เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
พิพัฒน์ ยังไม่ตั้ง ‘เลขาฯ’ คนใหม่ รอ ‘รัชพงศ์’ พิสูจน์ตัวเอง ยันผิดไม่ปกป้อง
Politics พิพัฒน์ ยังไม่ตั้ง ‘เลขาฯ’ คนใหม่ รอ ‘รัชพงศ์’ พิสูจน์ตัวเอง ยันผิดไม่ปกป้อง
สว.ไฟเขียว ‘พ.ร.บ.โอนงบฯ’ รัฐบาล แจงจะใช้ให้โปร่งใส ไม่ทำเพื่อเอื้อการเมือง
Politics สว.ไฟเขียว ‘พ.ร.บ.โอนงบฯ’ รัฐบาล แจงจะใช้ให้โปร่งใส ไม่ทำเพื่อเอื้อการเมือง
ตลท. ยกระดับ “TSD e-Service” ปลดล็อกการทำธุรกรรมผู้ถือหุ้นให้เป็นเรื่อง “วิเศษ”
Finance ตลท. ยกระดับ “TSD e-Service” ปลดล็อกการทำธุรกรรมผู้ถือหุ้นให้เป็นเรื่อง “วิเศษ”
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (6 ก.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (6 ก.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
เงินเฟ้อ มิ.ย. พุ่ง 2.42% อาหารจานเดียว-ค่าน้ำมันดันค่าครองชีพสูง
Economic เงินเฟ้อ มิ.ย. พุ่ง 2.42% อาหารจานเดียว-ค่าน้ำมันดันค่าครองชีพสูง
ก.พ. คลอดมาตรการคุม ‘ทุจริตสอบราชการ’ งัดไม้แข็งตรวจพบเจอโทษสูงสุด
Politics ก.พ. คลอดมาตรการคุม ‘ทุจริตสอบราชการ’ งัดไม้แข็งตรวจพบเจอโทษสูงสุด
ก.พ. ลุย ‘เออร์ลี่รีไทร์ข้าราชการ’ มุ่งให้มีผลในปีงบฯ 70 เล็งเพิ่มเงินเดือน ขรก.ในต่างประเทศ
Politics ก.พ. ลุย ‘เออร์ลี่รีไทร์ข้าราชการ’ มุ่งให้มีผลในปีงบฯ 70 เล็งเพิ่มเงินเดือน ขรก.ในต่างประเทศ
เซ็นทรัลพัฒนา ทุ่ม 1.1 หมื่นล้าน เปิดตัว ‘CenTRal cENtrAL’ มิกซ์ยูสแห่งใหม่ใจกลางสยามสแควร์
Real Estate เซ็นทรัลพัฒนา ทุ่ม 1.1 หมื่นล้าน เปิดตัว ‘CenTRal cENtrAL’ มิกซ์ยูสแห่งใหม่ใจกลางสยามสแควร์
ราคาทองวันนี้ (6 ก.ค. 69) คงที่ ทองรูปพรรณบาทละ 66,350 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (6 ก.ค. 69) คงที่ ทองรูปพรรณบาทละ 66,350 บาท
เอกนิติ ยัน ‘พ.ร.ก.กู้ฯ’ จำเป็น จับตา “ศาล รธน.” 9 ก.ค. ย้ำต้องเร่งลงทุน-เปลี่ยนผ่านพลังงาน
Politics เอกนิติ ยัน ‘พ.ร.ก.กู้ฯ’ จำเป็น จับตา “ศาล รธน.” 9 ก.ค. ย้ำต้องเร่งลงทุน-เปลี่ยนผ่านพลังงาน
ดูทั้งหมด

เวียดนามผุดแผน แพ็กเกจเงินกู้ 660,000 ล้าน ทุ่มลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน เทคฯ

09 พ.ค. 2568 | 17:40น.
เศรษฐกิจเวียดนาม

เศรษฐกิจเวียดนาม

เวียดนามวางแผนแพ็กเกจเงินกู้ 20,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 660,000 ล้านบาท) สำหรับโครงสร้างพื้นฐานและเทคโนโลยี ท่ามกลางสงครามการค้า

นิกเคอิ เอเชีย (Nikkei Asia) รายงานว่า เวียดนามกำลังวางแผนแพ็กเกจเงินกู้มูลค่า 500 ล้านล้านดอง (ราว 660,000 ล้านบาท) ร่วมกับธนาคาร 21 แห่ง เพื่อให้เงินทุนแก่โครงการโครงสร้างพื้นฐานและเทคโนโลยีที่มุ่งกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจ ซึ่งถือเป็นการดำเนินการด้านเงินทุนที่ไม่ปกติครั้งประวัติศาสตร์สำหรับประเทศ

