เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (10 ก.ย.) ปรับลง 0.86% อยู่ที่ 77,807 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (10 ก.ย.) ปรับลง 0.86% อยู่ที่ 77,807 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (10 ก.ย.) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (10 ก.ย.) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
เช็กสเป็กจอพับ ‘รุ่นแรก’ ของ Apple ‘iPhone Duo’ เริ่มต้น 79,900 บาท
Tech เช็กสเป็กจอพับ ‘รุ่นแรก’ ของ Apple ‘iPhone Duo’ เริ่มต้น 79,900 บาท
เศรษฐาชวนเจ ชนาธิปชิมกาแฟน่านโลละ 2 หมื่น เผยห่วงเกษตรกรน้ำท่วมพัดโอกาสและเงินไปด้วย
Biz Movement เศรษฐาชวนเจ ชนาธิปชิมกาแฟน่านโลละ 2 หมื่น เผยห่วงเกษตรกรน้ำท่วมพัดโอกาสและเงินไปด้วย
พ่อน้องเนเน่โพสต์ขอบคุณ ‘ศุภชัย เจียรวนนท์’ สนับสนุนอุปกรณ์การเรียน
Biz Movement พ่อน้องเนเน่โพสต์ขอบคุณ ‘ศุภชัย เจียรวนนท์’ สนับสนุนอุปกรณ์การเรียน
ชง 5 มาตรการคุมเข้ม ‘อุเทนถวาย-ปทุมวัน’ งดสอน 90 วัน-เร่งหาพื้นที่ใหม่
การศึกษา ชง 5 มาตรการคุมเข้ม ‘อุเทนถวาย-ปทุมวัน’ งดสอน 90 วัน-เร่งหาพื้นที่ใหม่
“ธนัชวิชญ์” กางสูตร 3 ระยะรับมือน้ำมันแพง กระทุ้งรัฐดัน Ecosystem แบตเตอรี่-ปั๊มชาร์จ EV Bus
Interview “ธนัชวิชญ์” กางสูตร 3 ระยะรับมือน้ำมันแพง กระทุ้งรัฐดัน Ecosystem แบตเตอรี่-ปั๊มชาร์จ EV Bus
โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง พระบรมราชินี ดำรงตำแหน่ง สภานายิกาสภากาชาดไทย
ข่าวในพระราชสำนัก โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง พระบรมราชินี ดำรงตำแหน่ง สภานายิกาสภากาชาดไทย
ในหลวง พระราชินี เสด็จฯทอดพระเนตรบัลเลต์ เรื่อง “โรมิโอ แอนด์ จูเลียต”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี เสด็จฯทอดพระเนตรบัลเลต์ เรื่อง “โรมิโอ แอนด์ จูเลียต”
‘เดอลีฟ’ ยกระดับสมุนไพรไทยสู่สากล ลุยตลาดเวียดนาม-อาเซียน ดัน ‘อิงฟ้า’ ปีที่ 2 เจาะนวัตกรรมผิว
Biz Movement ‘เดอลีฟ’ ยกระดับสมุนไพรไทยสู่สากล ลุยตลาดเวียดนาม-อาเซียน ดัน ‘อิงฟ้า’ ปีที่ 2 เจาะนวัตกรรมผิว
ดูทั้งหมด

การค้าที่ไม่เป็นธรรมในมุมทรัมป์ “เพื่อนร้ายกว่าศัตรู” และวาทะไทยเก็บภาษี 60 %

06 เม.ย. 2568 | 14:09น.

ภาษีแบบต่างตอบโต้ (Reciprocal Tariffs) ถูกงัดมาใช้เป็นเครื่องมือทางเศรษฐกิจเพื่อแก้ไขการค้าที่ไม่สมดุลและไม่เป็นธรรม ไม่ปรานีศัตรู ไม่ละเว้นมิตร

ณ งานแถลงข่าวครั้งใหญ่ในสวนกุหลาบทำเนียบขาว เมื่อ 2 เมษายน เวลาท้องถิ่น โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐกล่าวว่า “ในแง่การค้ามีหลายกรณีอย่างมากที่เพื่อนเลวร้ายกว่าศัตรู” พร้อมย้ำถึงความไม่สมดุลการค้าที่เลวร้ายทำให้ฐานอุตสาหกรรมในประเทศสหรัฐเสียหาย และความมั่นคงแห่งชาติตกอยู่ในความเสี่ยง

เกี่ยวกับภาษียานยนต์ 25% ซึ่งมีผลแล้วเมื่อเที่ยงคืนวันที่ 3 เมษายน ทรัมป์ยกตัวอย่างการโจมตีที่รุนแรงที่แรงงานสหรัฐเผชิญมาหลายปี และได้พูดถึงไทย ระบุว่าสหรัฐเก็บภาษีมอเตอร์ไซค์ประเทศอื่น 2.4% แต่ประเทศไทยและประเทศอื่น ๆ เก็บสูงกว่าสหรัฐอย่างมาก ไทยเก็บ 60% อินเดียเก็บ 70% เวียดนามเก็บ 75% และแม้กระทั่งชาติอื่น ๆ ยังเก็บสูงกว่า

จากข้อเท็จจริง ไทยเป็นพันธมิตรที่เก่าแก่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของสหรัฐ สถานทูตสหรัฐที่ถนนวิทยุมีขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชีย แต่ก็ยังโดนภาษีแบบต่างตอบโต้ที่สูงกว่าถึง 36% ซึ่งเป็นอัตราที่สหรัฐลดให้แล้วครึ่งหนึ่งจากที่สหรัฐคำนวณว่าไทยเก็บภาษีสินค้าสหรัฐ 72% และจะมีผลในวันพุธที่ 9 เมษายนนี้ หรือห่างกันราวหนึ่งสัปดาห์หลังจากวันประกาศเรตภาษีเมื่อ 2 เมษายน ซึ่งรัฐบาลสหรัฐได้เปิดให้มีการเจรจาต่อรองตามภาคผนวกในคำสั่งฝ่ายบริหาร

ในปี 2024 มูลค่าขาดดุลการค้าของสหรัฐต่อไทยอยู่ที่ 45,600 ล้านดอลลาร์ (ราว 1.5 ล้านล้านบาท)

อย่างไรก็ตาม กระทั่งเมื่อเร็ว ๆ นี้ ในแง่ความสัมพันธ์ทางการทูต ไทยได้ส่งชาวอุยกูร์กลับจีน ส่งผลให้มาร์โก รูบิโอ รมว.ต่างประเทศสหรัฐประณามไทยขั้นสูงสุด (คลิกดูแถลงการณ์ กรณีไทยผลักดันชาวอุยกูร์กลับประเทศจีน) และส่งสารในลักษณะที่เน้นไปทางตัดพ้อในความสัมพันธ์ที่แม้แต่มิตรภาพยาวนานของสองประเทศก็ไม่อาจยับยั้งการกระทำของไทยได้ และเป็นการกระทำของไทยที่สหรัฐประหลาดใจ ซึ่งนักวิชาการด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศระบุว่า นี่คือการหักหน้าสหรัฐ นอกจากการประณามแล้ว ยังตามมาด้วยมาตรการจำกัดด้านวีซ่าต่อเจ้าหน้าที่ไทยที่เกี่ยวข้อง

ทรัมป์ยังบอกอีกว่า สหรัฐเก็บภาษีนำเข้ารถยนต์นั่งส่วนบุคคลที่ผลิตจากต่างประเทศ 2.5% ขณะที่พันธมิตรอย่างสหภาพยุโรป (อียู) เก็บสหรัฐกว่า 10% และยังมีภาษีมูลค่าเพิ่มอีก 20% ขณะที่อินเดียเก็บ 70% และภาษีที่ไม่ใช่ตัวเงินจากเกาหลีใต้และญี่ปุ่นที่เลวร้ายยิ่งกว่า

รถยนต์ 81% ในเกาหลีใต้ผลิตในเกาหลีใต้ และ 94% ของรถยนต์ในญี่ปุ่นผลิตในญี่ปุ่น รถยนต์ที่ผลิตในต่างประเทศของโตโยต้าส่งเข้ามาขายในสหรัฐจำนวน 1 ล้านคัน และเจนเนอร์รัล มอเตอร์ส (จีเอ็ม) บริษัทรถยนต์สัญชาติสหรัฐเกือบจะขายไม่ได้เลย ด้วยกำแพงภาษีที่มากขนาดนี้จึงไม่มีบริษัทรถยนต์สหรัฐได้รับอนุญาตให้เข้าไปตลาดประเทศอื่น

Advertisement

ทรัมป์ได้เชิญนายไบรอัน เพนน์เบกเกอร์ อดีตแรงงานในภาคยานยนต์ซึ่งขณะนี้เกษียณแล้ว เคยทำงานให้ฟอร์ดและไครสเลอร์ ผู้ที่ทรัมป์ยกย่องว่ามีความรู้ความเข้าใจที่ดีกว่านักเศรษฐศาสตร์หลายคน ขึ้นกล่าวในระหว่างการประกาศเก็บภาษียานยนต์ ซึ่งนายไบรอันแนะนำตัวเองว่าเกิดในเมืองดีทรอยต์ รัฐมิชิแกน และตลอดชีวิตที่ผ่านมาได้เห็นหลายโรงงานต้องปิดตัวลงโรงงานแล้วโรงงานเล่า รวมถึงหลายโรงงานที่ไม่ดำเนินการทั่วดีทรอยต์รวมถึงในเขตเมือง

เขาและสมาชิกสหภาพแรงงานภาคยานยนต์ (The United Auto Workers) อีก 20 คน ซึ่งมาในงานแถลงประกาศขึ้นภาษี เห็นด้วยกับนโยบายภาษีของทรัมป์ 100% มั่นใจว่านโยบายทรัมป์จะทำให้โรงงานเหล่านี้กลับมาผลิตสินค้าได้อีกครั้ง

ภาพรวมในการแถลงข่าวใหญ่ครั้งนี้ ทรัมป์ชูรายงานเล่มหนาเล่มหนึ่งขึ้นกลางอากาศ เป็นรายงานว่าด้วยกำแพงการค้าของต่างประเทศที่กระทำต่อสหรัฐประจำปี 2025 หรือ The 2025 National Trade Estimate Report on Foreign Trade Barriers (NTE) ซึ่งทรัมป์ได้สั่งคณะรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปสืบสวนการค้าที่ไม่สมดุลและไม่เป็นธรรมตั้งแต่วันแรก ๆ ของการเข้ารับตำแหน่ง และการกำหนดภาษีแบบต่างตอบโต้ต่อชาติอื่น ๆ มาจากผลการศึกษาเหล่านี้

ทรัมป์กล่าวกับพลเมืองอเมริกาโดยเฉพาะ บอกว่ารายงานเล่มนี้ทำให้ได้รู้ถึงสิ่งที่ประเทศอื่นทำกับสหรัฐมาตลอด 30 ปี ซึ่งทำให้เขาไม่พอใจ ทรัมป์ไม่ได้โทษประเทศอื่น แต่กล่าวโทษประธานาธิบดีคนก่อน ๆ ที่ยอมให้สิ่งนี้เกิดขึ้น “ประธานาธิบดีสหรัฐในอดีตไม่ได้ทำหน้าที่ประธานาธิบดี” ทรัมป์กล่าว และปล่อยให้ความเสียหายมาถึงระดับที่เหลือเชื่อ

ในความคิดเห็นของทรัมป์ ซึ่งประกาศวันที่ 2 เมษายนเป็นวันปลดแอกทางเศรษฐกิจ (Declaration of Economic Independence) ถือเป็นหนึ่งในวันสำคัญทางประวัติศาสตร์ของสหรัฐ

หลายสิบปีที่ผ่านมา สหรัฐตัด/ลดกำแพงภาษีต่อประเทศอื่นอย่างมาก แต่ประเทศอื่นกลับขึ้นภาษีสินค้าสหรัฐและสร้างกำแพงการค้าที่มิใช่ภาษีที่รุนแรงเหลือจะทานทนได้ เพื่อทำลายหลายอุตสาหกรรมสหรัฐให้พังยับเยิน

และในหลายกรณีคือการตั้งกำแพงหรืออุปสรรคทางการค้าที่มิใช่ตัวเงินของประเทศอื่น ๆ ต่อสหรัฐเลวร้ายกว่าภาษีที่เป็นตัวเงินเสียอีก ความหมายคือสหรัฐถูกเอาเปรียบทางการค้า ได้รับความไม่เป็นธรรม ทั้งมาในรูปของการปั่นค่าเงิน ให้เงินอุดหนุนการส่งออก ขโมยทรัพย์สินทางปัญญา มาตรการภาษีมูลค่าเพิ่มที่แพงเกินไป เพื่อทำให้สินค้าของสหรัฐเสียเปรียบ ไปจนถึงการที่คู่ค้ารับรองกฎและเทคนิคมาตรฐานที่ไม่เป็นธรรม

ทรัมป์ลงนามคำสั่งฝ่ายบริหารบังคับใช้ภาษีแบบต่างตอบโต้ (Reciprocal Tariffs) กับประเทศต่าง ๆ กว่า 180 ประเทศและดินแดน ทรัมป์อธิบายให้เข้าใจง่ายว่า ภาษีแบบต่างตอบโต้ก็คือ พวกเขาเก็บเราเท่านี้ เราก็เก็บเขาเท่ากับที่เขาเก็บเรา ไม่มีอะไรที่เข้าใจได้ง่ายกว่านี้อีกแล้ว

ประธานาธิบดีสหรัฐกล่าวย้อนไปว่า ในสมัยรัฐบาลชุดแรกของตน ได้หารือกับผู้นำหลายประเทศ รวมถึงประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน นเรนทรา โมดี นายกรัฐมนตรีอินเดีย และชินโซ อาเบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ซึ่งต่างแสดงความเข้าใจถึงการค้าที่ไม่เป็นธรรมที่สหรัฐเผชิญ

ทรัมป์จึงได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินระดับชาติ อันเกิดจากเงื่อนไขที่สะท้อนให้เห็นจากการขาดดุลการค้าของสหรัฐในแต่ละปีที่มากและยาวนานต่อเนื่อง ซึ่งเพิ่มขึ้นกว่า 40 % ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา และแตะระดับ 1.2 ล้านล้านดอลลาร์ (ราว 41.4 ล้านล้านบาท) ในปี 2024