เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
พยากรณ์อากาศ (9 ก.ค.) เตือนฝนตกหนัก 3 ภาค เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน-น้ำป่าไหลหลาก
News พยากรณ์อากาศ (9 ก.ค.) เตือนฝนตกหนัก 3 ภาค เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน-น้ำป่าไหลหลาก
อ่านเกมส์ Virtual Bank KKPS ชี้ ‘เปิดก่อน’ อาจไม่ได้เปรียบ
Finance อ่านเกมส์ Virtual Bank KKPS ชี้ ‘เปิดก่อน’ อาจไม่ได้เปรียบ
อาลัย ‘พิพัฒ’ ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ ผู้บุกเบิกตำนาน ‘มาม่า
Biz Movement อาลัย ‘พิพัฒ’ ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ ผู้บุกเบิกตำนาน ‘มาม่า
นายกฯ ตรวจน้ำรั่วอุโมงค์ MRT สายม่วงใต้ รับมีบทเรียนไม่ดี สั่งเตรียมพร้อม
Politics นายกฯ ตรวจน้ำรั่วอุโมงค์ MRT สายม่วงใต้ รับมีบทเรียนไม่ดี สั่งเตรียมพร้อม
ราคาน้ำมันวันนี้ (9 ก.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (9 ก.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
คมนาคม เบรก ”แลนด์บริดจ์-พ.ร.บ.SEC“ ยังไม่เสนอครม. รอผลศึกษาสะเด็ดน้ำจาก“เอกนิติ”
Politics คมนาคม เบรก ”แลนด์บริดจ์-พ.ร.บ.SEC“ ยังไม่เสนอครม. รอผลศึกษาสะเด็ดน้ำจาก“เอกนิติ”
สรุปเวทีเสวนา “6 ปีที่ต้าร์ไม่อยู่ การต่อสู้ การรอคอย และความหวัง”
News สรุปเวทีเสวนา “6 ปีที่ต้าร์ไม่อยู่ การต่อสู้ การรอคอย และความหวัง”
ปริศนา “สุภาพร พิมพงษ์” เขย่าตลาดทุนไทย สั่นคลอนหน่วยงานกำกับ จับตา ก.ล.ต. ตรวจเชิงลึก
Finance ปริศนา “สุภาพร พิมพงษ์” เขย่าตลาดทุนไทย สั่นคลอนหน่วยงานกำกับ จับตา ก.ล.ต. ตรวจเชิงลึก
จับเทรนด์ ‘ศูนย์การค้า’ ไทย จากห้างขายของสู่พื้นที่ใช้ชีวิต
Business จับเทรนด์ ‘ศูนย์การค้า’ ไทย จากห้างขายของสู่พื้นที่ใช้ชีวิต
‘ดร.กอบศักดิ์’ มองดอกเบี้ย 1%-เงินบาทอ่อน เพิ่มแรงส่งเศรษฐกิจ คาดจีดีพี 1.5-2.0%
Finance ‘ดร.กอบศักดิ์’ มองดอกเบี้ย 1%-เงินบาทอ่อน เพิ่มแรงส่งเศรษฐกิจ คาดจีดีพี 1.5-2.0%
ดูทั้งหมด

MK ปรับกลยุทธ์รับปี’68 เดินหน้าขยายธุรกิจ-เพิ่มแบรนด์ใหม่เสริมแกร่ง

27 ก.พ. 2568 | 10:05น.
MK

MK GROUP ปรับกลยุทธ์รับปี 2568 หลังรายได้ปี 2567 ลดลง 7.5% จากกำลังซื้ออ่อนตัวและการแข่งขันสูง โดยจะมุ่งเน้นการขยายธุรกิจร้านอาหาร-รีเทล ทั้งเปิดตัวแบรนด์ใหม่ “HIKINIKU TO COME” และรุกตลาดน้ำจิ้มสุกี้ MK ทั่วโลก พร้อมเสริมพอร์ตโลจิสติกส์ M SENKO เพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต

บริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MK GROUP และบริษัทย่อย รายงานผลดำเนินการปี 2567 มีรายได้จากการขายและบริการเท่ากับ 15,418 ล้านบาท ลดลง 1,242 ล้านบาท หรือลดลง 7.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน โดยรายได้หลักยังคงมาจากแบรนด์เอ็มเค 72% ยาโยอิ 18% แหลมเจริญ 7% และอื่น ๆ 3% โดยช่องทางหลักยังคงเป็น Dine-in ที่มีสัดส่วนอยู่ที่ประมาณ 85% ดีลิเวอรี่ 9% และซื้อกลับบ้าน 6%

ขณะที่ยอดขายสาขาเดิมได้ปรับตัวลดลง 10.1% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งเป็นผลมาจากกำลังซื้อของผู้บริโภคที่อ่อนตัวลงจากค่าครองชีพและภาระหนี้ครัวเรือนที่สูงขึ้น รวมทั้งการแข่งขันที่ค่อนข้างสูงในธุรกิจร้านอาหาร จึงส่งผลกระทบต่อธุรกิจร้านอาหารเชนในประเทศไทยอย่างมีนัยสำคัญ

ค่าใช้จ่ายฉุดกำไรหด 14.3%

เช่นเดียวกับกำไรสุทธิ ที่ปรับลดลงจาก 1,682 ล้านบาท ในปี 2566 เป็น 1,442 ล้านบาท ลดลง 240 ล้านบาท หรือลดลง 14.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน สาเหตุหลักมาจากที่บริษัทมีค่าใช้จ่ายในด้านต้นทุนที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น อาทิ ค่าใช้จ่ายพนักงาน ค่าเช่า ค่าสาธารณูปโภค ค่าใช้จ่ายในการโฆษณาและส่งเสริมการขาย ฯลฯ โดยได้มีการได้ปรับเพิ่มขึ้น 57.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

อย่างไรก็ตาม ทางบริษัทยังมีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) อยู่ในระดับต่ำที่ 0.41 เท่า สะท้อนให้เห็นถึงคุณภาพการเงินของบริษัทที่ยังคงแข็งแรงและมั่นคง อีกทั้งยังรักษาอัตราส่วนกำไรสุทธิอยู่ในเกณฑ์ดี 9-10% แสดงถึงการบริหารต้นทุนและควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดี ซึ่ง MK GROUP ยังอนุมัติการจ่ายเงินปันผล 1.50 บาทต่อหุ้นอีกด้วย

ปรับกลยุทธ์-สร้างการรับรู้แบรนด์

โดยในปี 2568 ทางบริษัทมีการปรับกลยุทธ์การตลาดใหม่ ๆ ที่มีความคุ้มค่าและคงคุณภาพ เพื่อเพิ่มการรับรู้ของแบรนด์ให้มากขึ้น และดึงดูดความสนใจจากกลุ่มผู้บริโภค ขณะที่ธุรกิจรีเทลมีการเตรียมแผนการขยายช่องทางทั่วโลก และมองหาโอกาสในการเติบโตจากการลงทุนในธุรกิจใหม่

ซึ่งในส่วนของธุรกิจร้านอาหาร ทางบริษัทได้มองหาโอกาสในการเติบโตจากธุรกิจใหม่ ๆ เพื่อเข้ามาเสริมทัพให้พอร์ตธุรกิจแข็งแรงมากยิ่งขึ้น ทั้งการเปิดตัว HIKINIKU TO COME (ฮิคินิคุ โตะ โคเมะ) ร้านแฮมเบิร์กเจ้าดังจากประเทศญี่ปุ่น นำเข้ามาเปิดในไทยเป็นสาขาแรกที่เซ็นทรัลเวิลด์ จนได้รับความสนใจจากผู้บริโภคเป็นจำนวนมาก สร้างยอดขายพุ่งแรง ซึ่งคาดว่ามีโอกาสเติบโตและขยายได้อย่างต่อเนื่อง อีกทั้งทางบริษัทเองก็ยังคงเปิดโอกาสในการมองหาการลงทุนใหม่ ๆ เพื่อเข้ามาเสริมพอร์ตธุรกิจให้แข็งแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

รุกขยายช่องทาง-เพิ่มสินค้าใหม่

นอกจากนี้ บริษัทยังมีธุรกิจรีเทลที่มีความโดดเด่นคือ น้ำจิ้มสุกี้ MK ซึ่งมีการวางจำหน่ายที่ร้านสะดวกซื้อและร้านค้าชั้นนำทั่วประเทศ รวมถึงช่องทางการวางจำหน่ายไปทั่วโลก ทั้งโซนเอเชีย, เอเชียตะวันออกเฉียงใต้, ยุโรป, อเมริกาเหนือ, ออสเตรเลีย และตะวันออกกลาง

โดยในอนาคตมีแผนที่จะเพิ่มรูปแบบสินค้าใหม่ และขยายช่องทางวางจำหน่ายเพิ่มในอีกหลากหลายประเทศ เพื่อให้ครอบคลุมความต้องการของผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น ซึ่งทางบริษัทมีการวางแผนอย่างรัดกุมและมีกำลังการผลิตที่เพียงพอต่อการขยายด้วยเช่นกัน

นอกจากนี้ บริษัทยังมีอีกหนึ่งธุรกิจในเครือ คือ M SENKO ที่ให้บริการด้านโลจิสติกส์ ในกลุ่มสินค้าควบคุมอุณหภูมิแบบครบวงจร ด้วยบริการคลังสินค้าและบริการขนส่งสินค้าแช่เย็น แช่แข็ง โดยเทคโนโลยีที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพ โดยในปี 2567 ได้รับความไว้วางใจจากหลากหลายกลุ่มลูกค้าจำนวนมาก ทั้งการขนส่งวัตถุดิบสดใหม่ให้กับร้านอาหารชื่อดัง ผลิตภัณฑ์แช่เย็น แช่แข็งที่ถูกจัดส่งให้กับร้านค้าชั้นนำทั่วประเทศ ส่งผลให้ธุรกิจสร้างกำไรเพิ่มขึ้นให้กับบริษัท

ทั้งนี้ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2567 ปัจจุบันมีร้านอาหารในเครือทั้งหมด 13 แบรนด์ โดยร้าน MK Restaurants มีสาขาทั้งหมด 432 สาขา, MK Live 4 สาขา, MK Gold 5 สาขา, YAYOI 191 สาขา, แหลมเจริญ ซีฟู้ด 40 สาขา

HIKINIKU TO COME 1 สาขา, HAKATA Ramen 1 สาขา, MIYAZAKI 8 สาขา, เลอ สยาม 3 สาขา, ณ สยาม 1 สาขา, BIZZY BOX (Grab & Go) 2 สาขา, LE PETIT 3 สาขา, Multibrand 1 สาขา (โมเดลร้านอาหารในเครือรูปแบบใหม่ที่ตอบโจทย์ความสะดวกและความชอบที่หลากหลาย) 

และสาขาแฟรนไชส์ MK Restaurants ในต่างประเทศ คือ ญี่ปุ่น 24 สาขา, เวียดนาม 4 สาขา, ลาว 3 สาขา และสาขาแฟรนไชส์ แหลมเจริญ ซีฟู้ด ในต่างประเทศ คือ มาเลเซีย 4 สาขา และ MIYAZAKI ที่ประเทศลาว 1 สาขา โดยมีแผนการขยายธุรกิจแฟรนไชส์อย่างต่อเนื่อง

MK