Skip to content
ดูทั้งหมด

นพดาซุปเปอร์ฟู้ดส์ นวัตกรรมนำสมุนไพรไทยสู่สากล “บีการ์ลิค” กระเทียมดำร้อยล้าน

23 พ.ค. 2568 | 16:33น.
นพดาซุปเปอร์ฟู้ดส์

นพดาซุปเปอร์ฟู้ดส์

จากจุดเริ่มต้นธุรกิจรับซื้อขายกระเทียมสดของครอบครัว สู่ทายาทรุ่น 3 นำนวัตกรรมสร้างแบรนด์ เกิดเป็น “นพดาซุปเปอร์ฟู้ดส์” ผู้ผลิตและจำหน่ายกระเทียมดำ “บีการ์ลิค” (B-Garlic) เชื่อมโยงเกษตรกรภาคเหนือ พาสมุนไพรใต้ถุนบ้านส่งออกต่างประเทศด้วยแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ สร้างรายได้ร้อยล้านบาทต่อปี

เชื่อมโยงเกษตรกร-นวัตกรรมเพิ่มมูลค่ากระเทียมสด

“นพดา อธิกากัมพู” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท นพดาซุปเปอร์ฟู้ดส์ จำกัด ในจังหวัดลำพูน เล่าว่า นพดาซุปเปอร์ฟู้ดส์ เติบโตมาจากธุรกิจขายกระเทียมสด จากรุ่นปู่และรุ่นพ่อที่เป็นผู้ค้ากระเทียมสด โดยรับซื้อกระเทียมจากเกษตรกรในจังหวัดต่าง ๆ ของภาคเหนือตอนบน เช่น ลำพูน เชียงใหม่ เชียงราย และแม่ฮ่องสอน จากนั้นนำมาผ่านขั้นตอนง่าย ๆ ด้วยการแกะและทำความสะอาด เพื่อป้อนเข้าสู่อุตสาหกรรมแปรรูปอาหาร

การซื้อขายกระเทียมสดแบบเดิม ทำให้เกิดสงครามราคาในผู้ประกอบการด้วยกันเอง และไม่ทำให้เกิดนวัตกรรมหรือการเพิ่มมูลค่าในกระเทียมสด

เมื่อไปซื้อกระเทียมจากเกษตรกรในราคาหนึ่ง และไปแข่งกันขายให้โรงงานหรือคนที่รับซื้อ หมายความว่าต้องกดราคาขายให้ต่ำกว่ารายอื่น ๆ นั่นคือการแข่งขันที่เลือดสาด ในฐานะทายาทรุ่นที่ 3 จึงเกิดความคิดว่าจะต่อยอดหรือเพิ่มมูลค่าในสิ่งที่ปู่และพ่อทำไว้อย่างไร คำตอบอยู่ที่การใช้นวัตกรรมเพื่อพัฒนากระเทียมสดให้เป็นกระเทียมดำ

นพดาซุปเปอร์ฟู้ดส์

ปกติกระเทียมสดจะขายในราคาไม่เกิน 60 บาทต่อกิโลกรัม แต่เมื่อแปรรูปเป็นกระเทียมดำ จะขายได้กิโลกรัมละ 1,300 บาท มีมูลค่าเพิ่มขึ้นประมาณ 20 เท่า

ที่สำคัญ บริษัทเริ่มต้นจากผู้คนค้ากระเทียมสด ดังนั้นจะรู้ว่าราคากระเทียมขึ้นลงอยู่ตลอดเวลา บางปีผลผลิตล้น ราคาตกต่ำมาก เกษตรกรได้รับผลโดยตรง แต่เกษตรกรที่ทำงานร่วมกับบริษัท จะได้รับการการันตีเรื่องราคา เกษตรกรไม่ต้องกังวลอะไร มีหน้าที่ดูแลกระเทียมที่ปลูกให้ดีที่สุดแค่นั้นพอ

“ตอนเริ่มทำ บางคนบอกว่าผมบ้า เพราะทำอะไรที่ไม่เคยเกิดขึ้นในเมืองไทย แต่ผมก็ยังดันทุรังทำ ด้วยเชื่อในการทำสิ่งที่แตกต่าง ประกอบกับเจอช่องทางที่ถูกต้อง บีการ์ลิคเติบโตในประเทศไทยช่วงโควิด เพราะเทรนด์สุขภาพกำลังมาแรง ทุกคนต้องกักตัว และเราได้ดีลกับทีวีช็อปปิ้ง เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้คนเริ่มรู้จัก”

นพดาให้ข้อมูลว่า กระเทียมดำเกิดจากกระเทียมสดทั่วไปที่ถูกนำมาผ่านกระบวนการทางวิทยาศาสตร์เป็นระยะเวลา 30 วัน ในตู้บ่มที่คิดค้นขึ้นโดยเฉพาะ โดยเอนไซม์ตัวหนึ่งจะเปลี่ยนกรดอะมิโนและแป้งในกระเทียมให้เป็นสีดำ จากกระเทียมที่มีกลิ่นฉุน เผ็ดร้อน กินยาก ระคายเคืองกระเพาะอาหาร จะกลายเป็นกระเทียมดำที่มีรสชาติหวาน กินง่าย และมีคุณประโยชน์มากกว่ากระเทียมสดถึง 13 เท่า

กระเทียม-นพดาซุปเปอร์ฟู้ดส์

ในกระเทียมสดจะมีสารอัลลิซิน (Allicin) ที่มีคุณประโยชน์มากมาย แต่เมื่อกลายเป็นกระเทียมดำ อัลลิซินจะค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นอนุพันธ์ที่เล็กลงและเสถียรมากขึ้น ชื่อว่า S-Allyl Cysteine หรือ SAC ซึ่งมีคุณประโยชน์มากกว่า

อัลลิซินในกระเทียมสดจะสลายได้ง่ายเมื่อโดนความร้อน เมื่อแกะทิ้งไว้ หรือนำไปต้ม ผัด ทอด ก็จะสูญหายไปจากอุณหภูมิ แต่ SAC ในกระเทียมดำจะเสถียรมาก ต้องใช้อุณหภูมิถึง 300 องศาเซลเซียสจึงสลายหายไป ดังนั้นเมื่อนำไปประกอบอาหารจะยังได้คุณประโยชน์ครบถ้วนอยู่ และยิ่งมีโมเลกุลเล็กลง ก็จะทำให้ร่างกายดูดซึมได้เร็วขึ้น

แม้ที่จีน เกาหลี และญี่ปุ่น จะมีกระเทียมดำเหมือนกัน แต่ข้อแตกต่างคือองค์ความรู้ในการควบคุมอุณหภูมิและความชื้นที่เหมาะสมกับสายพันธุ์กระเทียม ซึ่งส่งผลต่อสารอาหารในกระเทียม ที่สำคัญรสชาติที่โดดเด่นของกระเทียมไทย ความเผ็ดและฉุนกว่าจะทำให้ได้สารอัลลิซินมากขึ้น และจะเปลี่ยนเป็นสาร SAC ในกระเทียมดำได้มากขึ้นตามไปด้วย นพดากล่าว

นพดาซุปเปอร์ฟู้ดส์

ใช้อีคอมเมิร์ซนำกระเทียมไทยส่งออกระดับโลก

นพดาเผยอีกว่า เดิมที บริษัทใช้ชื่อว่านพดาโปรดักส์ แต่ในปี 2567 ได้ปลี่ยนชื่อเป็นนพดาซุปเปอร์ฟู้ดส์ เพราะเป้าหมายที่โฟกัสว่า “สมุนไพรของไทยและอาเซียนคือซูเปอร์ฟู้ด” จึงเกิดเป็นนพดาซุปเปอร์ฟู้ดส์ ที่แห่งนี้คือโรงงานแรก และโรงงานเดียวในไทยที่ผลิตกระเทียมดำและได้เครื่องหมาย อย. ซึ่งต้องมีงานวิจัยรับรอง โดยบริษัททุ่มงบฯในส่วนนี้ไปกว่า 10 ล้านบาท

ปัจจุบันบีการ์ลิคมีการส่งออกไปหลายประเทศทั่วโลก ทั้งสหรัฐอเริกา ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย โดยกำลังโฟกัสฝั่งยุโรปและตะวันออกกลางมากขึ้น เพราะตะวันออกกลางมีผู้ป่วยโรคเบาหวานเป็นจำนวนมาก ขณะที่กำแพงภาษีของสหรัฐ ยังไม่ส่งผลกระทบมากนัก เพราะบีการ์ลิคไม่ได้ขายผ่านคนกลาง แต่ขายแบบ B2C (Business-to-Customer) ผ่านแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ

กระเทียม-นพดาซุปเปอร์ฟู้ดส์

ตอนนี้บริษัทผลิตกระเทียมดำอยู่ราว 10 ตันต่อเดือน จากกำลังในการผลิตเต็มที่ 40 ตันต่อเดือน มียอดขายทั้งในและต่างประเทศรวม 115 ล้านบาทในปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการขาย B2C ประมาณ 90% แสดงว่ายังเหลือช่องทางการดำเนินธุรกิจแบบ B2B (Business-to-Business) อีก และในอนาคตกำลังพัฒนาเพื่อทำให้กระเทียมดำสามารถใช้เป็นส่วนผสมในวัตถุดิบประกอบอาหารได้ เช่น ใช้ในซอส ก็จะเพิ่มไลน์การผลิตได้ เป็นต้น

“การพาสมุนไพรใต้ถุนบ้าน ที่ไม่มีใครมอง ให้กลายเป็นสินค้าระดับโกลบอล สามารถส่งออกได้ และมีผู้บริโภครอคอยอยู่ทั่วโลก คือการนำสินค้าเหล่านี้เข้าสู่แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ สินค้าไทยที่พัฒนาโดยคนไทยสามารถขึ้นไปแข่งขันบนแพลดฟอร์มอีคอมเมิร์ซระดับโลกได้ โดยชนะสินค้าจากต่างประเทศ และขึ้นไปยืนอยู่บนแท่นผู้นำ” นพดากล่าว

กระเทียมดำ-นพดาซุปเปอร์ฟู้ดส์

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กระเทียม นวัตกรรม เกษตรกร