Skip to content

กรมพระศรีสวางควัฒนฯ ทรงเปิดศูนย์วิจัยชีววัตถุ เสริมความมั่นคงด้านยาไทย

06 ส.ค. 2568 | 11:43น.
กรมพระศรีสวางควัฒนฯ ทรงเปิดศูนย์วิจัยชีววัตถุ เสริมความมั่นคงด้านยาไทย

ด้วยพระปรีชาสามารถและพระวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลต่อปัญหาด้านสุขภาพ ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี องค์ประธานสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ ทรงเล็งเห็นถึงความจำเป็นเร่งด่วนที่ประเทศไทยจะต้องสร้างขีดความสามารถในการพัฒนายา เพื่อรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินด้านสาธารณสุข ไม่ว่าจะเป็นการระบาดของโรค วิกฤตการขาดแคลนยา โดยมีเป้าหมายให้ประชาชนมีโอกาสเข้าถึงยารักษาที่ดี ราคาเหมาะสม จึงทรงริเริ่มวางรากฐานการผลิตยาชีววัตถุที่ได้มาตรฐาน คู่ไปกับการพัฒนาบุคลากรขั้นสูง ภายใต้ศูนย์วิจัยและพัฒนาชีววัตถุ สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ (Center for Biologics Research and Development : CBRD) ซึ่งมีความพร้อมทั้งโครงสร้างพื้นฐาน เทคโนโลยี และระบบการดำเนินงานที่รองรับกระบวนการพัฒนายาชีววัตถุได้ครบวงจร

การนี้ ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี องค์ประธานสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ เสด็จไปทรงเปิดอาคารศูนย์วิจัยและพัฒนาชีววัตถุ ของสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ โดยมีคณะผู้บริหารของกระทรวงสาธารณสุขและสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ เฝ้ารับเสด็จ

โอกาสนี้ พระราชทานพระวโรกาสให้ รศ.ดร.สุพรรณา เตชะสกุล รองประธานสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ ฝ่ายกิจกรรมในพระองค์ เข้าเฝ้าถวายสูจิบัตร และ ศ.เกียรติคุณ ดร.คุณหญิงมธุรส รุจิรวัฒน์ รองประธานสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ ฝ่ายวิจัยและวิชาการ กราบทูลรายงานวัตถุประสงค์ นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กราบทูลรายงานความร่วมมือระหว่างกระทรวงสาธารณสุขกับสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ และการขึ้นทะเบียนยาของสถาบัน

ต่อมา พระราชทานพระวโรกาสให้ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.กระทรวงสาธารณสุข เข้าเฝ้าถวายใบทะเบียนยาของสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ และราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ จากนั้น เสด็จไปทรงกดปุ่มไฟฟ้าเปิดแพรคลุมป้ายชื่อ “อาคารศูนย์วิจัยและพัฒนาชีววัตถุ สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์” แล้วเสด็จไปทอดพระเนตรวีดิทัศน์ และนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ

ศูนย์วิจัยสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ จัดสร้างขึ้นโดยมีพันธกิจในการวิจัย พัฒนาและผลิตยาชีววัตถุได้อย่างครบวงจร ตั้งแต่ระดับห้องปฏิบัติการจนถึงระดับกึ่งอุตสาหกรรมที่รองรับศักยภาพการวิจัยและพัฒนายาชีววัตถุที่จำเป็น ตั้งแต่กระบวนการผลิตต้นน้ำถึงปลายน้ำด้วยเทคโนโลยีทันสมัย พร้อมพัฒนาสู่การใช้ได้จริง เพื่อพัฒนาองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ผ่านเครือข่ายมหาวิทยาลัยและอุตสาหกรรมยาชีววัตถุทั้งในและต่างประเทศ

ศูนย์วิจัยและพัฒนาชีววัตถุ มีพื้นที่ 6-0-9.86 ไร่ บริเวณสี่แยกหลักสี่ เป็นอาคารสูง 3 ชั้น มีพื้นที่ใช้สอย 7,245 ตารางเมตร ประกอบด้วย สำนักงาน ห้องปฏิบัติการผลิตชีววัตถุ ห้องปฏิบัติการควบคุมคุณภาพ ห้องเก็บวัสดุที่มีมาตรฐานความสะอาดและปลอดภัยสูง เพื่อรองรับการผลิตตัวยาสำคัญของยาชีววัตถุ อาคารถูกออกแบบให้รองรับการขยายสู่กระบวนการบรรจุในอนาคต อาคารเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เลือกใช้พลังงานสะอาดจากแสงอาทิตย์และผ่านการตรวจรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ให้เป็นสถานที่ผลิตยาแผนปัจจุบันตามมาตรฐาน GMP (Good Manufacturing Practice) เป็นการยกระดับมาตรฐานการผลิตยาให้ทัดเทียมสากล

ทั้งนี้ ด้วยสายพระเนตรอันยาวไกล และแรงบันดาลพระทัยที่ทรงยึดมั่นตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในการนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาใช้ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ซึ่งนับตั้งแต่การก่อตั้งสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ จึงทรงอุทิศพระองค์เพื่อศึกษาวิจัยด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านการศึกษาวิจัยจากผลิตภัณฑ์ธรรมชาติและพืชสมุนไพรไทย ยาเคมี ต่อยอดสู่การพัฒนายาชีววัตถุ ถือเป็นความหวังใหม่ของการรักษาโรคร้ายแรงและโรคอุบัติใหม่ในปัจจุบันและอนาคต

พร้อมกับทรงวางรากฐาน “ระบบนิเวศแห่งการพัฒนายาชีววัตถุ” อย่างครอบคลุม และพัฒนายาชีววัตถุคล้ายคลึง Monoclonol Antibody Trastuzumab ซึ่งใช้รักษามะเร็งหลายชนิด โดยเฉพาะมะเร็งเต้านม ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนจาก อย. ชื่อพระราชทาน HERDARA ปีนี้ นับเป็นยา Monoclonol Antibody ตัวแรกของไทย ที่วิจัยและพัฒนาโดยนักวิจัยไทย เพื่อคนไทย

แท็กที่เกี่ยวข้อง

รพ.จุฬาภรณ์ สาธารณสุข