ประธานผู้แทนการค้าไทยหารือประธาน Dubai Chambers ดึงดูดการลงทุนทันสมัย-สนับสนุน Startup ไทย พร้อมผลักดันไทยเป็นศูนย์กลางดิจิทัลภูมิภาค
เมื่อวันที่ 29 พ.ค. ดร.นลินี ทวีสิน ประธานผู้แทนการค้าไทย ได้หารือกับ H.E.Mohammed Ali Rashed Lootah ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Dubai Chambers ซึ่งนำคณะนักธุรกิจรายใหญ่จากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์กว่า 40 คน จาก 30 กว่าบริษัท เดินทางเยือนไทยภายใต้ภารกิจ “New Horizons Roadshow to Thailand” เพื่อกระชับความร่วมมือทางเศรษฐกิจและส่งเสริมการลงทุนระหว่างไทย-ดูไบ โดยเฉพาะในสาขาเศรษฐกิจแห่งอนาคต
การหารือครั้งนี้ ดร.นลินีได้เสนอศักยภาพของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางด้านดิจิทัลของภูมิภาคเอเชีย ด้วยโครงสร้างพื้นฐานที่พร้อมรองรับการลงทุนด้านเทคโนโลยีขั้นสูง อาทิ เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ ระบบโลจิสติกส์สมัยใหม่ และความได้เปรียบจากการเชื่อมโยงผ่านความตกลง RCEP ซึ่งสามารถเปิดประตูสู่ตลาดอาเซียนและเอเชียตะวันออก
นอกจากนี้ ดร.นลินียังได้หารือแนวทางความร่วมมือเพื่อส่งเสริม Startup ของไทย โดยเปิดโอกาสให้นักลงทุนจากดูไบร่วมเป็นพันธมิตรด้านเงินทุน (funding partner) สนับสนุนสตาร์ตอัพในสาขานวัตกรรมที่มีศักยภาพสูง อาทิ เทคโนโลยีสุขภาพ (HealthTech) เทคโนโลยีเกษตร (AgriTech) และเทคโนโลยีสีเขียว (GreenTech) ซึ่งสามารถต่อยอดธุรกิจร่วมกันในระดับภูมิภาค
ภายใต้กรอบความร่วมมือดังกล่าว ยังมีการแลกเปลี่ยนแนวคิดเกี่ยวกับการใช้ดูไบเป็น “สะพานเศรษฐกิจ” เชื่อมโยงไทยกับภูมิภาคแอฟริกาและเอเชียกลาง โดยเฉพาะในสาขาอาหาร สุขภาพ และสินค้าอุปโภคบริโภค ซึ่งดูไบมีโครงสร้างพื้นฐานและเครือข่ายการกระจายสินค้าที่แข็งแกร่ง สามารถเป็นศูนย์กลางส่งออกจากไทยสู่ตลาดใหม่ที่มีศักยภาพสูง
ดร.นลินีกล่าวเสริมว่า อยู่ระหว่างการประสานเพื่อเตรียมนำคณะนักธุรกิจไทยไปเยือนดูไบในระยะอันใกล้นี้ โดยมีเป้าหมายเพื่อขยายโอกาสทางการค้าและการลงทุนร่วมกับพันธมิตรในภูมิภาคตะวันออกกลาง พร้อมทั้งเปิดเวทีจับคู่ธุรกิจ (business matching) และเยี่ยมชมโครงการลงทุนสำคัญในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ อันจะช่วยสร้างเครือข่ายเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างภาคเอกชนไทยและดูไบอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งทาง Dubai Chambers พร้อมสนับสนุน
ดร.นลินีทิ้งท้ายว่า การหารือครั้งนี้สอดคล้องกับนโยบายของนายกรัฐมนตรี แพทองธาร ชินวัตร ที่มุ่งเน้นการดึงดูดการลงทุนคุณภาพ (Quality Investment) โดยเฉพาะในสาขาเศรษฐกิจอนาคต อาทิ ดิจิทัล เทคโนโลยีสีเขียว และโลจิสติกส์สมัยใหม่ ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับขีดความสามารถทางเศรษฐกิจของประเทศไทยอย่างยั่งยืน
