บ้านปง ตำบลบ้านปง อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ ยังคงทำหน้าที่เป็นแม่เหล็กดึงดูดนักท่องเที่ยวขึ้นไปสัมผัสอากาศเย็น ๆ ในช่วงฤดูฝน ด้วยเสน่ห์ที่มีอยู่ในตัวที่ไม่เหมือนใคร ทั้งการเป็นแหล่งท่องเที่ยวสุขภาพระดับพรีเมี่ยม ธรรมชาติที่สวย-ดิบ การท่องเที่ยวผจญภัยที่ท้าทาย วิถีเกษตรอินทรีย์ที่ดีต่อสุขภาพ และแหล่งเรียนรู้วัฒนธรรมท้องถิ่นที่ยังดำรงอยู่ ทั้งหมดถูกหลอมรวมเป็นเนื้อเดียวอยู่ในเส้นทาง (Route) “Wellness Hill 1269” ซึ่งกำลังถูกผลักดันสู่ Wellness Tourism อย่างเต็มรูปแบบ เป็นการยกระดับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพมูลค่าสูง เพื่อสร้างเศรษฐกิจชุมชนให้มีความยั่งยืน
Wellness Tourism ไม่ใช่เทรนด์ที่มาแล้วก็ไป แต่เป็นพฤติกรรมใหม่ของนักท่องเที่ยวทั่วโลก ที่มีไลฟ์สไตล์ยั่งยืนแบบ Wellness เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม หรือ “Wellness” กำลังได้รับความสนใจอย่างมากจากนักท่องเที่ยวหลายกลุ่ม ขณะที่ผลวิจัยจาก Global Wellness Institute (GWI) ระบุว่า “Wellness Tourism” ของประเทศไทยติด 1 ใน 15 ของโลก ปัจจุบันมีมูลค่าทางเศรษฐกิจเกือบ 10,000 ล้านเหรียญสหรัฐ และมีอัตราการเติบโตสูงถึง 20% เมื่อเทียบกับธุรกิจอื่น ๆ ทั่วโลก
พลิกบ้านปงสู่เวลเนสทัวริซึ่ม
วีระเดช ฤทธิชัย ผู้ประสานงาน Wellness Hill 1269 และเจ้าของร้าน Huhill Cafe & Restro เล่าว่า ในฐานะที่เป็นผู้ประกอบการรายหนึ่งบนถนนสาย 1269 สถานที่ตั้งของร้านอยู่ที่คลับเฮาส์โครงการมาลาดา โฮม & รีสอร์ท บริเวณสี่แยกวัดต้นเกว๋น ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นขึ้นไปสู่เส้นทางท่องเที่ยวบ้านปง ตำบลบ้านปง อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่
ด้วยศักยภาพและความพร้อมของถนนเส้นนี้ที่สามารถตอบโจทย์การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness Tourism) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีโรงแรม-รีสอร์ตมากกว่า 20 แห่ง อยู่ท่ามกลางธรรมชาติและป่าที่อุดมสมบูรณ์ เป็นแหล่งท่องเที่ยวผจญภัย มีวิถีเกษตรอินทรีย์ และแหล่งเรียนรู้วัฒนธรรมท้องถิ่น สอดรับกับพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวในยุคปัจจุบัน ที่ให้ความสำคัญเรื่องสุขภาพแบบองค์รวมผูกพ่วงกับการท่องเที่ยว
“เราได้มีการรวมกลุ่มผู้ประกอบการรายเล็ก ๆ 5 ราย ทั้งโรงแรม-รีสอร์ตร้านอาหาร สปา และวิสาหกิจเพื่อสังคมเชียงใหม่เป็นอยู่ดี ร่วมกันขับเคลื่อนและผลักดันถนนเส้นนี้ให้เป็นการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพมูลค่าสูง ภายใต้ชื่อ ‘Wellness Hill 1269’ ซึ่งเป็นการขับเคลื่อนที่ให้ความสำคัญเรื่อง Sustainability หรือความยั่งยืน เป็นหลักสำคัญ”

