NFP สหรัฐพุ่งสูงเกินคาด เขย่าตลาดการเงินโลก แนะนักลงทุนปรับพอร์ตรับความเสี่ยง
ข้อมูลการจ้างงานนอกภาคเกษตร (NFP) ของสหรัฐ ที่เปิดเผยเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคมที่ผ่านมา ได้สร้างความผันผวนครั้งใหญ่ให้กับตลาดการเงินทั่วโลก โดยตัวเลขการจ้างงานเดือนมิถุนายนเพิ่มขึ้นถึง 147,000 ตำแหน่ง ซึ่งสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 110,000 ตำแหน่งอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้ตลาดลดโอกาสการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ในเดือนกรกฎาคมลงอย่างรวดเร็ว จาก 25.3% เหลือเพียง 4.7% กระตุ้นให้เกิดการปรับราคาใหม่ในตลาดเงินและทองคำอย่างรุนแรง
ตลาดแรงงานสหรัฐแข็งแกร่งเกินคาด กดดัน Fed
รายงาน NFP ล่าสุดระบุว่า อัตราการว่างงานของสหรัฐลดลงเหลือ 4.1% สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของตลาดแรงงาน แม้การจ้างงานภาคเอกชนจะชะลอลงมาอยู่ที่ 74,000 ตำแหน่ง ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2024 แต่การจ้างงานภาครัฐกลับเข้ามาช่วยหนุนถึง 73,000 ตำแหน่ง แสดงให้เห็นถึงความทนทานของตลาดแรงงานแม้จะมีความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจเข้ามาเกี่ยวข้อง
อย่างไรก็ตาม การเติบโตของค่าแรงเฉลี่ยรายชั่วโมงกลับต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยเพิ่มขึ้นเพียง 0.2% ต่อเดือน ซึ่งอาจช่วยบรรเทาความกังวลเรื่องเงินเฟ้อได้ในระดับหนึ่ง แต่ก็เป็นปัจจัยที่ทำให้การตัดสินใจของ Fed ในการประชุมครั้งถัดไปซับซ้อนยิ่งขึ้น
นาย David Barrett ซีอีโอของ EBC Financial Group (UK) Ltd. ให้ความเห็นต่อรายงาน NFP เดือนมิถุนายนว่า “ตัวเลขจ้างงานแสดงให้เห็นถึงความมั่นใจและสัญญาณเตือน ในขณะที่การเติบโตของการจ้างงานยังดำเนินต่อไป แต่การจ้างงานภาคเอกชนที่อ่อนแอและค่าแรงที่ต่ำกว่าคาด บ่งชี้ถึงปัญหาเชิงโครงสร้าง สำหรับนักลงทุน ตลาดได้แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของความคล่องตัว โดยเฉพาะในคู่สกุลเงินอย่าง USD/JPY และ EUR/USD ที่ความแตกต่างทางนโยบายการเงินเริ่มชัดเจนขึ้น”
ตลาดเงินและทองคำผันผวนหนัก
ผลจากข้อมูล NFP ที่แข็งแกร่ง ทำให้ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นอย่างชัดเจน โดยคู่สกุลเงิน EUR/USD ร่วงลงอย่างรวดเร็วท่ามกลางความคาดการณ์ที่เพิ่มขึ้น ว่า Fed จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับสูงเป็นเวลานาน ด้านคู่ USD/JPY พุ่งทะลุระดับ 145 ขณะที่นักลงทุนจับตาธนาคารกลางญี่ปุ่นอย่างใกล้ชิด เนื่องจากมีการเก็งกำไรว่าอาจกลับมาใช้มาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณอีกครั้ง
สำหรับราคาทองคำ (XAU/USD) ก็ได้รับผลกระทบโดยตรง โดยปรับตัวลดลงต่ำกว่า 3,350 ดอลลาร์ หลังข้อมูลจ้างงานที่แข็งแกร่งหนุนให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฟื้นตัว และลดความคาดหวังในการปรับลดดอกเบี้ย อย่างไรก็ตาม ความผันผวนทางการเมืองและเหตุการณ์ด้านนโยบายการค้า รวมถึงเส้นตายภาษีในวันที่ 9 กรกฎาคม ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา ซึ่งอาจทำให้นักลงทุนบางส่วนหันกลับมาพึ่งพาทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย หากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์หรือการคลังกลับมาปั่นป่วนอีกครั้ง
นาย David Barrett กล่าวเสริมว่า “นี่คือช่วงเวลาสำคัญสำหรับนักเทรดค่าเงิน การแยกแยะระหว่างปฏิกิริยาในระยะสั้นกับการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างในระยะยาวจะเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างโอกาสในไตรมาส 3”
แนวโน้มข้างหน้า : จับตาเงินเฟ้อ ภาษี และความระมัดระวังของ Fed
จากรายงานล่าสุด เครื่องมือ CME FedWatch ชี้ว่าโอกาสที่ตลาดประเมินว่าจะมีการปรับลดดอกเบี้ยในเดือนกรกฎาคมลดลงอย่างมากจาก 25.3% เหลือเพียง 4.7% และโอกาสในการลดดอกเบี้ยในเดือนกันยายนก็ลดลงเช่นกัน ด้วยแนวโน้มการเติบโตของค่าแรงที่ชะลอตัว แต่ตลาดแรงงานยังคงสร้างงานเพิ่มขึ้น Fed จึงมีแนวโน้มที่จะใช้วิธีตัดสินใจแบบประชุมต่อประชุม (Meeting-by-Meeting) ตามที่ประธาน Fed นายเจอโรม พาวเวลล์ ได้ย้ำไว้ในการประชุมธนาคารกลางยุโรป
นอกจากนี้ ตลาดโลกยังคงต้องจับตาความรู้สึกด้านความเสี่ยงและความตึงเครียดทางการเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งมาตรการภาษีที่มีความขัดแย้งที่สหรัฐเตรียมประกาศในวันที่ 9 กรกฎาคมนี้ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อตลาดที่เกี่ยวข้องกับการค้าและความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจโดยรวม
ข้อมูลนี้เป็นการสังเกตของ EBC Financial Group และหน่วยงานทั่วโลก ไม่ใช่คำแนะนำทางการเงินหรือการลงทุน การเทรดสัญญา CFDs มีความเสี่ยงสูงที่จะสูญเสียเงินอย่างรวดเร็ว เนื่องจากอัตราทด ทำให้ไม่เหมาะสมกับนักลงทุนทุกประเภท นักลงทุนควรประเมินวัตถุประสงค์ ความรู้ และความเสี่ยงของตนเองอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจลงทุน