อิทธิสั่งคุมเข้ม “โรคแอนแทรกซ์” ปิดพื้นที่เสี่ยง-เร่งฉีดวัคซีนกันโรค
“อิทธิ” รมช.เกษตรฯ สั่งกรมปศุสัตว์คุมเข้ม “โรคแอนแทรกซ์” ในพื้นที่แพร่ระบาด ชายแดน ด่านสำคัญป้องกันการหลุดรอดของโรค ล่าสุด กรมปศุสัตว์เปิดตัวระบบบริการสัตวแพทย์ทางไกล “DLD-Televet” อย่างเป็นทางการครั้งแรก หวังดูแลสุขภาพสัตว์ในไทย
นายอิทธิ ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดงานวันคล้ายวันสถาปนากรมปศุสัตว์ 83 ปีว่า สำหรับกรณีการแพร่ระบาดของโรคแอนแทรกซ์ในกลุ่มโค เบื้องต้น ตนได้กำชับให้ทุกหน่วยงานภายในการกำกับดูแลของกรมปศุสัตว์ ต้องลงพื้นที่เพื่อเข้าตรวจสอบอย่างเข้มงวด ล่าสุดได้มีการปิดพื้นที่ต้องสงสัยไม่ให้โค กระบือ เข้าไปกินหญ้าในพื้นที่ดังกล่าว พร้อมทั้งห้ามคนเข้า-ออก และจะมีการเข้าไปฉีดวัคซีนให้กับกลุ่มโค กระบือในพื้นที่นั้น ๆ รวมถึงสั่งการไม่ให้มีการเคลื่อนย้ายสัตว์ออกจากพื้นที่ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคแอนแทรกซ์
“ตนเชื่อมั่นว่าทางกรมปศุสัตว์สามารถควบคุมได้ และไม่กังวลว่าเรื่องนี้จะส่งผลกระทบตามมา โดยเจ้าหน้าที่ของกรมปศุสัตว์ ตั้งแต่ระดับอำเภอ จังหวัด ทุกหน่วยงานเข้ามาดูแลอย่างใกล้ชิดแล้ว และกำชับไปว่าจะต้องควบคุมให้อยู่ และที่สำคัญต้องสร้างความมั่นใจให้กับผู้ค้าของไทย ว่าโรคแอนแทรกซ์ไม่สามารถกระทบต่อผู้เลี้ยงโคของประเทศไทยได้”
ทั้งนี้ จากการติดตามสถานการณ์ยังไม่ได้รับรายงานการเสียชีวิตเพิ่มเติมของโค กระบือไทย และไม่พบว่ามีผู้ป่วยติดเชื้อเพิ่มเติมเช่นกัน ทางหน่วยงานได้มีการปิดพื้นที่ไว้ระยะทาง 5 กิโลเมตร รวมถึงฉีดวัคซีนให้โค กระบือในบริเวณนั้นทุกตัว หากสถานการณ์ยังไม่ดีขึ้น หรือพบโค กระบือไทยติดเชื้อเพิ่มอีก ตนจะลงพื้นที่ไปเอง
นอกจากนี้ ตามแนวชายแดนตนก็ได้สั่งการให้มีการปิดกั้นพื้นที่ และมีการตรวจโรคสัตว์อย่างละเอียด พร้อมกำชับให้เจ้าหน้าที่ของหน่วยงานกรมปศุสัตว์ ตรวจสอบความเข้มงวดบริเวณท่าอากาศยานและท่าเรือ เพื่อป้องกันโรคแอนแทรกซ์ที่จะหลุดรอดเข้ามา ทั้งนี้ ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าผู้ที่เสียชีวิตติดเชื้อมาจากที่ใด เนื่องจากในพื้นที่ไม่มีรายงานว่ามีโคที่เสียชีวิตจากโรคดังกล่าว
นายอิทธิกล่าวอีกว่า ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกรมปศุสัตว์ไม่ได้นิ่งนอนใจกับเหตุที่เกิดขึ้น และได้มีการลงพื้นที่ไปตรวจสอบอย่างละเอียด และติดตามสถานการณ์ต่อเนื่อง รวมถึงขณะนี้ทางกรมปศุสัตว์ได้มีการพัฒนาเทคโนโลยีที่สามารถทำให้ผู้เลี้ยงสัตว์เข้าถึงการตรวจสุขภาพสัตว์กับผู้เชี่ยวชาญได้ง่ายขึ้น และเป็นการช่วยเลี่ยงการระบาดของโรค
ด้านนายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวว่า ทางกรมปศุสัตว์ได้มีการประสานไปยังกระทรวงสาธารณสุขเพื่อตรวจสอบร่วมกัน โดยพบว่าข้อมูลเบื้องต้นมีผู้เสียชีวิตเพียง 1 ราย และรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลเพียง 1 รายเท่านั้น ในขณะที่พื้นที่โดยรอบที่พบผู้ป่วยก็ได้ให้เจ้าหน้าที่ของกรมปศุสัตว์ลงพื้นที่สอบสวนโรคและเก็บหลักฐานเพื่อนำไปตรวจสอบ คาดว่าจะเสร็จสิ้นภายใน 7 วัน นอกจากนี้ สั่งให้เจ้าหน้าที่ไปฉีดวัคซีนวัว 1,200 ตัวในพื้นที่เพื่อป้องกัน รวมทั้งสั่งห้ามมีการเคลื่อนย้ายออกนอกพื้นที่เด็ดขาด
อย่างไรก็ดี สำหรับวันครบรอบ 83 ปี กรมพร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกร สร้างรายได้ที่มั่นคง และพัฒนาภาคเกษตรให้เติบโตอย่างยั่งยืน เพิ่มประสิทธิภาพทุกมิติ ก้าวสู่ดิจิทัลเต็มรูปแบบ ด้วยแนวคิด “ครอบครัวปศุสัตว์ ก้าวสู่อนาคตด้วยหัวใจดิจิทัล” สอดรับกับยุคสมัยในปัจจุบันและอนาคต โอกาสนี้กรมปศุสัตว์พร้อมเปิดตัวระบบบริการสัตวแพทย์ทางไกล “DLD-Televet” อย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรก ซึ่งระบบ “DLD-Televet” เป็นนวัตกรรมสำคัญที่จะช่วยยกระดับการดูแลสุขภาพสัตว์ในประเทศไทย โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกลและชนบทที่ขาดแคลนสัตวแพทย์
โดยระบบนี้จะช่วยให้เกษตรกรสามารถเข้าถึงคำปรึกษาทางสัตวแพทย์ได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทาง และสามารถวินิจฉัยและดูแลสุขภาพสัตว์ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ DLD-Televet ยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านโรคสัตว์แบบเรียลไทม์ ช่วยเสริมสร้างความมั่นคงด้านปศุสัตว์ และคุณภาพชีวิตของเกษตรกรไทยได้อย่างยั่งยืน