เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เอกนิติ ตั้ง 4 อนุฯ คุมดาต้าเซ็นเตอร์ ออกมาตรฐานขั้นต่ำ เร่งออกนโยบายภายใน ก.ย.
Finance เอกนิติ ตั้ง 4 อนุฯ คุมดาต้าเซ็นเตอร์ ออกมาตรฐานขั้นต่ำ เร่งออกนโยบายภายใน ก.ย.
ดันเชียงใหม่ “Wellness Destination” ชูภูมิปัญญาล้านนา-นวัตกรรมสุขภาพ
เศรษฐกิจภูมิภาค ดันเชียงใหม่ “Wellness Destination” ชูภูมิปัญญาล้านนา-นวัตกรรมสุขภาพ
SJWD ผนึกกรุงไทยเปิดจองหุ้นกู้ดิจิทัล SJWD ชูดอกเบี้ย 2.95-3.20%
Finance SJWD ผนึกกรุงไทยเปิดจองหุ้นกู้ดิจิทัล SJWD ชูดอกเบี้ย 2.95-3.20%
ก.พลังงาน เปิด 4 เกณฑ์คุมไฟ Data Center แยกอัตราเฉพาะ
Politics ก.พลังงาน เปิด 4 เกณฑ์คุมไฟ Data Center แยกอัตราเฉพาะ
การตลาดอินฟลู 2026 TikTok ครองแชมป์แพลตฟอร์มยอดนิยม LGBTQ+ ขึ้นแท่นกลุ่มอิทธิพลสูง
Tech การตลาดอินฟลู 2026 TikTok ครองแชมป์แพลตฟอร์มยอดนิยม LGBTQ+ ขึ้นแท่นกลุ่มอิทธิพลสูง
หุ้นไทยเข้าโซนระวัง! 58% หลุดเส้นสำคัญ โบรกฯแนะเก็บ 6 หุ้นแกร่งสวนตลาด
Finance หุ้นไทยเข้าโซนระวัง! 58% หลุดเส้นสำคัญ โบรกฯแนะเก็บ 6 หุ้นแกร่งสวนตลาด
ทำไมประเทศไทย ขึ้นแท่นฮับดาต้าเซ็นเตอร์แห่งใหม่ ในเอเชียแปซิฟิก
Economic ทำไมประเทศไทย ขึ้นแท่นฮับดาต้าเซ็นเตอร์แห่งใหม่ ในเอเชียแปซิฟิก
ราคาทองวันนี้ (4 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 600 บาท รูปพรรณขายออก 70,550 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (4 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 600 บาท รูปพรรณขายออก 70,550 บาท
รัฐบาลผุดรายการ ‘คุยกับ ครม.อนุทิน’ จัดคิวให้รัฐมนตรีแจงมุมคิด-นโยบายตรง
Politics รัฐบาลผุดรายการ ‘คุยกับ ครม.อนุทิน’ จัดคิวให้รัฐมนตรีแจงมุมคิด-นโยบายตรง
อนุทิน ชี้ ‘เอกนิติ-ศุภจี’ ทำงานได้อยู่ ยังไม่ตั้ง ‘รัฐมนตรีช่วย’ คลัง-พาณิชย์
Finance อนุทิน ชี้ ‘เอกนิติ-ศุภจี’ ทำงานได้อยู่ ยังไม่ตั้ง ‘รัฐมนตรีช่วย’ คลัง-พาณิชย์
ดูทั้งหมด

ศาลยกฟ้อง อดีต ผอ.ศูนย์ Thai PBS ถูกปลด พบคุกคามทางเพศจริง

23 ก.ค. 2568 | 18:59น.
ศาลปกครอง

ศาลปกครอง มีคำพิพากษายกฟ้อง อดีต ผอ.ศูนย์ ของไทยพีบีเอส กรณีถูกปลดไม่เป็นธรรม ชี้ผู้ฟ้องมีพฤติการณ์คุกคามทางเพศจริง เข้าข่ายการกระทำผิดตามระเบียบองค์กร ถือเป็นการบอกเลิกสัญญาโดยชอบ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาลปกครองกลาง ได้มีคำพิพากษา คดีหมายเลขดำที่ บ.345/2565 หมายเลขแดงที่ บ.258/2568 ระหว่าง นาย ส. (ผู้ฟ้องคดี) กับ องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ผู้ถูกฟ้องคดี) คดีนี้ผู้ฟ้องคดีฟ้องว่า เดิมผู้ฟ้องคดีเป็นพนักงาน ตำแหน่งผู้อำนวยการศูนย์

โดยผู้ฟ้องคดีได้รับความเดือดร้อนเสียหายจากการที่องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส) มีคำสั่งปลดผู้ฟ้องคดีออกจากงานในข้อกล่าวหาว่า ผู้ฟ้องคดีกระทำการคุกคามทางเพศต่อนางสาว อ. ที่มาสมัครงาน เป็นเลขานุการของผู้ฟ้องคดี ผู้ฟ้องคดี จึงขอให้ศาลมีคำพิพากษาเพิกถอนคำสั่งดังกล่าว

