เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

ภูมิธรรม เพิ่มกำลังดูแลชายแดนใต้ หลังมีใบปลิวขู่ทำร้ายผู้บริสุทธิ์

06 พ.ค. 2568 | 10:10น.
ภูมิธรรม เวชยชัย

ภูมิธรรม เวชยชัย

รมว.กลาโหม ยินดีเจรจาลดเหตุรุนแรงชายแดนใต้ แต่ต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไข ไม่แบ่งแยกรัฐ พร้อมสั่งเพิ่มกำลังดูแลเต็มที่ ขอประชาชนอย่าหวั่นไหว หลังมีขู่ทำร้ายเพิ่มลั่นรัฐพร้อมคุยแต่หยุดเอาความรุนแรงมาบีบ

นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง ให้สัมภาษณ์ถึงความรุนแรงที่เกิดขึ้นรายวันในพื้นที่จังหวัดชายแดน จะมีมาตรการรับมืออย่างไร ว่า ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของประชาชน ทั้งไทยพุทธและไทยมุสลิมที่ประสบเหตุ คิดว่าการกระทำแบบนี้ไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้น ต้องถือว่าเป็นการกระทำที่ไร้มนุษยธรรม และใช้ความรุนแรงในการเข้าไปแก้ปัญหา ด้วยการเข้าไปยิงพระ เณร เด็ก คนชรา ผู้พิการ เป็นเรื่องที่ไร้มนุษยธรรมอย่างยิ่ง ไม่ได้ช่วยให้สิ่งที่กำลังต่อสู้ประสบความสำเร็จ

เราเองก็พร้อมที่จะดำเนินการแก้ปัญหานี้โดยเร็ว ซึ่งได้สั่งการไปแล้วว่าให้ทั้งทหารและตำรวจและฝ่ายปกครองปฏิบัติการเชิงรุก ซึ่งคำว่าปฏิบัติการเชิงรุกมีคนเอาไปตีความหมายในทางที่แย่ เหมือนเราไปเข่นฆ่าเขา แต่ความจริงเรื่องนี้คือการไม่อยู่ในที่ที่ตั้ง อาจต้องตั้งด่านเข้มงวดขึ้น ปฏิบัติการให้เร็ว เข้าไปอยู่ในจุดที่มีความสงสัยว่าเกิดเหตุ และส่งกำลังพลเข้าไปดูแลประชาชน ทั้งชาวไทยพุทธและชาวไทยมุสลิม

นายภูมิธรรม ยังกล่าวอีกว่าตั้งแต่ นายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย และ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้มีการพูดคุยกัน และมีการตกลงกันว่าจะให้ฝ่ายปฏิบัติการที่มีตนดูแลอยู่ พบกับผู้อำนวยการสะดวกทางมาเลเซีย ซึ่งเราได้พบกันแล้วและได้บอกไปแล้วว่า ประเด็นแรกเราไม่ยอมรับความรุนแรง ดังนั้นถ้าจะใช้ความรุนแรงมันยากที่จะมาเจรจากัน ถ้าเขายอมรับในสิ่งที่เราตกลงกันไว้ ว่าเราจะคุยกันอย่างสันติ คุณต้องพิสูจน์ให้เห็นว่าสามารถยุติและมาเจรจากันได้ ไม่ใช่เราไม่พร้อมเจรจา

ตั้งใจและยินดีที่จะเจรจาถ้าจะแก้ไขปัญหาได้ การเจรจาก็เพื่อหาทางออกร่วมกัน แต่ที่ผ่านมาเราไม่รู้ว่าใครที่เป็นคนเจรจาได้ เพราะมีการเจรจามาโดยตลอด การสู้รบการยิงก็ไม่เคยเกิดขึ้น ตอนเคยทดลองในเดือนรอมฎอนว่าขอให้หยุดให้ได้ทั้งหมด แล้วเรามาเริ่มต้นเจรจากัน แต่ช่วงปลายเดือนรอมฎอนก็เป็นเหมือนเดิม คือ มีการก่อเหตุ

ดังนั้นถ้าควบคุมไม่ได้จะมีการเจรจาเพื่ออะไร ซึ่งวันนี้ตนพร้อม และทีมเจรจาก็พร้อมที่จะตั้งทันที หากทุกอย่างเป็นไปตามเงื่อนไขว่าตัวแทนเจรจาสามารถสั่งการให้หยุดได้ โดยประเด็นที่อยากเจรจา มีเงื่อนไข ที่ได้ฝากกับผู้อำนวยความสะดวกไป คือ ต้องหยุดเรื่องความรุนแรงจริง ๆ ไม่ใช่เป็นการใช้เกมการเมืองว่า อยากทำอะไรปกติก็ต้องมีการเข่นฆ่า และออกแถลงการณ์มาประณามคนเข่นฆ่า ก็ไม่มีความหมาย เพราะคนที่ดำเนินการต่อสู้กับรัฐอยู่ขณะนี้ ก็มีอยู่กลุ่มเดียว เพราะฉะนั้นต้องเลิกเล่นการเมือง และเลิกทำตัวไม่ตรงกับพฤติกรรมที่เกิดขึ้น

ประเด็นที่สอง ตนเองได้บอกไปแล้วว่า เรายอมรับในพหุวัฒนธรรม ซึ่งเขาก็ต้องยอมรับในสิ่งนี้ด้วยประเทศไทยมีจุดแข็งที่อยู่ร่วมกันได้ทุกศาสนา เมื่อก่อนในพื้นที่ภาคใต้ชาวไทยพุทธและชาวไทยมุสลิมก็อยู่ร่วมกัน เหตุรุนแรงที่เกิดขึ้นจากความพยายามจากความพยายามในการแยกรัฐ ตนคิดว่าต้องอยู่ในสังคมพหุวัฒนธรรม

นายภูมิธรรม กล่าวต่อว่า ประการที่สามตนยินดีที่จะเจรจาพูดคุย ภายใต้กฎหมายรัฐธรรมนูญไทย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข รัฐเป็นรัฐเดียวแบ่งแยกไม่ได้ ดังนั้นการจะเจรจาเพื่อเป็นรัฐปาตานี หรือรัฐอะไรก็ตาม เราไม่พร้อมเจรจาด้วย แต่ถ้าจะคุยในเรื่องการอยู่ร่วมกันหรือความร่วมมือ อันนี้เรายอมรับได้ เรายอมรับอยู่แล้วว่าการที่จะให้ประชาชนในพื้นที่มีส่วนร่วมในการบริหารจัดการ มีส่วนร่วมในการปกครองตัวเอง เรื่องนี้มาคุยกันจะเอารูปไหนก็ได้ ถ้ายึดหลักตามที่บอกไป ไม่แบ่งแยกเป็นรัฐอิสระ ไม่ดำเนินการภายนอกรัฐธรรมนูญไทยที่มีอยู่ ก็มาคุยกันว่าจะเอารูปแบบไหน

ตนได้ให้เงื่อนไขกับผู้อำนวยการสะดวกไปแล้ว ซึ่งจริง ๆ ที่ทุกคนเห็น ไม่ได้หมายความว่าเราไม่ได้ทำอะไร เราทำไปหลายส่วน และเมื่อวาน (5 พ.ค.) ตอนโอกาสเจอกับแม่ทัพภาคที่ 4 และผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ได้กำชับไปว่าขณะนี้ต้องยุติความรุนแรงให้ได้ก่อนเรื่องอื่น ๆ ถึงจะสามารถดำเนินการได้ ถ้าเรื่องนี้ยังไม่ได้ไม่ต้องมาพูดอะไร และตนเห็นด้วยกับนายสุนัย ผาสุข และสิ่งที่ที่พูดมาควรจะนำไปขบคิดกัน อย่าใช้การเมืองให้พูดกันตรง ๆ อย่างจริงใจ และหากอยากแก้ปัญหาให้นำความจริงมาพูดกัน ผู้สนับสนุนหรือฝ่ายต่าง ๆ ต้องเข้าใจความเป็นจริง

