Skip to content

ศาลอุทธรณ์สหรัฐ สั่งขยายภาษีทรัมป์ อยู่ต่อได้อีก นัดไต่สวนเร่งด่วน 31 กรกฎาฯ

11 มิ.ย. 2568 | 16:06น.
ศาลอุทธรณ์สหรัฐ สั่งขยายภาษีทรัมป์ อยู่ต่อได้อีก นัดไต่สวนเร่งด่วน 31 กรกฎาฯ

ศาลอุทธรณ์กลางสหรัฐมีคำสั่งให้ภาษีศุลกากรของทรัมป์สามารถมีผลบังคับใช้ต่อไปได้อีกจนกว่าจะมีการฟ้องร้องเพิ่มเติม นัดหมายให้ทั้งสองฝ่ายเตรียมการโต้แย้งด้วยวาจาในวันที่ 31 กรกฎาคมนี้ 

บลูมเบิร์ก (Bloomberg) และแอ็กซิออส (Axios) รายงานว่า ศาลอุทธรณ์กลางสหรัฐมีคำสั่งเมื่อช่วงกลางคืนของวันที่ 10 มิถุนายน เวลาท้องถิ่นว่า ภาษีของโดนัลด์ ทรัมป์สามารถบังคับใช้ทั่วโลกต่อไปได้ ถือเป็นชัยชนะของทรัมป์ที่เสาหลักของนโยบายเศรษฐกิจได้ไปต่อในขณะนี้

คำสั่งของศาลอุทธรณ์กลางสหรัฐขยายเวลาเรียกเก็บภาษีให้ฝ่ายบริหารในระยะสั้น เนื่องจากฝ่ายบริหารยื่นอุทธรณ์คำตัดสินของศาลชั้นต้นเมื่อเดือนที่แล้วที่ระงับการเรียกเก็บภาษีศุลกากร ซึ่งวินิจฉัยว่า ทรัมป์เรียกเก็บภาษีไม่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งฝ่ายรัฐบาลโดยกระทรวงยุติธรรมแย้งว่าความกังวลของเจ้าหน้าที่สหรัฐเกี่ยวกับการเจรจาการค้าที่กำลังดำเนินอยู่มีน้ำหนักมากกว่าความเสียหายทางเศรษฐกิจที่ธุรกิจขนาดเล็กยื่นฟ้อง

ศาลพิจารณาคดีนี้โดยเร่งด่วน เนื่องจากเดิมพันสิ่งที่เป็นประเด็นสำคัญพิเศษ และสั่งให้ทั้งสองฝ่ายเตรียมการโต้แย้งด้วยวาจาในวันที่ 31 กรกฎาคมนี้

คำสั่งใหม่ของศาลอุทธรณ์นี้ หมายความว่าภาษีศุลกากรพื้นฐานระดับโลก 10% ของทรัมป์ รวมถึงภาษีเพิ่มเติมสำหรับจีนและประเทศอื่น ๆ จะยังคงมีผลบังคับใช้ต่อไปจนกว่าจะมีการฟ้องร้องเพิ่มเติม

ทั้งนี้ ภาษีบางส่วนรวมถึงของไทย (36%) ถูกระงับไว้ตั้งแต่ต้นเดือนเมษายน จะหมดอายุลงในช่วงต้นเดือนกรกฎาคม ซึ่งหมายความว่า ภาษีเหล่านี้จะกลับมามีผลบังคับใช้อีกครั้งก่อนที่ศาลจะพิจารณาคดีในวันที่ 31 กรกฎาคม

สำหรับความสำคัญของคำตัดสินนี้กล่าวคือ ยังคงรักษาความพยายามอย่างกว้าง ๆ ของทรัมป์ในการจัดระเบียบการค้าระหว่างประเทศไว้ แต่จะยืดเวลาความไม่แน่นอนเกี่ยวกับผลกระทบออกไปด้วย

ย้อนไปก่อนหน้านี้ ศาลการค้าระหว่างประเทศ (ศาลชั้นต้น) มีคำตัดสินเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคมว่า ทรัมป์ไม่มีอำนาจภายใต้พระราชบัญญัติอำนาจทางเศรษฐกิจฉุกเฉินระหว่างประเทศ (International Emergency Economic Powers Act : IEEPA) ในการกำหนดภาษีศุลกากรแบบตอบโต้ทั่วโลก และสั่งให้ยกเลิกการจัดเก็บภาษีตามกฎหมาย IEEPA และหนึ่งวันต่อมา ศาลอุทธรณ์กลางได้มีคำสั่งระงับคำตัดสินดังกล่าวเป็นการชั่วคราว (แต่มิได้ยกเลิกคำตัดสินศาลชั้นต้น) ในระหว่างที่ศาลพิจารณาคำร้องของรัฐบาล

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นห่างกันเพียงไม่กี่นาทีหลังจากผู้เจรจาการค้าของสหรัฐในกรุงลอนดอนกล่าวว่า พวกเขาได้บรรลุกรอบการทำงานกับจีนในการปฏิบัติตามข้อตกลงเฟสแรกที่บรรลุเมื่อเดือนที่แล้วในนครเจนีวาอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งในทางทฤษฎี ข้อตกลงดังกล่าวจะช่วยคลายข้อจำกัดการส่งออกแร่หายากจากจีน ซึ่งอาจกลายเป็นจุดติดขัดที่ใหญ่ที่สุดในความสัมพันธ์ระหว่างสองเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดในโลก