LINE MAN Wongnai เผย อินไซต์ตลาด “ร้านกาแฟ” พบร้านกาแฟ Specialty ราคาต่ำกว่า 100 บาท เติบโตดีมาก ครองส่วนแบ่งตลาดใหญ่กว่ากาแฟทั่วไป ส่วน “มัทฉะ” กระแสแรงไม่มีตก จำนวนร้านช่วงไตรมาส 2/2568 เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 30%
รายงานข่าวจาก LINE MAN Wongnai เปิดเผยว่า ปัจจัยเศรษฐกิจที่ชะลอตัวและจำนวนนักท่องเที่ยวที่ลดลง ทำให้ภาพรวมยอดขาย “ร้านอาหาร” ลดลง 14% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แต่ตลาด “กาแฟ” กลับเติบโตสวนทาง
โดยเฉพาะร้านกาแฟ Specialty ราคาจับต้องได้ (Affordable Specialty Coffee) ที่มีราคาต่อบิลต่ำกว่า 100 บาท กลายเป็นสัดส่วนตลาดที่เติบโตเร็วที่สุด โดยในกรุงเทพฯ เติบโตสูงถึง 46% และในต่างจังหวัดเติบโต 19%
แม้จำนวนร้านกาแฟเปิดใหม่ในปีนี้จะลดลงเหลือประมาณ 5,000 ร้าน จากที่ช่วงครึ่งแรกของปี 2567 มีร้านเปิดใหม่กว่า 7,000 ร้าน แต่ร้านกาแฟยังคงมีอัตราอยู่รอดในปีแรกสูงกว่าร้านอาหารทั่วไป โดยร้านกาแฟมีอัตราการปิดตัวในปีแรกอยู่ที่ 43% เทียบกับร้านอาหารทั่วไปที่ปิดตัวสูงกว่าในปีแรกถึง 50%

จากข้อมูลภายในของ LINE MAN Wongnai ยังพบว่า Specialty Coffee มีส่วนแบ่งตลาดใหญ่กว่ากาแฟทั่วไป โดยมีสัดส่วนยอดขายทั่วประเทศ 56% และในกรุงเทพฯ และปริมณฑลสูงถึง 66%
อีกทั้งพฤติกรรมผู้บริโภคยุคนี้เปลี่ยนแปลงไป โดยลูกค้าต้องการความรวดเร็ว ช่องทางการสั่งซื้อและชำระเงินที่หลากหลาย โดยเฉพาะ Digital Payment ที่มีสัดส่วนเกินครึ่งและช่วยเพิ่มยอดขายต่อบิลขึ้นถึง 32% ส่วน Digital Ordering เช่น การสั่งผ่าน QR Code ที่โต๊ะ ช่วยเพิ่มขนาดออเดอร์ได้ถึง 37%
ในส่วนของช่องทางดีลิเวอรี่ ยอดขายกาแฟใน LINE MAN เติบโตขึ้น 23% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยเฉลี่ยแล้ว 22% ของยอดขายร้านกาแฟมาจากดีลิเวอรี่ สะท้อนว่าการเข้าถึงลูกค้าผ่านหลายช่องทางยังคงเป็นหัวใจสำคัญ
นอกจากนี้ ตลาดมัทฉะยังเติบโตต่อเนื่อง โดยยอดขายร้านมัทฉะเดิมเติบโตถึง 28% รวมถึงจำนวนร้านมัทฉะยังเพิ่มขึ้นกว่า 30% โดยช่วงไตรมาส 2/2567 มีอยู่ประมาณ 9,600 ร้าน ส่วนช่วงไตรมาส 2/2568 มีอยู่ 12,400 ร้าน