เวียดนามตั้งเป้าการเติบโตทางเศรษฐกิจประมาณ 8% ในปีนี้ เพิ่มขึ้นจาก 7.1% ในปี 2024 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 2 ปี แม้ว่าจะได้รับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากสงครามการค้าที่เกิดจากสหรัฐ ซึ่งเป็นตลาดส่งออกที่ใหญ่ที่สุดของประเทศก็ตาม และถูกสหรัฐวางแผนเก็บภาษี 46% ถือเป็นอัตราที่สูงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก เนื่องจากสหรัฐระบุว่า เวียดนามอนุญาตให้จีนใช้ประเทศเป็นทางผ่านส่งออกสินค้าไปยังสหรัฐ

ธนาคารพาณิชย์ที่ใหญ่ที่สุด 4 แห่งของประเทศ ได้แก่ Vietcombank, VietinBank, BIDV และ Agribank ได้ให้คำมั่นว่าจะให้สินเชื่อมูลค่า 60 ล้านล้านดอง (76,000 ล้านบาท) สำหรับการขยายโครงการโครงสร้างพื้นฐานและเทคโนโลยี ธนาคารอื่นอีก 12 แห่งให้คำมั่นว่าจะให้สินเชื่อ 20 ล้านล้านดอง (25,000 ล้านบาท) ต่อแห่ง และธนาคารอีก 5 แห่งให้คำมั่นว่าจะให้สินเชื่อ 4 ล้านล้านดอง (ราว 5,000 ล้านบาท) ต่อแห่ง

เตา มินห์ ทู รองผู้ว่าการแบงก์ชาติเวียดนามกล่าวว่า ในเดือนพฤษภาคมนี้ ธนาคารกลางและธนาคารพาณิชย์จะเร่งดำเนินการเตรียมความพร้อมและนำแพ็กเกจสินเชื่อไปปฏิบัติจริงตามแนวทางของรัฐบาลในเร็ว ๆ นี้

อย่างไรก็ตาม ความเป็นไปได้ของแพ็กเกจสินเชื่อยังคงเป็นที่น่าสงสัย ทูกล่าวว่า ธนาคารจำเป็นต้องมีเกณฑ์ที่ชัดเจนสำหรับโครงการที่เข้าเงื่อนไขการกู้ยืมแบบมีเงื่อนไข ซึ่งเป็นเรื่องยากสำหรับโครงการด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีใหม่ ๆ และในขณะเดียวกัน โครงการโครงสร้างพื้นฐานจำเป็นต้องมีเงินกู้ระยะยาว ในขณะที่เงินทุนที่ธนาคารของเวียดนามถืออยู่ส่วนใหญ่เป็นระยะสั้น ซึ่งทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง

โมเดลการเติบโตของเวียดนามนั้นพึ่งพาการส่งออกและการผลิตเป็นอย่างมาก ซึ่งทั้งสองอย่างนี้ได้รับประโยชน์จากกระแสการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศที่ไหลเข้ามาในประเทศ ขณะที่เวียดนามกำลังเติบโตเป็นศูนย์กลางการผลิตระดับภูมิภาคที่อยู่นอกประเทศจีน

ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา เวียดนามได้อนุมัติโครงการโครงสร้างพื้นฐานหลายโครงการ เช่น สะพาน ทางรถไฟ สนามบิน ทางหลวง และท่าเรือ ซึ่งถือเป็นการบรรลุเป้าหมายการเติบโต และปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานเพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศเพิ่มเติมได้สำเร็จ

วินกรุ๊ป ซึ่งเป็นกลุ่มบริษัทที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของเวียดนาม มีเป้าหมายที่จะพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้เป็นธุรกิจหลักของบริษัทต่อไป โดยจะสร้างทางรถไฟความเร็วสูง และก็อาจรวมถึงท่าเรือด้วย

นอกจากนี้ เวียดนามยังระบุด้วยว่าเทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนการเติบโตในอนาคต โดยเน้นที่ปัญญาประดิษฐ์และเซมิคอนดักเตอร์ รัฐบาลมีเป้าหมายที่จะใช้จ่ายงบประมาณของรัฐอย่างน้อย 3% ในด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี