Skip to content

ผบ.ทหารสูงสุด สั่งใช้แผน ‘จักรพงษ์ภูวนารถ’ ให้ ผบ.ทบ. เป็น ผบ.เหตุการณ์

24 ก.ค. 2568 | 15:23น.
ผบ.ทหารสูงสุด สั่งใช้แผน ‘จักรพงษ์ภูวนารถ’ ให้ ผบ.ทบ. เป็น ผบ.เหตุการณ์

ผบ.ทสส. สั่งกองทัพบกใช้แผน ‘จักรพงษ์ภูวนารถ’ มี ผบ.ทบ. เป็น ผบ.เหตุการณ์ สามารถสั่งใช้กำลังทางบก-ร้องขอกำลังทางอากาศและทางเรือ เพื่อสนับสนุนภารกิจ

จากสถานการณ์ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ที่ขยายความรุนแรง มีการเปิดฉากการยิงโดยกำลังทหารฝั่งกัมพูชา ในหลายพื้นที่ ทำให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตนั้น

โดยการปฏิบัติทางทหาร ตามพระราชบัญญัติการจัดระเบียบราชการ กระทรวงกลาโหม พุทธศักราช 2551 มาตรา 39 มอบอำนาจให้ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็นผู้บัญชาการศูนย์บัญชาการทางทหาร ได้สั่งการให้กองทัพบกใช้แผน “จักรพงษ์ภูวนารถ” ซึ่งเป็นแผนเผชิญเหตุ ตามแผนป้องกันประเทศฝั่งตะวันออก โดยมีผู้บัญชาการทหารบก เป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์ มีอำนาจในการบัญชาการและการใช้กำลังทางบก และร้องขอการสนับสนุนกำลังทางอากาศ และทางเรือ เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติของกำลังทางบก ตามแผนเผชิญเหตุ

โดยการปฏิบัติการทางทหาร มี 2 ขั้น คือ ขั้นปกติ ขั้นปฏิบัติการ ปัจจุบันอยู่ในขั้นการปฏิบัติการ โดยใช้อาวุธยิงสนับสนุนของกองทัพภาคที่ 2 และการยิงสนับสนุนทางอากาศจากกองทัพอากาศ โดยมีเป้าหมายคือ ที่ตั้งกองกำลังทหารฝ่ายกัมพูชา เพื่อระงับเหตุการณ์ โดยไม่มีการใช้อาวุธต่อเป้าหมายฝ่ายพลเรือนกัมพูชาแต่อย่างใด ทั้งนี้ หากไม่สามารถระงับสถานการณ์ความรุนแรงหรือการใช้กำลังของฝ่ายตรงข้าม กองทัพจะพิจารณายกระดับการใช้กำลัง สู่ขั้นการป้องกันประเทศในระดับต่อไป

กองทัพไทยขอประณามการกระทำของกองทัพกัมพูชา ตลอดจนรัฐบาลกัมพูชา ที่มีเจตนาชัดเจนในการเปิดฉากการรบโดยใช้อาวุธหนักโจมตี โดยไม่คำนึงถึงความสูญเสีย ต่อพลเรือนทั้ง 2 ประเทศ ทั้งนี้ ขอให้คำมั่นต่อประชาชนชาวไทยว่า จะพิทักษ์และปกป้องอธิปไตย และบูรณภาพแห่งดินแดน และความมั่นคงของชาติ พร้อมเป็นหลักประกันความปลอดภัยให้กับประชาชนอย่างเต็มขีดความสามารถ สำหรับความคืบหน้าของสถานการณ์จะรายงานให้ทุกท่านทราบต่อไป

สธ.อัพเดต คนไทยเสียชีวิตแล้ว 11 ราย

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) แถลงถึงสถานการณ์ความสูญเสียที่เกิดขึ้นในวันนี้ วันที่ 24 กรกฎาคม 2568 เวลา 14.15 น. ว่า จากการโจมตีในหลายพื้นที่ ส่งผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนผู้บริสุทธิ์ถึง 35 ราย ในจำนวนนี้ต้องเสียชีวิตถึง 11 ราย และยังมีทหาราของเราได้รับผลกระทบอีก 8 นาย โดยมีรายละเอียดความสูญเสียในแต่ละพื้นที่ดังนี้

1.จังหวัดสุรินทร์ ประชาชนเสียชีวิต 2 ราย โดยเป็นเด็กอายุ 8 ขวบ 1 ราย, บาดเจ็บสาหัส 1 ราย, บาดเจ็บปานกลาง 3 ราย ส่วนทหารบาดเจ็บสาหัส 3 ราย, บาดเจ็บปานกลาง 1 ราย และบาดเจ็บเล็กน้อย 1 ราย

2.จังหวัดอุบลราชธานี ประชาชนเสียชีวิต 1 ราย, บาดเจ็บสาหัส 4 ราย

3.จังหวัดศรีสะเกษ ประชาชนเสียชีวิต 8 ราย โดยเป็นเด็กอายุ 15 ปี 1 ราย, บาดเจ็บสาหัส 3 ราย, บาดเจ็บปานกลาง 8 ราย, บาดเจ็บเล็กน้อย 4 ราย และทหารเสียชีวิต 1 ราย, บาดเจ็บเล็กน้อย 2 ราย

4.จังหวัดบุรีรัมย์ ประชาชนบาดเจ็บปานกลาง 1 ราย

“กระทรวงสาธารณสุขขอประณามอย่างรุนแรงที่สุดต่อการโจมตีโรงพยาบาลและประชาชนชาวไทย ซึ่งถือเป็นการกระทำที่ละเมิดกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศและอนุสัญญาเจนีวาอย่างร้ายแรง ซึ่งในบรรดาผู้เสียชีวิตนั้นมีเด็กผู้บริสุทธิ์รวมอยู่ด้วย การทำร้ายเด็กถือเป็นการกระทำที่น่าละอายและไม่อาจให้อภัยได้ที่สุด” นายสมศักดิ์กล่าว