Skip to content

MI GROUP ชี้ 8 กลุ่มผู้บริโภคศักยภาพสูง ทางรอดธุรกิจครึ่งหลังปี ’68

07 พ.ค. 2568 | 18:01น.
MI GROUP ชี้ 8 กลุ่มผู้บริโภคศักยภาพสูง ทางรอดธุรกิจครึ่งหลังปี ’68

มีเดียอินเทลลิเจนซ์กรุ๊ป หนึ่งในมีเดียเอเยนซี่รายใหญ่เผย 3 สัญญาณบวกในไตรมาสแรก พร้อมชี้ 8 กลุ่มผู้บริโภคที่ธุรกิจ “ต้องโฟกัส” ตั้งแต่ไตรมาสสองของปี 2568 นี้ และช่องทางสื่อสารที่เหมาะสมกับแต่ละกลุ่ม เพื่อฝ่ามรสุมความท้าทายในช่วงที่เหลือของปี

นายภวัต เรืองเดชวรชัย ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มีเดียอินเทลลิเจนซ์กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า ช่วงที่เหลือของปี 2568 นี้ สถานการณ์ต่าง ๆ ยังท้าทายและเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน แต่ขณะเดียวดัน บริษัทสังเกตุเห็นสัญญาณบวกในช่วงไตรมาสแรก ที่สะท้อนถึงตลาดและกลุ่มผู้บริโภคที่มีศักยภาพ 

จุดนี้เป็นโอกาสสำคัญสำหรับธุรกิจและนักการตลาดที่ จะปรับตัวและปรับเป้าหมายมาจับกลุ่มผู้บริโภคเหล่านี้เพื่อสร้างการเติบโต ท่ามกลางความท้าทายในช่วงครึ่งหลังของปี 

  • ธุรกิจยานยนตร์ส่งสัญญาณดีมานด์ยังแกร่ง

หนึ่งในสัญญาณบวกของช่วงไตรมาสแรก เห็นได้จากยอดจองรถยนต์ในงาน Motor Show 2025 ที่ทำได้ถึง 77,379 คัน เพิ่มขึ้น 41.6% จากปี 2567 โดยในจำนวนนี้เป็นสัดส่วนยอดจอง EV สูงถึง 65% ของทั้งหมด สะท้อนความเชื่อมั่นผู้บริโภค กำลังซื้อและศักยภาพในการจับจ่าย

  • สงกรานต์สะท้อนท่องเที่ยวฟื้นตัว

โดยงาน Maha Songkran Festival 2025 ที่ท้องสนามหลวง เมื่อวันที่ 11 – 15 เมษายน มีผู้เข้าร่วมถึง 1.1 ล้านคน สร้างเม็ดเงินสะพัดกว่า 4,097.17 ล้านบาท ส่วนงาน Bangkok Pride Festival 2025 คาดผู้ร่วมงานกว่า 300,000 คน ขณะเดียวกัน รัฐบาลยังประกาศให้ปี 2568 นี้เป็น Amazing Thailand Grand Tourism and Sports Year 2025 พร้อมวางแผนปูพรมอีเวนต์ต่อเนื่องตั้งแต่มีนาคม–กันยายน สะท้อนทั้งศักยภาพของไทยในการจัดอีเวนท์ขนาดใหญ่ และการฟื้นตัวของการท่องเที่ยว

  • ลุ้นสหรัฐอาจทบทวนนโยบายกำแพงภาษี

แม้รัฐบาลสหรัฐจะประกาศขึ้นภาษีนำเข้าจากทั่วโลก โดยเฉพาะจากจีน 145% เมื่อช่วงต้นเดือนเมษายน แต่การเลื่อนเก็บภาษีออกไปอีก 90 วัน ส่งสัญญาณว่า อาจมีการทบทวนความเข้มข้นของนโยบายนี้

8 กลุ่มผู้บริโภคที่ธุรกิจ “ต้องโฟกัส”