วีระเดชบอกว่า Wellness Hill 1269 คือ ป่าใกล้เมือง การโรยราของถนนเส้นนี้กำลังถูกพลิกโฉมให้เป็นเส้นทางท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ให้คนที่มาท่องเที่ยวสามารถอยู่ในโรงแรม-รีสอร์ต และอยู่ในพื้นที่ตั้งแต่ 3 วันขึ้นไป หรืออาจจะอยู่ทั้งเดือน สิ่งที่เราพยายามทำคือ การอยู่ร่วมกับชุมชน สร้างเศรษฐกิจให้ชุมชนมีความยั่งยืน
โดยเชื่อมโยงทุกอย่างเข้าหากันเป็นเนื้อเดียว ด้วยการเข้าไปส่งเสริมให้ชุมชนเลี้ยงปลาจะละเม็ด เลี้ยงหมูดำ เลี้ยงไก่ดำ การสนับสนุนผลผลิตเกษตรอินทรีย์อย่าง อะโวคาโด ทั้งการเพิ่มมูลค่าสินค้าและการสร้าง Route อะโวคาโดเพื่อการท่องเที่ยว เป็นการต่อยอดผลผลิตชุมชนในเชิงเศรษฐกิจ ใช้วัตถุดิบในท้องถิ่นมาเชื่อมต่อกับโรงแรมและรีสอร์ตต่าง ๆ
วีระเดชกล่าวว่า สำหรับร้าน Huhill Cafe & Restro เป็นร้านอาหารสุขภาพสไตล์โมเดิร์น เลือกและคัดสรรวัตถุดิบหลักจากโครงการหลวงและชุมชนบ้านปง มาใช้ประกอบเมนูอาหาร เช่น การรับซื้ออะโวคาโดจากชาวบ้าน รวมถึงรับซื้อ อะโวคาโดเพื่อฟรีซเก็บไว้ เพื่อส่งให้กับร้านกาแฟในเชียงใหม่ได้ตลอดทั้งปี ซึ่งบ้านปงคือ พื้นที่ปลูกอะโวคาโดอินทรีย์แหล่งใหญ่ของจังหวัดเชียงใหม่ โดยในหลวงรัชกาลที่ 9 ได้นำอะโวคาโดมาปลูกต้นแรกที่ไร่ปู่สุข ถือเป็นผลไม้สุขภาพที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ Wellness ได้เป็นอย่างดี
ดังนั้น Wellness Hill 1269 จะไม่ใช่เพียงการมาพักในโรงแรม-รีสอร์ตเพื่อดูแลสุขภาพแบบองค์รวมเท่านั้น แต่จะเป็นการเชื่อมโยงไปถึงชุมชน ทั้งแหล่งท่องเที่ยวแบบวิถีเกษตรอินทรีย์ แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติเชิงผจญภัยด้วยรถ ATV ผ่านเส้นทางแม่น้ำร้อยสาย และการอาบป่า (Forest Bathing) ใช้การสัมผัสธรรมชาติอย่างใกล้ชิดเพื่อผ่อนคลายร่างกายและจิตใจที่เหนื่อยล้า
“ผมเคยทำงานบนเรือสำราญเกือบ 40 ปี เดินทางไปทั่วโลก ผมเป็นคนเชียงใหม่ บ้านอยู่เชียงใหม่ เมื่อเกษียณแล้วก็กลับมาอยู่บ้าน จึงมีความตั้งใจจะดึงตลาดสุขภาพจากต่างประเทศเข้าสู่ภาคเหนือของไทย ซึ่ง Wellness Tourism เป็นตลาดที่ใหญ่มาก เราต้องเร่งสร้างความพร้อมเพื่อรองรับตลาดกลุ่มนี้ เราจะยกระดับถนนเส้น Wellness Hill 1269 ให้มีความยั่งยืน”

อินสดาชูเที่ยวเชิงสุขภาพ
