Skip to content

“กอบศักดิ์” แนะไทยวางตัวเป็นกลางระหว่างสหรัฐ-จีน หนุนดึงดูดลงทุนระยะยาว

28 ก.ค. 2568 | 11:20น.
“กอบศักดิ์” แนะไทยวางตัวเป็นกลางระหว่างสหรัฐ-จีน หนุนดึงดูดลงทุนระยะยาว

“กอบศักดิ์” ชี้ไทยควรวางตัวเป็นกลางระหว่างสหรัฐ-จีน หนุนดึงดูดลงทุนระยะยาว สร้างบทบาทเชิงสร้างสรรค์บนเวทีโลก นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) และประธานสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) เปิดเผยภายในการบรรยายในโครงการพัฒนาศักยภาพ ผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจระดับสูง ประจำปี 2568 “รู้ทันโลกการเงิน ทลายหนี้สู่ความยั่งยืน“ ว่ากรณีการวางตัวของประเทศไทยระหว่าง 2 ประเทศมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกาและจีนนั้น เรื่องนี้กลายเป็นประเด็นที่ถูกหยิบยกในเวทีระหว่างประเทศมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยจะยิ่งทวีความสำคัญมากขึ้นในอนาคต สำหรับประเทศไทยคำถามเหล่านี้จะเกิดขึ้นมากขึ้นเช่นกัน เช่น กรณีฐานทัพที่พังงา หรือโครงการในพื้นที่อู่ตะเภาในอนาคต ดังนั้น ประเทศไทยควรเตรียมจุดยืนของตนไว้ให้พร้อม โดยเฉพาะจุดยืนที่ไม่เลือกข้าง และรักษาความเป็นกลางให้ได้มากที่สุด “คำถามนี้ถูกโยนเข้าสู่เวทีต่าง ๆ มากขึ้น ไม่ใช่แค่ประเทศไทย แม้แต่ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ก็ยังถูกถามระหว่างการเยือนสหรัฐ ว่าจะวางตัวอย่างไรระหว่างสองขั้วอำนาจ แต่ถึงอย่างนั้นฟิลิปปินส์ที่ชัดเจนว่าเลือกสหรัฐ แม้จะได้ผลประโยชน์บางอย่าง เช่น อัตราภาษีที่ดีกว่าไทย แต่ก็ต้องแลกมากับความไม่แน่นอน นักลงทุนกังวลว่า หากเกิดสงครามขึ้น ฟิลิปปินส์อาจกลายเป็นเป้าหมายเช่นเดียวกับออสเตรเลียที่ถูกตั้งคำถามว่า หากเกิดเหตุการณ์ในไต้หวันจะยืนอยู่ข้างใด” ดร.กอบศักดิ์กล่าว โดยความเป็นกลางของประเทศไทยจะกลายเป็นแต้มต่อที่สำคัญในการดึงดูดการลงทุนระยะยาว เพราะนักลงทุนทั่วโลกต้องการประเทศที่สามารถค้าขายกับทุกฝ่ายได้อย่างไร้ข้อจำกัด “ถ้าเราเข้าข้างอเมริกา บริษัทที่อยากค้าขายกับจีนก็อาจไม่กล้ามาลงทุน ถ้าเราชัดเจนว่าเข้าข้างจีน บริษัทที่ค้าขายกับอเมริกาหรือยุโรปก็อาจลังเล ดังนั้น ความเป็นกลางคือคำตอบที่ดีที่สุดในสถานการณ์นี้ และเราควรเริ่มพูดคุย ถกเถียง และตกผลึกแนวคิดกันให้มากขึ้นตั้งแต่ตอนนี้” ดร.กอบศักดิ์กล่าว ทั้งนี้ จุดยืนเรื่องความเป็นกลางจะไม่เพียงแต่ส่งผลดีต่อเศรษฐกิจระยะยาวของไทย แต่ยังช่วยให้ประเทศไทยมีบทบาทเชิงสร้างสรรค์บนเวทีระหว่างประเทศอย่างมั่นคงด้วย