เครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP Group) จัดเวที “CP Group Embrace the Diversity” ในเดือนแห่งความหลากหลาย (Pride Month) โดยมีผู้บริหารและพนักงานร่วมแสดงพลังแห่งความแตกต่าง
ประกาศจุดยืนชัดเจนในการขับเคลื่อนนโยบาย Diversity, Equity and Inclusion (DEI) และการดำเนินธุรกิจที่เคารพสิทธิมนุษยชนตามกรอบสากล โดยนำ “นโยบายความหลากหลาย” มาแปลงสู่การปฏิบัติผ่านการออกแบบสวัสดิการ การปรับระบบการทำงาน และการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เปิดกว้างโอบรับทุกความแตกต่างอย่างเท่าเทียม

พิมลรัตน์ รีพัฒนาวิจิตรกุล ประธานผู้บริหารทรัพยากรบุคคล บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด และบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ความเชื่อเรื่องความแตกต่างของบุคคล เป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กร นำมาสู่การสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ “เข้าใจ เห็นคุณค่า และให้โอกาส” กับพนักงานทุกคนอย่างเท่าเทียม และนโยบายต้องมีผลเชิงปฏิบัติ ไม่ใช่แค่หลักการ
เครือ ซี.พี. มีการจัดจัดตั้งตั้งเครือข่ายพนักงาน LGBTQ+ ในปี 2022 เพื่อสร้างความเข้าใจระหว่างกลุ่มพนักงาน และผลักดันบทสนทนาเรื่องความหลากหลายให้ขยายสู่ทุกหน่วยธุรกิจ และร่วมขับเคลื่อนนโยบายความเท่าเทียมให้เกิดเกิดขึ้นจริง ผ่านสวัสดิการ 5 ข้อสำหรับ LGBTQ+ เช่น การลาและเบิกค่ารักษาพยาบาลกรณีผ่าตัดแปลงเพศ การลาสมรสและคลอดบุตรสำหรับคู่สมรสที่มีการจดทะเบียนตามกฎหมาย รวมถึงการให้วันหยุดตามศาสนาสำหรับพนักงานที่นับถือศาสนาใด ๆ
“การมีสวัสดิการสำหรับ LGBTQ+ คือการสร้างพื้นที่ที่ปลอดภัยให้พนักงานได้เป็นตัวเองอย่างเต็มศักยภาพ”

ด้าน ดร.ธีระพล ถนอมศักดิ์ยุทธ ประธานคณะผู้บริหารด้านความยั่งยืนองค์กร และการพัฒนากลยุทธ์ เครือเจริญโภคภัณฑ์ กล่าวว่า Pride Month ไม่ใช่แค่การเคารพในความแตกต่าง แต่องค์กรของเรามีการเปิดกว้างขึ้นเรื่อย ๆ ในฐานะองค์กรขนาดใหญ่ที่มีการทำธุรกิจอยู่ใน 21 ประเทศ และมีพนักงานกว่า 4.6 แสนคน มีการพบเจอความแตกต่างที่หลากหลาย ทั้งเรื่องของช่วงวัย ที่ต้องเคารพความแตกต่างของกันและกัน หรือแม้แต่ความเชื่อ ศาสนาที่ต่างกันก็เป็นเรื่องสำคัญ
ยิ่งมีความแตกต่างมากยิ่งเป็นจุดแข็งขององค์กร ทำให้ช่วยให้มีความคิดสร้างสรรค์มากขึ้น จึงยึดมั่นในแนวทางสิทธิมนุษยชนสากล โดยเฉพาะการกำหนดให้ HRDD เป็นแกนหลักของการบริหารจัดการตลอดห่วงโซ่อุปทาน โดยในปี 2025 ได้ยกระดับการดำเนินงานด้าน DEI ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น ด้วยการบรรจุนโยบายนี้ไว้ในเป้าหมายการพัฒนาองค์กรสู่ปี 2030
ทั้งนี้ เครือ ซี.พี.มีการขับเคลื่อนเรื่องความเท่าเทียมในหลาย ๆ มิติ ได้แก่ Protect-Respect-Remedy เพื่อให้องค์กรไม่เพียงป้องกันการละเมิดสิทธิ แต่ยังเคารพศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ “การเคารพในศักดิ์ศรีของมนุษย์ คือพื้นฐานของการเติบโตอย่างยั่งยืนทั้งในองค์กรและสังคม”

CP Group Embrace the Diversity
ในงานเดียวกันนี้ เครือ ซี.พี. ได้เปิดกว้างรับฟังความเห็นจากพนักงาน โดยให้พนักงานได้แสดงมุมมองความเห็นและประสบการณ์ในรูปแบบ Ted Talk สะท้อนให้เห็นถึงพลังแห่งความหลากหลายที่ขับเคลื่อนองค์กร รวมถึงนโยบาย DEI และสิทธิมนุษยชนของ ซี.พี.
เอวารินทร์ อัศวินเชาวนนท์ เจ้าหน้าที่ PR & Event จาก บมจ.ซีพี ออลล์ ตัวแทนด้านความหลากหลายทางเพศ บอกเล่าว่า จุดเริ่มต้นในการสร้างแรงใจให้พนักงานคือ DEI ที่มีสวัสดิการครอบคลุมทุกกลุ่ม นำมาแปรเป็นพลังของการสร้างสรรค์อย่างไม่กีดกั้นความหลากหลาย โดยใช้แนวคิด Harmony Culture อย่างเป็นตัวเองและเติบโตไปด้วยกัน

ปนัดดา ประสิทธิเมกุล เจ้าหน้าที่บริหารโครงการพิเศษจาก บมจ.เจริญโภคภัณฑ์อาหาร เปิดเผยว่า ความพิการไม่ได้เป็นอุปสรรคในการทำงาน การที่องค์กรมองเราด้วยศักยภาพถือเป็นของขวัญ เพราะการมีงานทำคือคุณค่าของการมีชีวิตอยู่ เครือ ซี.พี.มีการปรับรูปแบบการทำงานโดยเธอได้ลงพื้นที่ทำประโยชน์ให้สังคม เชื่อมโยงเด็ก-เยาวชนให้ตระหนักรู้และเข้าใจเรื่องความหลากหลาย ซึ่งช่วยจุดประกายให้อีกหลายคนลุกขึ้นสู้และดำเนินชีวิตอย่างมีคุณค่าต่อไปได้

นพอนันต์ พงศ์อิทธิเดช Business Intelligence Center จากเครือเจริญโภคภัณฑ์ ตัวแทนด้านความหลากหลายในด้านศาสนา แสดงความคิดเห็นว่า เพราะมีความแตกต่าง โลกนี้จึงสวยงาม เครือ ซี.พี.เป็นองค์กรที่มีนโยบายด้าน DEI มีความเข้าใจและให้ความสำคัญกับทุก ๆ ศาสนา ผ่านสวัสดิการที่มีวันลาเพื่อประกอบพิธีทางศาสนาต่าง ๆ สะท้อนว่าความแตกต่างไม่ใช่ตัวชี้วัดที่ศักยภาพ

Lawrence Smith ที่ปรึกษาสำนักยุทธศาสตร์ข้อมูลและการสื่อสาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ ตัวแทนด้านความหลากหลายทางเชื้อชาติ บอกเล่าว่า เพราะความแตกต่างคือความท้าทาย เป็นวิธีแลกเปลี่ยนความคิดสร้างสรรค์-นวัตกรรม เครือ ซี.พี.เป็นเปิดโอกาสและส่งเสริมความเสมอภาคให้กับทุกคนอย่างเท่าเทียม เพราะมีการให้ความสำคัญกับความยั่งยืน สิทธิมนุษยชน และการปฏิบัติต่อพนักงานอย่างมีจริยธรรม ผ่านการประกาศนโยบาย DEI อย่างมีรูปธรรม

ท้ายนี้ ดร.ชยศมน ทรัพย์สุขบวร พนักงานในโครงการ 60 ยังแจ๋ว จาก บมจ.ซีพี แอ็กซ์ตร้า ตัวแทนด้านการส่งเสริมผู้สูงอายุในการทำงาน มองว่า ปัจจุบันประเทศไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ซึ่งคนวัยนี้มีประสบการณ์และยังมีศักยภาพในการทำงาน โดยอยากจะส่งต่อความดี ดั่งนโยบาย DNA ความดี 24 ชั่วโมง ของซีพี แอ็กซ์ตร้า ที่ได้เล็งเห็นศักยภาพเปิดโอกาสให้คนวัยเกษียณที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปอย่างเธอได้มาร่วมงาน

กิจกรรมครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ แต่เป็นภาพสะท้อนการปฏิบัติที่ต่อเนื่องของเครือ ซี.พี.ในการสร้าง “องค์กรที่ทุกคนรู้สึกเป็นเจ้าของร่วมกัน” ด้วยความเชื่อมั่นว่าความหลากหลายคือจุดเริ่มต้นของความคิดสร้างสรรค์ นวัตกรรม และความยั่งยืน
