Skip to content

อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ จ่อยกระดับธุรกิจเสริมอาหารไทยสู่ความยั่งยืน

29 ก.ค. 2568 | 14:46น.
อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ จ่อยกระดับธุรกิจเสริมอาหารไทยสู่ความยั่งยืน

อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ เตรียมจัดงาน “ไวต้าฟู้ดส์ เอเชีย 2025″ (Vitafoods Asia 2025) ดันธุรกิจเสริมอาหารไทยเติบโต 5.1% ต่อปี พร้อมเผยถึงเทรนด์สุขภาพที่ผู้บริโภคหันมาใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจากส่วนผสมธรรมชาติ ธุรกิจเสริมอาหารยุคใหม่จึงต้องเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและยั่งยืน

รุ้งเพชร ชิตานุวัตร์ ผู้อำนวยการกลุ่มโครงการภูมิภาคอาเซียน อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ เปิดเผยว่า ตลาดผลิตภัณฑ์เสริมอาหารในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว ด้วยแรงผลักดันจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพและการป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เช่น เบาหวาน โรคหัวใจ และโรคอ้วน

จากข้อมูลบริษัทวิจัยเอกชน Market Minds Advisory คาดว่าตลาดเสริมอาหารในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก มีมูลค่าราว 9.15 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2567 และคาดว่าจะพุ่งสูงถึง 1.76 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2577 ด้วยอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) ที่ 8% ขณะที่ตลาดผลิตภัณฑ์เสริมอาหารในประเทศไทยเอง ก็มีทิศทางการเติบโตที่สอดรับกั

โดยปี 2567 สร้างรายได้กว่า 133.6 แสนล้านบาท และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 179.9 แสนล้านบาท ภายในปี 2573 ซึ่งคิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ยสะสมต่อปี (CAGR) ที่ 5.1% ตั้งแต่ปี 2568 ถึง 2573 (ข้อมูลจาก Grand View Research)

รุ้งเพชร ชิตานุวัตร์
รุ้งเพชร ชิตานุวัตร์

ธุรกิจเสริมอาหาร เน้นโตยั่งยืน

ศาสตราจารย์ (วิจัย) ดร.ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต ประธานกรรมการหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) และสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) เปิดเผยในส่วนนี้ว่า การเติบโตของอุตสาหกรรมเสริมอาหารในยุคใหม่เน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและยั่งยืน ผ่านการสนับสนุนงานวิจัยและพัฒนาด้าน Functional Ingredients และ Functional Foods

การเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์เสริมอาหารด้วยงานวิจัยวัตถุดิบของไทยเป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยมุ่งเน้นการสร้างระบบนิเวศที่แข็งแกร่งตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ รวมถึงการผลักดันการขึ้นทะเบียนจัดทำรายชื่อสารสำคัญ สารประกอบฟังก์ชั่น และสารสกัดจากธรรมชาติและสมุนไพรให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล

นอกจากนี้ ความตระหนักรู้ด้านสุขภาพที่เพิ่มขึ้นทำให้ผู้บริโภคหันมาใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจากส่วนผสมธรรมชาติ เช่น ขมิ้น ชาเขียว และพืชสมุนไพรต่าง ๆ ที่ตอบโจทย์การดูแลสุขภาพเชิงป้องกันอย่างยั่งยืน ส่วนการเติบโตของช่องทางอีคอมเมิร์ซกลายเป็นช่องทางหลักที่ช่วยขยายการเข้าถึงผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีคุณภาพและปลอดภัย

นาคาญ์ ทวิชาวัฒน์ ประธานกิตติมศักดิ์กลุ่มอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เน้นย้ำว่า งานนี้มุ่งมั่นยกระดับมาตรฐานและสร้างความน่าเชื่อถือให้กับผู้บริโภคผ่านผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ

ส่วนไฮไลต์สำคัญของงานคือพื้นที่จัดแสดงพิเศษ New Ingredients & New Products Zone ที่นำเสนอผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ส่วนผสม และนวัตกรรมสุขภาพใหม่จากทั่วโลกที่เน้นความยั่งยืน

งานนี้จะเชื่อมโยงทุกภาคส่วนของห่วงโซ่อุตสาหกรรมเสริมอาหาร ตั้งแต่วัตถุดิบ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ การบรรจุภัณฑ์ ไปจนถึงผู้รับจ้างผลิต จากกว่า 650 แบรนด์ คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานมากกว่า 13,000 ราย จาก 38 ประเทศทั่วโลก พร้อมสัมมนาจากผู้เชี่ยวชาญกว่า 50 หัวข้อ ครอบคลุมโภชนาการเฉพาะบุคคล วิทยาศาสตร์ไมโครไบโอม เทรนด์ส่วนผสมสำหรับ Healthy Aging และอัพเดตกฎระเบียบการจดทะเบียนผลิตภัณฑ์เสริมอาหารต่าง ๆ

งาน Vitafoods Asia 2025 ถือเป็นโอกาสแก่ผู้ประกอบการไทยในการยกระดับและเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ยั่งยืน โดยการขึ้นทะเบียนกระบวนการจัดทำรายชื่อสารสำคัญจะเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับอุตสาหกรรมอาหารเสริมและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ มูลค่า และความปลอดภัยให้ผู้บริโภค โดยงานจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 17-19 กันยายน 2568 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์