ศาลปกครองกลางพิจารณาแล้วเห็นว่า จากข้อเท็จจริงที่ปรากฏในสำนวนคดี เห็นได้ว่า การที่ผู้ฟ้องคดี กอดนางสาว อ. ดึงมือนางสาว อ. ให้ไปนั่งบนเตียงนอนในห้องพักของผู้ฟ้องคดีที่โรงแรมซึ่งมีการจัดสัมมนา มีการแตะเนื้อต้องตัวของนางสาว อ. หลายจุด รวมทั้งผู้ฟ้องคดีได้เอาศีรษะของตนนอนหนุนหมอนที่นำไปวางบนตักของนางสาว อ. โดยการกระทำดังกล่าวไม่ได้รับความยินยอมจากนางสาว อ. จึงเป็นกรณีที่ผู้ฟ้องคดีกระทำการด้วยการสัมผัสทางกายที่มีลักษณะส่อไปในทางเพศต่อนางสาว อ.

นอกจากนั้น การที่ผู้ฟ้องคดีส่งข้อความติดต่อกับนางสาว อ. ผ่านแอปพลิเคชันไลน์ (Line) จำนวนหลายข้อความ ซึ่งล้วนแต่เป็นข้อความที่เป็นการลวนลาม เกี้ยวพาราสี และมุ่งหวังสร้างสัมพันธ์ในเชิงชู้สาวกับนางสาว อ. โดยที่นางสาว อ. มิได้ยินดีกับการส่งข้อความในลักษณะดังกล่าวจากผู้ฟ้องคดี จึงเป็นกรณีที่ผู้ฟ้องคดีสื่อสารด้วยข้อความผ่านแอปพลิเคชันไลน์ ที่ส่อไปในทางเพศต่อนางสาว อ.

จากพฤติการณ์ดังกล่าวของผู้ฟ้องคดี จึงเห็นได้ว่า ผู้ฟ้องคดีได้อาศัยโอกาสที่ตนดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการศูนย์ กระทำการอันมีลักษณะเป็นการบังคับขืนใจนางสาว อ. ซึ่งเป็นผู้ประสงค์จะสมัครงานในตำแหน่งเลขานุการของผู้ฟ้องคดี เพื่อให้สนองตอบต่อความต้องการหรือความพึงพอใจทางเพศของผู้ฟ้องคดี โดยมิได้คำนึงถึงคุณค่าและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของนางสาว อ. ที่พึงได้รับการปฏิบัติด้วยความเคารพในฐานะที่เป็นเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน

พฤติการณ์ของผู้ฟ้องคดีจึงเข้าลักษณะเป็นการใช้ตำแหน่งหน้าที่ของตนเป็นเครื่องมือในการล่วงละเมิดหรือคุกคามทางเพศต่อนางสาว อ. อันเป็นการกระทำที่เสื่อมเสียต่อเกียรติของการเป็นผู้บริหารด้านงานสื่อสารมวลชนของผู้ฟ้องคดี และขัดต่อจริยธรรมของผู้บริหารตามข้อบังคับองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย ว่าด้วยจริยธรรมของกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงาน พ.ศ. 2551 อันเป็นเรื่องที่อารยประเทศไม่อาจยอมรับได้

ดังเช่นที่มีการต่อต้านพฤติกรรมของผู้บริหารองค์กรที่ใช้โอกาสจากตำแหน่งหน้าที่กระทำการล่วงละเมิดหรือคุกคามทางเพศต่อผู้ร่วมงานจนเกิดกระแส #MeToo (ฉันก็โดนด้วย) ขึ้นทั่วโลกในหลายปีที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน

นอกจากนี้ พฤติการณ์ของผู้ฟ้องคดีที่กระทำการล่วงละเมิดหรือคุกคามทางเพศต่อนางสาว อ. ยังเป็นเหตุให้องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐด้านการสื่อสารมวลชนที่มีหน้าที่ต้องสนับสนุนมิให้พนักงานในสังกัดมีการกระทำที่เป็นการล่วงละเมิดหรือคุกคามทางเพศ เพื่อเป็นตัวอย่างที่ดีแก่สังคมกลับต้องได้รับความเสียหายต่อภาพลักษณ์และชื่อเสียงอย่างร้ายแรง

พฤติการณ์ของผู้ฟ้องคดีจึงเป็นการกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง ฐานกระทำการอันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง และขาดจริยธรรมของผู้บริหารอันชอบที่จะได้รับโทษให้ปลดออกจากงานได้ตามระเบียบองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการบริหารงานบุคคล พ.ศ. 2563 และสัญญาจ้าง

ดังนั้น การที่องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย มีคำสั่งปลดผู้ฟ้องคดีออกจากงาน อันเป็นการบอกเลิกสัญญาจ้างผู้ฟ้องคดีเป็นพนักงาน จึงเป็นการบอกเลิกสัญญาโดยชอบด้วยข้อสัญญาและกฎหมาย

ศาลปกครองกลางจึงมีคำพิพากษายกฟ้อง