Bosch ขับเคลื่อนไทยสู่อนาคตยานยนต์ไฟฟ้า
รถยนต์ไฟฟ้าเริ่มได้รับความนิยมในประเทศไทยมากขึ้น แต่การให้ข้อมูลที่ชัดเจน โครงสร้างพื้นฐานที่พร้อม และทางเลือกที่หลากหลาย ยังคงเป็นกุญแจสำคัญในการเร่งการใช้งาน

บริษัท Bosch ผู้นำด้านเทคโนโลยีระดับโลก เผยข้อมูลที่น่าสนใจของตลาดยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่มีอัตราการเติบโตก้าวกระโดดจาก 9% ในปี 2566 สู่ 13% ในปี 2567
สิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่าคือ ประเทศไทย ซึ่งปัจจุบันกำลังก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งผู้นำตลาด EV ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยรัฐบาลไทยคาดการณ์ว่าตลาดจะเติบโตไปถึง 40% ภายในปี 2568
@ ความต้องการเปลี่ยน เทคโนโลยีก็เปลี่ยนตาม
การเติบโตของ EV สะท้อนการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภคในเขตเมือง ที่ให้ความสำคัญกับ 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ ความปลอดภัย, เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และการลดการปล่อยมลพิษ ภาคธุรกิจจึงต้องมีการพัฒนายานพาหนะที่หลากหลายรูปแบบ เพื่อรองรับการขนส่งทั้งคนและสินค้าอย่างรวดเร็ว ประหยัด และยั่งยืน

มาร์ติน คนอซ ประธาน Bosch Power Solutions ภูมิภาคอาเซียน เปิดเผยว่า ซอฟต์แวร์ไม่ได้แค่เปลี่ยนการขับรถ แต่ยังเปลี่ยนวิธีการออกแบบรถทั้งหมด ระบบคาดการณ์ระยะทางที่แม่นยำและอัปเดตตลอดเวลา ช่วยให้ผู้ขับรู้ว่าขับได้ไกลแค่ไหน และบอกตำแหน่งสถานีชาร์จระหว่างทาง ระบบยังคำนวณระยะทางได้อย่างแม่นยำตามสภาพแวดล้อมของผู้ขับ ทำให้ขับขี่ได้อย่างมั่นใจ
“และอีกไม่นาน รถ EV จะสามารถวิ่งไกลขึ้นด้วยการชาร์จเพียงครั้งเดียว ด้วยเทคโนโลยีแบตเตอรี่ที่ก้าวหน้า และการใช้ชิ้นส่วนที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่น การใช้ซิลิคอนคาร์ไบด์ในอินเวอร์เตอร์”
@ นวัตกรรมลดความกังวลของแบตเตอรี่
มาร์ติน กล่าวต่อว่า รถ EV ยุคใหม่พัฒนาไปไกลกว่ารุ่นก่อนมาก โดยซอฟต์แวร์ไม่ได้แค่เปลี่ยนการขับรถ แต่ยังเปลี่ยนวิธีการออกแบบรถทั้งหมด
อีกประเด็นสำคัญคือ ความกังวลเกี่ยวกับสุขภาพของแบตเตอรี่และมูลค่าขายต่อ Bosch จึงเปิดบริการ “การรับรองแบตเตอรี่” สำหรับผู้ซื้อรถ EV มือสอง เพื่อให้สามารถประเมินสภาพแบตเตอรี่และมูลค่าที่เหลืออยู่ได้ ซึ่งช่วยสร้างความมั่นใจในการซื้อขายรถ EV มือสองมากยิ่งขึ้น
และเพื่อแก้ปัญหาความกังวลเรื่องสถานีชาร์จที่ยังไม่เพียงพอและสร้างความมั่นใจในตลาดรถ EV มือสอง Bosch ยังได้เปิดตัวบริการรับรองแบตเตอรี่สำหรับผู้ซื้อรถ EV มือสอง บริการนี้ช่วยให้สามารถประเมินสภาพแบตเตอรี่และมูลค่าที่เหลืออยู่ได้อย่างแม่นยำ ซึ่งจะช่วยสร้างความมั่นใจในการซื้อขายรถ EV มือสองมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

ท้ายนี้ Bosch คาดการณ์ว่า ภายในปี 2573 รถ EV จะช่วยลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์จากการขนส่งได้ถึง 40% เมื่อเทียบกับรถเครื่องยนต์สันดาป การเติบโตของตลาด EV ในไทยจึงไม่เพียงแค่สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี แต่ยังเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนผ่านสู่อนาคตที่ยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
“Bosch เชื่อมั่นในพลังแห่งเทคโนโลยีที่จะเปลี่ยนโลก วิสัยทัศน์ของเราคือการทำให้การขับเคลื่อนไฟฟ้าเข้าถึงได้ เชื่อถือได้ และน่าดึงดูดสำหรับทุกคนในดินแดนแห่งรอยยิ้ม” คนอซ กล่าวสรุป