ 1.8% ส่งออกแกร่ง-จับตาพลังงานโลก
CP ถอดใจ ไม่ไปต่อรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ยื่นหนังสือ ร.ฟ.ท. ขอสิ้นสุดสัญญาแล้ว
Economic CP ถอดใจ ไม่ไปต่อรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ยื่นหนังสือ ร.ฟ.ท. ขอสิ้นสุดสัญญาแล้ว
กยศ. ชี้หักบัญชีอัตโนมัติ เฉพาะผู้กู้ยืมเงินที่ค้างชำระหนี้ แจงเป็นไปตามสัญญา
Finance กยศ. ชี้หักบัญชีอัตโนมัติ เฉพาะผู้กู้ยืมเงินที่ค้างชำระหนี้ แจงเป็นไปตามสัญญา
Thaimart สร้างปรากฏการณ์ 2 วัน ยอดดาวน์โหลดทะลุ 1 แสนครั้ง
Biz Movement Thaimart สร้างปรากฏการณ์ 2 วัน ยอดดาวน์โหลดทะลุ 1 แสนครั้ง
นทท.  ‘สงขลา’ เริ่มกลับครึ่งปี 3 ล้านคน รบ.ยันพร้อมรับฤดูฝน-ไม่ตัดงบแก้น้ำท่วม
Politics นทท. ‘สงขลา’ เริ่มกลับครึ่งปี 3 ล้านคน รบ.ยันพร้อมรับฤดูฝน-ไม่ตัดงบแก้น้ำท่วม
นายกฯ ขอบคุณศาลยันจะใช้งบ ‘พ.ร.ก.กู้เงินฯ’ กระตุ้นเศรษฐกิจ-ลดค่าพลังงาน
Politics นายกฯ ขอบคุณศาลยันจะใช้งบ ‘พ.ร.ก.กู้เงินฯ’ กระตุ้นเศรษฐกิจ-ลดค่าพลังงาน
กรมปศุสัตว์ผนึกหอการค้า ปั้นร้าน ‘ปศุสัตว์ OK’ การันตีเนื้อปลอดภัย ตรวจสอบได้
Economic กรมปศุสัตว์ผนึกหอการค้า ปั้นร้าน ‘ปศุสัตว์ OK’ การันตีเนื้อปลอดภัย ตรวจสอบได้
ราคาทองวันนี้ (9 ก.ค. 69) พุ่งขึ้น 700 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,800 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (9 ก.ค. 69) พุ่งขึ้น 700 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,800 บาท
‘Kalshi-Polymarket’ เก็ง สัญจรในช่องแคบฮอร์มุซ กลับมาปกติ ปี 2027
World ‘Kalshi-Polymarket’ เก็ง สัญจรในช่องแคบฮอร์มุซ กลับมาปกติ ปี 2027
กยศ. ขยายเวลาให้บริการคอลเซ็นเตอร์ถึง 20.00 น. ทุกวันทำการ ช่วยผู้ติดต่อสอบถามข้อมูล
Finance กยศ. ขยายเวลาให้บริการคอลเซ็นเตอร์ถึง 20.00 น. ทุกวันทำการ ช่วยผู้ติดต่อสอบถามข้อมูล
ดูทั้งหมด

เช็กชีพจรค่าเงินบาท เข้าปี 2025 มา เต้นแรงแค่ไหน

21 ก.พ. 2568 | 07:32น.
คอลัมน์ : นั่งคุยกับห้องค้า
ผู้เขียน : ดร.กอบสิทธิ์ ศิลปชัย, จงรัก ก้องกำชัย ธนาคารกสิกรไทย

ในช่วงต้นปี 2025 ค่าเงินบาทยังคงมีความผันผวนสูง อย่างไรก็ดี ยังมีข่าวดีอยู่บ้างหากดูการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทที่แคบกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ๆ โดยปีนี้ค่าเงินบาทมีการเคลื่อนไหวในประมาณ 1 บาท ระหว่าง 33.60-34.90 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ แม้ว่าในปีนี้ดัชนีค่าเงินดอลลาร์สหรัฐจะแข็งค่ารุนแรงสุดในรอบกว่า 2 ปี แตะระดับ 110 แต่ค่าเงินบาทกลับไม่ได้เหวี่ยงรุนแรงเท่ากับ 1-2 ปีก่อนหน้า ในกรอบการเหวี่ยงสูงถึงเกือบ 2 บาท

อะไรเป็นปัจจัยหนุนค่าเงินบาทในปีนี้ ? ความแข็งแกร่งของค่าเงินบาทในปีนี้น่าจะมาจากปัจจัยหลายประการ อย่างแรกปัจจัยด้านฤดูกาลท่องเที่ยวในไทยที่ใกล้เคียงช่วงก่อนโควิดมากขึ้น ช่วยสนับสนุนความต้องการค่าเงินบาท โดยในช่วงต้นปีมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทยทะลุ 4.8 ล้านคนแล้ว หรือเพิ่มขึ้น 17.13%YOY

ประกอบกันนี้ ราคาทองคำที่ยังคงมีแนวโน้มสูงขึ้น จากความกังวลเกี่ยวกับนโยบายภาษีนำเข้าของทรัมป์ โดยสามารถทำจุดสูงสุดใหม่ได้อย่างต่อเนื่อง และใกล้แตะ 3,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ซึ่งช่วยสนับสนุนค่าเงินบาท ประกอบกับการกลับมาแข็งค่าของค่าเงินเยน หลังบีโอเจขึ้นดอกเบี้ย

ดังนั้น ในระยะสั้นปัจจัยข้างต้นจะยังเป็นแรงหนุนช่วยค่าเงินบาทให้ไม่อ่อนค่าลงรุนแรง แม้ท่ามกลางดอลลาร์สหรัฐที่แข็งค่ามาก

อย่างไรก็ตาม แรงหนุนเหล่านี้อาจเริ่มลดลงเมื่อผ่านไตรมาสแรกของปี 2025 ไปแล้ว ส่วนหนึ่งจากที่ฤดูกาลท่องเที่ยวจะทยอยหมดไป ทำให้อุปสงค์ต่อค่าเงินบาทปรับลดลง นอกจากนี้ จะมีปัจจัยฤดูกาลที่เป็นลบอันใหม่เข้ามาแทนที่ คือการจ่ายปันผลของบริษัทไทยให้นักลงทุนชาวต่างชาติ

ซึ่งจะนำไปสู่การเทขายบาทเพื่อนำส่งเงินปันผลกลับประเทศ นำไปสู่การอ่อนค่าของเงินบาทได้บ้าง โดยในอดีตที่ผ่านมาการจ่ายปันผลจะมีปริมาณสูงในช่วงหลังสงกรานต์ ต่อเนื่องไปถึงปลายเดือนพฤษภาคม ซึ่งอาจเป็นจังหวะที่ดีของการซื้อขายค่าเงินบาทสำหรับผู้ส่งออกได้

ภาพค่าเงินบาทในช่วงที่เหลือของปี 2025 ยังคาดเดาได้ยาก โดยปัจจัยสำคัญที่จะมีผลต่อค่าเงินบาทส่วนใหญ่ในระยะนี้เป็นปัจจัยจากต่างประเทศ ทั้งแนวโน้มนโยบายการจัดเก็บภาษีนำเข้าของทรัมป์ รวมถึงทิศทางการลดดอกเบี้ยของเฟดที่ยังมีความไม่แน่นอนอยู่สูง แต่โดยรวมจะยังมีแนวโน้มเคลื่อนไหวอยู่ในฝั่งที่ค่อนข้างอ่อนค่า

ในทางตรงกันข้าม ค่าเงินบาทอาจจะพลิกกลับมาอยู่ฝั่งแข็งค่าได้ ขึ้นอยู่กับปัจจัยสำคัญ 2 ประการ ได้แก่ ความกังวลเกี่ยวกับนโยบายขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าของทรัมป์ที่ทยอยหมดไป โดยเฉพาะหลังช่วง 100 วันแรกหลังการดำรงตำแหน่ง ที่ทรัมป์อาจไม่มีการขึ้นภาษีรุนแรงเท่าที่หาเสียงไว้

ประกอบกับคาดการณ์การลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่หากพลิกมาอยู่ฝั่งการลดดอกเบี้ยต่อเนื่อง โดยในอดีตการลดดอกเบี้ยของเฟดลง 1% อาจนำไปสู่การแข็งค่าของเงินบาทประมาณ 2-3 บาทเทียบกับดอลลาร์สหรัฐได้เลย ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญต่อค่าเงินบาทที่ต้องจับตา