ฤทธี คุรุสิงห์ ประธานกลุ่มวิสาหกิจเพื่อสังคมเชียงใหม่เป็นอยู่ดี และผู้จัดการทั่วไป อินสดา เวลเนส รีสอร์ท (Insda Wellness Resort) กล่าวว่า อินสดา เวลเนส รีสอร์ท มีจุดขายด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพที่ชัดเจน คือ การดูแลสุขภาพแบบองค์รวม หรือ “Wellness” เน้นความเป็น “Transformation Wellness” หรือการเปลี่ยนแปลงเพื่อความเป็นอยู่ที่ดี เป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกในด้านสุขภาพและคุณภาพชีวิต โดยครอบคลุมทั้งสุขภาพร่างกาย จิตใจ อารมณ์ ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การรักษาโรค แต่เป็นการสร้างวิถีชีวิตที่ส่งเสริมสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีอย่างยั่งยืน
นักท่องเที่ยวมาพักที่อินสดาฯ จะได้เรียนรู้การปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ ซึ่งปัจจุบันคนเป็นโรค NCDs กันมากขึ้น ได้มาฝึกหายใจ เน้นการเคลื่อนไหวร่างกาย หรือ Physical Movement เช่น โยคะ มวยไทย รวมถึงการฝึกสมาธิ การบริหาร 5 ธาตุ ดิน น้ำ ไฟ ลม จิตวิญญาณให้ครบใน 1 ชั่วโมงครึ่ง
“เราเด่นเรื่องโยคะนิทรา ซึ่งปัจจุบันคนส่วนใหญ่มีปัญหาเรื่องโรคนอนไม่หลับ หรือ Insomnia ซึ่งโยคะนิทราจะทำให้สามารถจัดการตัวเองได้โดยไม่พึ่งยา เรามุ่งเน้นการลดการใช้ยา หรือพึ่งพายา ให้สัมผัสว่าเขามีศักยภาพในการทำกิจกรรมช่วง 2-3 วัน ให้เห็นพลังของตัวเอง ช่วงนี้มีกรุ๊ปนักท่องเที่ยวมาอยู่ที่อินสดา 16 คน อยู่เกือบ 1 เดือน ก็ได้ทำกิจกรรม Wellness ของทางโรงแรมหลาย ๆ รูปแบบ”
ฤทธีบอกต่อว่า นอกจากนี้เดือนสิงหาคม 2568 จะมีซัมเมอร์แคมป์ของชาวจีน เราจะกระจายนักท่องเที่ยวเข้าพักตามโรงแรมที่อยู่ในกลุ่ม โดย Route ที่วางไว้ จะเริ่มจากชุมชนบ้านไร่กองขิง ที่โดดเด่นเรื่องสมุนไพร การย่ำขาง ชมวิถีเกษตรอินทรีย์ที่บ้านไร่ปู่สุข ห่อขนม ทำอาหารไทย เก็บอะโวคาโด ทำข้าวหลาม ทำไอศกรีมอะโวคาโด ต่อด้วยขับ ATV ผ่านแม่น้ำร้อยสาย ดูปางช้าง และเดินอาบป่า และอนาคตจะมีหมู่บ้านควายเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งกิจกรรม

เก็บอะโวคาโดอินทรีย์ไร่ปู่สุข
จำนงค์ อารี หรือ ปู่สุข เล่าว่า ในหลวงรัชกาลที่ 9 ได้นำอะโวคาโดมาปลูกต้นแรกที่ไร่ปู่สุข เมื่อราว 40 ปีที่แล้ว ชื่อพันธุ์โชว์เควท ไร่ปู่สุขเป็น 1 ใน 65 ครอบครัว ที่ได้รับพระราชที่ดินจากโครงการหลวง 25 ไร่ อะโวคาโดต้นแรกของในหลวงขายครั้งแรกเมื่อกว่า 30 ปีที่แล้ว ต้นเดียวได้ราคา 20,000 บาท และทุกวันนี้ยังให้ผลผลิตอยู่ โดยมีการพัฒนาสายพันธุ์อะโวคาโดอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันมีจำนวน 8-9 สายพันธุ์ มีต้นอะโวคาโดที่เก็บผลผลิตได้ราว 2,000 ต้น
เป็นการปลูกแบบอินทรีย์ ผลผลิตต่อปี 50 ตัน หรือราว 50,000 กิโลกรัม ส่งให้โครงการหลวง 70% ที่เหลือขายให้ลูกค้าที่มารับซื้อ มูลค่ารวมที่ขายได้ต่อปีกว่า 1,000,000 บาท เป็นการเก็บผลผลิตครั้งเดียวในช่วงเดือนสิงหาคม ถือว่าเป็นรายได้หลักในการเลี้ยงครอบครัว เป็นพืชเศรษฐกิจที่สร้างความอยู่ดี กินดี ให้ชุมชนอย่างยั่งยืน
“ตอนนี้เรากำลังเตรียมพัฒนาเป็นโฮมสเตย์อะโวคาโดไร่ปู่สุข จัดพื้นที่กางเต็นท์ นอนในไร่อะโวคาโด ตื่นเช้าเก็บอะโวคาโดมาทำอาหาร เรียนรู้การทำไอศกรีมอะโวคาโด การทำแชมพูและครีมนวดอะโวคาโด โดยเชื่อมโยงกับโรงแรมและรีสอร์ต เป็นเส้นทาง Wellness”

เส้นทางฮีลใจแม่น้ำร้อยสาย
ถนัดกิจ อารี และ ณัฐวัฒน์ พงษ์พานิช ร่วมมือกันทำเส้นทาง เอทีวีแม่ขนิลเหนือ (เชียงใหม่) เพราะมองว่ารถ ATV จะดึงนักท่องเที่ยวเข้ามาได้เร็วมาก โดยจะเน้นนักท่องเที่ยวคุณภาพ เป็นกลุ่มเฉพาะที่ชอบท่องเที่ยวผจญภัย สไตล์ Adventure โดยจุดมุ่งหมายหลักคือ การพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนให้เติบโต ซึ่งเขามองว่าการอนุรักษ์และการพัฒนาเศรษฐกิจสามารถพัฒนาไปพร้อม ๆ กันได้
“แม่น้ำร้อยสาย เป็นเส้นทางในการทำกิจกรรม ATV ที่อยู่ในพื้นที่บ้านแม่ขนิลเหนือ ตำบลบ้านปง อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ เส้นทางนี้มีลักษณะพิเศษคือมีลำน้ำที่ตัดผ่านเส้นทางไปมา ทำให้เป็นที่รู้จักในหมู่นักวิ่งเทรลและผู้ที่ชื่นชอบกิจกรรม ATV”
เส้นทาง ATV แม่ขนิลเหนือ จะเริ่มจากบ้านแม่ขนิลเหนือ ไปยังอุทยานแห่งชาติออบขาน ลัดเลาะป่า เลียบเขา ลำธาร ทุ่งนา ผ่านปางช้าง และตลอดเส้นทางจะผ่านแม่น้ำสายเล็ก ๆ นับร้อยสาย เป็นเส้นทางอันซีนของเชียงใหม่ และของประเทศไทย ที่สวยงามและอุดมสมบูรณ์ที่สุด ขณะเดียวกันจะต่อยอดให้ชาวบ้านนำสินค้าโอท็อป 5 ดาว คือ ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากอะโวคาโด มาจำหน่ายให้นักท่องเที่ยว อาทิ แชมพูอะโวคาโด ไอศกรีมอโวคาโด ซึ่งจะรวมอยู่ในแพ็กเกจ ATV
ณัฐวัฒน์บอกว่า ลงทุน 1.5 ล้านบาท เฉพาะต้นทุนรถ ATV 15 คัน เพิ่งเปิดบริการได้เพียง 6 เดือน มีพนักงาน 5 คน ซึ่งเป็นคนในชุมชนบ้านแม่ขนิลเหนือ สำหรับเส้นทาง ATV แม่น้ำร้อยสาย ถือเป็นเส้นทางอนุรักษ์ เป็นพื้นที่สร้างความสุขให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวต่างชาติ และคนไทยได้มาเรียนรู้ธรรมชาติ เป็น Wellness Tourism ที่ต้องมาสัมผัสสักครั้งในชีวิต
“Wellness Hill 1269” กำลังถูกพลิกโฉมสู่ “Wellness Tourism” อย่างเต็มรูปแบบ เน้นย้ำความยั่งยืน หรือ Sustainability เป็นแกนหลัก ด้วยเพราะการท่องเที่ยวที่ผูกโยงกับสุขภาพในรูปแบบ “Wellness Tourism” ไม่ใช่เทรนด์ แต่คือความยั่งยืน จึงเป็น Route ที่นักท่องเที่ยวสายสุขภาพไม่ควรพลาด ที่จะต้องปักหมุด