นายภวัต กล่าวต่อไปว่า แม้จะมีสัญญาณบวก แต่การทำการตลาดและการสื่อสารปี 2568 นี้ ต้องกำหนดเป้าหมายเชิงกลยุทธ์อย่างเจาะจงไปยังกลุ่มที่มีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจและการจับจ่ายสินค้าและบริการ เพื่อให้ได้ผลลัพท์ที่ดีที่สุด

โดย กลุ่มผู้บริโภคที่ธุรกิจ “ต้องโฟกัส” นั้นประกอบด้วย 8 กลุ่ม คือ 

  • แรงงานเกษตร 

เป็นกลุ่มผู้บริโภคที่มีจำนวน 12 ล้านคน  โดยเป็นกำลังซื้อสำคัญในตลาดสินค้าอุปโภคบริโภค และสินค้าจำเป็นที่ตอบสนองต่อความต้องการและวิถีชีวิต รวมถึงเปิดรับนวัตกรรมเกษตรมากขึ้นเรื่อยๆ

แม้คนกลุ่มนี้จะไม่อยู่ในเมือง แต่เข้าถึงเทคโนโลยีและโซเชียลมากขึ้นผ่านมือถือ ทำให้ธุรกิจและนักการตลาดสามารถสื่อสารถึงคนกลุ่มนี้ผ่านช่องทางอย่าง Facebook, TikTok, สื่อท้องถิ่น (ป้าย/วิทยุ), อีเวนต์ชุมชน/งานประเพณี

  • แรงงานบริการ 

มีจำนวน 5 ล้านคน เป็นกลุ่มผู้ทำงานในร้านอาหาร คาเฟ่ โรงแรม ไปจนถึงภาคบริการสุขภาพและท่องเที่ยว

โดยมีพลังการจับจ่าย และเป็นกลุ่มที่เข้าถึงสื่อผ่านมือถือสูงมาก ทำให้ช่องทางสื่อสารที่แนะนำประกอบด้วย Facebook, YouTube, สื่อนอกบ้าน (ป้าย/ตลาดเช้า/ห้างฯ), บูธกิจกรรมในบริเวณแหล่งชุมชนและที่ทำงาน

  • Gen Z (13–29 ปี) 

กลุ่มคนรุ่นใหม่จำนวน 13 ล้านคน นับเป็น Trend Setter เนื่องจากพฤติกรรมไวต่อกระแส ต้องการการสื่อสารที่สร้างการมีส่วนร่วมและให้คุณค่าความเป็นตัวเอง และไลฟ์สไตล์ที่นิยามโลกในแบบของตัวเอง ทั้งพฤติกรรม การซื้อสินค้า และการเสพสื่อ จึงเป็นแรงขับเคลื่อนของทุกแพลตฟอร์ม โดยช่องทางสื่อสารที่แนะนำจะเป็น TikTok, IG, YouTube, X, Gaming-Discord, สื่อนอกบ้าน (Transit, ใกล้สถานศึกษา/ห้างฯ)

  • พนักงานบริษัท 

กลุ่มมนุษย์เงินเดือนจำนวน 18 ล้านคน เป็นชนชั้นกลางที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจเมือง มีกำลังซื้อ มองหาคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นทั้งในเรื่องการใช้จ่าย สุขภาพ และความมั่นคง รวมถึงเปิดรับข้อมูลจำนวนมาก แต่จะเลือกเชื่อจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ และให้คุณค่ากับแบรนด์ที่เข้าใจชีวิตจริง ทั้งนี้ช่องทางแนะนำสำหรับสื่อสารคือ Facebook, TikTok, YouTube, LinkedIn, สื่อนอกบ้าน (ป้าย/Transit/ออฟฟิศ), Roadshow ทดลองใช้/สมัครบริการ

  • กลุ่มใกล้เกษียณ/ผู้สูงวัย 

นับเป็นอีกกลุ่มใหญ่ด้วยจำนวนถึง 18.6 ล้านคน ซึ่งมีทั้งเวลาและกำลังซื้อ พร้อมดูแลตัวเองและคนรอบข้าง ต้องการความมั่นใจในแบรนด์และความคุ้มค่า แม้จะไม่ไวกับเทคโนโลยี แต่ซื่อสัตย์ต่อแบรนด์ที่เชื่อถือได้ 

สำหรับช่องทางสื่อสารที่แนะนำประกอบด้วย Line, TV, YouTube, Facebook, สื่อนอกบ้าน (ป้าย/Transit/ห้างฯ/โรงพยาบาล), บูธกิจกรรม (ตรวจสุขภาพ/แจกสินค้าตัวอย่าง)

  • Micro Sellers หรือพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์-ออฟไลน์ 

กลุ่มนี้นับเป็นเสาหลักของเศรษฐกิจฐานราก ด้วยจำนวนที่มีประมาณ 4 ล้านคนขึ้นไป ประกอบด้วยเจ้าของร้านค้าเล็ก ๆ ที่ใช้ทุกเครื่องมือเพื่อสร้างรายได้ทั้งไลฟ์สด ขายหน้าร้าน และโซเชียล แบรนด์ที่เข้าถึงและสนับสนุนคนกลุ่มนี้ได้ จะได้แรงหนุนจากการบอกต่อแบบปากต่อปาก โดยช่องทางแนะนำ อาทิ Facebook Group, TikTok, ป้ายตลาด/หน้าร้านขายส่ง, อีเวนต์ฝึกอาชีพ/แจกแพ็กเกจเริ่มต้น

  • แรงงานต่างด้าว 

เป็นกลุ่มที่มีจำนวนมากกว่า 10 ล้านคน ซึ่งคนกลุ่มรับเป็นองค์ประกอบสำคัญของเศรษฐกิข เนื่องจากไม่เพียงแค่ทำงาน แต่ใช้จ่าย กิน เที่ยว และสร้างชุมชนร่วมกับเพื่อนร่วมชาติ โดยการสื่อสารกับคนกลุ่มนี้ไม่เพียงต้องผ่านช่องทางที่เหมาะสม แต่ยังต้องใช้ภาษาและรูปแบบที่เหมาะสมด้วย อย่าง Facebook ภาษาถิ่น, YouTube, สื่อนอกบ้าน (ป้าย/Transit/โชวห่วย/CVS) ป้ายที่พัก/นิคมฯ/โรงงาน, บูธแจกซิม/สินค้าตัวอย่าง

  • นักท่องเที่ยวต่างชาติ 

กลุ่มที่เดินทางเพื่อหาประสบการณ์ใหม่ พร้อมใช้จ่ายกับสิ่งที่แตกต่าง คุ้มค่า และสร้างความประทับใจ โดยคนกลุ่มนี้ให้ความสำคัญกับความสะดวก ความต่างเฉพาะถิ่น และประสบการณ์ที่มีเอกลักษณ์ ซึ่งช่องทางสื่อสารที่แนะนำ อาทิ ป้ายสนามบิน/แลนด์มาร์ก/ แหล่งท่องเที่ยว, Travel Platform, การรีวิวในช่องทางต่าง ๆ 

นายภวัต ย้ำว่า ปี 2568 นี้อาจไม่ใช่ปีทอง แต่ก็ยังไม่ใช่ปีที่ธุรกิจจะต้องถอยอย่างเดียว โดยหากทำการตลาดที่จริงใจ และเข้าใจผู้บริโภคอย่างแท้จริง ด้วยการเข้าใจ “คน” ไม่ใช่แค่ “ข้อมูล” และใช้สื่ออย่างแม่นยำ รวมถึงวางเกมที่ต่างทั้งจากคู่แข่งและตนเองในอดีต จะไม่เพียงสร้างยอดขายได้ แต่ยังสร้างความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนกับฐานลูกค้าด้วย 

นายภวัต เรืองเดชวรชัย ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มีเดียอินเทลลิเจนซ์กรุ๊ป จำกัด
นายภวัต เรืองเดชวรชัย ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มีเดียอินเทลลิเจนซ์กรุ๊ป จำกัด

แท็กที่เกี่ยวข้อง

MI GROUP