เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

ทำไมปีนี้ นักกลยุทธ์วอลล์สตรีท ไม่เชื่อแนวคิด Sell in May

06 พ.ค. 2568 | 08:00น.
ภาพประกอบข่าวโบรกเกอร์-ตลาดหุ้นสหรัฐ

ภาพประกอบข่าวโบรกเกอร์-ตลาดหุ้นสหรัฐ

ทำไมปีนี้ นักกลยุทธ์วอลล์สตรีท ไม่เชื่อแนวคิด Sell in May ชี้ตลาดหุ้นถูกขับเคลื่อนด้วยข่าวภาษีทรัมป์ – ความไม่แน่นอนเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์จากผลกระทบสงครามการค้า แนะโอกาสซื้อเมื่อราคาย่อตัวจะดีกว่าขาย

รายงานจาก Yahoo Finance เปิดเผยว่า นักวิเคราะห์หลายคนระบุว่าแนวคิด “Sell in May, Go Away” หรือตำนานการขายหุ้นในเดือนพฤษภาคม สำหรับในปี 2568 บรรยากาศอาจจะต่างออกไปจากเดิม เพราะด้วยความไม่แน่นอนและความเปราะบางทางเศรษฐกิจที่ยังคงอยู่ และตัวเร่งทางภูมิรัฐศาสตร์อย่างการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐกับจีน หลายคนจึงมองว่าไม่มีเหตุผลชัดเจนพอที่จะถอนตัวออกจากตลาดหุ้น อย่างน้อยก็ไม่ใช่เพียงเพราะถึงเดือนพฤษภาคม

แลร์รี่ เทนตาเรลลี หัวหน้านักกลยุทธ์ด้านเทคนิคจาก Blue Chip Daily Trend Report ให้สัมภาษณ์กับ Yahoo Finance เมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า “เรากำลังอยู่ในตลาดหุ้นที่ต่างออกไป เพราะตลาดหุ้นได้รับแรงสั่นสะเทือนจากการประกาศมาตรการภาษีของประธานาธิบดีทรัมป์ และพัฒนาการเจรจาการค้าที่มีขึ้นมีลงกับหลายประเทศ ยังคงทำให้ภาพรวมสับสนไม่ชัดเจน และหากมองย้อนหลัง 10 ปีที่ผ่านมา กลยุทธ์ “Sell in May” แทบไม่ได้ผลดีนัก ดังนั้นในปีนี้ตลาดหุ้นที่มีความผันผวนสูง แนะนำให้หาโอกาสซื้อเมื่อราคาย่อตัวจะดีกว่าขาย”

สำหรับวลี “Sell in May, Go Away” มีมาตั้งแต่ยุคตลาดลอนดอน ที่เทรดเดอร์มักขายหุ้นในช่วงฤดูร้อนแล้วกลับเข้าซื้อหลังจบฤดูม้าแข่ง Saint Leger ในเดือนกันยายน จุดประสงค์คือเพื่อหลีกเลี่ยงช่วงฤดูร้อนที่ตลาดหุ้นมักจะซบเซา และกลับมาซื้อเมื่อแนวโน้มตลาดหุ้นโดยรวมดีขึ้น

ซึ่งกลยุทธ์นี้ใช้ได้ดีในช่วงยุควอลล์สตรีทปี 1960 – 1987 แต่หลังปี 1987 สถานการณ์เปลี่ยนไป การถือครองหุ้นต่อเนื่องกลายเป็นกลยุทธ์ที่ให้ผลตอบแทนดีกว่า

อดัม เทิร์นควิสต์ หัวหน้านักกลยุทธ์ด้านเทคนิคจาก LPL Financial กล่าวว่า ข้อมูลตามฤดูกาลมีประโยชน์ เพราะสามารถให้แนวทางเกี่ยวกับสภาพตลาดได้ แต่นโยบายภาษีของทรัมป์และนโยบายด้านการเงินยุคนี้คือปัจจัยจริงที่กำหนดทิศทาง

มาร์ก มาโลช หัวหน้าเจ้าหน้าที่การลงทุนจาก Siebert Financial กล่าวว่า แค่เพราะว่ากลยุทธ์ “Sell in May” มีความน่าจะเป็นในเชิงสถิติ แต่ไม่ได้หมายความว่ามันจะใช้ได้เสมอไป เพราะในสถานการณ์ที่ตลาดแกว่งขึ้นลงมากอย่างช่วงนี้ ก็ยังน่าสงสัยอยู่ว่ากลยุทธ์นี้จะใช้ได้จริงหรือไม่

แอนดรูว์ บริกส์ ผู้จัดการด้านความมั่งคั่งจาก Plaza Advisory Group เห็นด้วยกับเรื่องนี้ โดยกล่าวว่า “เราเห็นตลาดฟื้นตัวได้ดีในเดือนเมษายน ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดี นั่นอาจหมายความว่า เราจะได้เห็นการทดสอบระดับต่ำลงอีกครั้ง แต่แค่นั้นยังไม่พอที่จะทำให้เราตัดสินใจขายหุ้นแล้วไปพักในเดือนพฤษภาคม”

โดยสรุป ปีนี้นักกลยุทธ์ในวอลล์สตรีทส่วนใหญ่ ไม่เชื่อในสูตร Sell in May เพราะด้วยปัจจัยภายนอกมากมาย อาทิ 1. ตลาดหุ้นถูกขับเคลื่อนด้วยข่าวนโยบายการเงินและภาษีทรัมป์ 2. ความไม่แน่นอนจากเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์จากผลกระทบสงครามการค้า และ 3. ดัชนีสำคัญฟื้นตัวดีในเดือนเมษายน แม้ก่อนหน้านี้ตกลงแรง เพราะฉะนั้นทำให้ตลาดหุ้นในปีนี้จึงอาจไม่ได้เดินไปตามแบบเดิม ๆ