วันนี้ต้องตั้งคำถามให้ถูกจุดว่ากลุ่มที่ใช้ความรุนแรงทำอะไรกันอยู่ ไม่ใช่อยู่ ๆ มาโจมตีรัฐอย่างเดียว พร้อมยืนยันว่ารัฐไม่ได้อยู่นิ่งและมีการเตรียมความพร้อม แต่ต้องอยู่ภายใต้สิ่งที่รัฐสามารถดำเนินการได้

ส่วนจะมีมาตรการดูแลประชาชนเพิ่มขึ้นหรือไม่ หลังผู้ก่อความไม่สงบร่อนใบปลิวขู่ทำร้ายประชาชนไทยพุทธกับพระสงฆ์ให้มากขึ้น นายภูมิธรรม กล่าวว่า พอเราออกแถลงการณ์ประณามแล้ว ฝั่งผู้ก่อความไม่สงบทำแบบนี้ ถามว่ากลุ่มบุคคลเหล่านี้น่าเชื่อถือหรือไม่ แต่ยืนยันว่าเขาคงทำไม่ได้ เพราะขณะนี้เราได้ปรับกำลัง และปรับหน่วยเคลื่อนที่เข้าไปคุ้มครองพื้นที่ชาวไทยพุทธ รวมถึงได้คุยกับผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) อย่างใกล้ชิดตลอด

ซึ่งการกระทำดังกล่าวถือเป็นการโฆษณาชวนเชื่อทางการเมือง และเป็นการพิสูจน์ให้ประชาชนได้เห็นว่าเป็นวิถีที่ถูกต้องหรือไม่ ซึ่งการที่ชาวไทยพุทธ และชาวไทยมุสลิมได้เห็นแถลงการณ์ของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบถามว่าเป็นสิ่งที่ชอบทำหรือไม่ ซึ่งเป็นการกระทำที่ไร้มนุษยธรรม มองเห็นชีวิตผู้คนที่ไม่เป็นมนุษย์ และยิ่งทำแบบนี้จะยิ่งทำให้เกิดปัญหา

นายภูมิธรรม กล่าวต่อว่า ตนคิดว่าภาคใต้ของประเทศไทยมีศักยภาพในการพัฒนาอย่างมาก ถ้าสองฝ่ายคือไทยกับมาเลเซียร่วมมือกันบริหารจัดการจะสามารถแก้ปัญหาเศรษฐกิจได้ และเชื่อว่าจะมีคนพร้อมมาลงทุนจำนวนมาก แต่ความรุนแรงจะต้องยุติเพื่อให้เกิดความมั่นคง เพราะความรุนแรงไม่มีประโยชน์ ซึ่งตนมีแผนที่จะคุยกับทางมาเลเซียเรื่องนี้อยู่แล้ว

และขอย้ำว่า ไม่ได้หมายความว่าจะใช้ความรุนแรงไปฆ่าคน แต่เป็นการใช้กำลังของเราที่มีอยู่ปกป้องคน และประชาชนในพื้นที่เหล่านั้น ให้ได้รับความปลอดภัยมากที่สุด โดยวันพรุ่งนี้ (7 พ.ค.) ตนได้มอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ลงพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ไปพูดคุยให้กำลังใจดูแล เจ้าหน้าที่ทั้งตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครอง

และขอให้ชาวไทยมองปัญหาอย่างเข้าใจ เห็นใจเจ้าหน้าที่ที่กำลังปฎิบัติงานอยู่โดยเอาชีวิตเข้าเสี่ยงที่จะแก้ปัญหา อย่าหลงประเด็นที่ถูกบิดเบือนไป เพราะประเด็นสำคัญคือไม่ควรมีการเข่นฆ่าพี่น้องประชาชน ถ้าไม่มีเรื่องนี้แล้วค่อยมาคุยกัน แต่ถ้าเอาเรื่องนี้มาบีบเราคงยอมไม่ได้ และเราจะต้องดำเนินการอย่างแข็งแรงเด็ดขาด เพื่อให้ประชาชนของเรามีความปลอดภัย

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ภูมิธรรม เวชยชัย