หลังจากการบินไทยมีแผนจัดซื้อเครื่องบินใหม่ 80 ลำ กลายเป็นกระแสในแวดวงธุรกิจการบิน โดยเฉพาะการเลือกซื้อเครื่องบินจาก Boeing จำนวน 45 ลำในระยะแรก และอีก 35 ลำในระยะถัดไป
หลายคนจึงตั้งคำถามว่า ระหว่าง Boeing และ Airbus เมื่อเทียบกันชัด ๆ แล้ว ใครเหนือกว่ากัน ในยุคที่การเลือกเครื่องบินจากผู้ผลิตรายใดก็ตาม ไม่ใช่เพียงเรื่องของต้นทุน แต่เป็นการวางหมากสำคัญในอนาคตขององค์กร
วันนี้จึงอยากชวนมาส่อง 6 ความแตกต่างระหว่าง Boeing และ Airbus ในแต่ละด้าน
ระบบควบคุมการบิน (Flight Control)
หนึ่งในความแตกต่างที่เห็นได้ชัดที่สุดคือ ระบบควบคุมเครื่องบินภายในห้องนักบิน Airbus เลือกใช้ sidestick หรือคันบังคับข้างที่ทันสมัย ช่วยลดพื้นที่ในห้องนักบินและให้การควบคุมที่เป็นดิจิทัลเต็มรูปแบบ (fly-by-wire) ในขณะที่ Boeing ยังคงใช้ yoke หรือคันบังคับแบบดั้งเดิมที่อยู่ด้านหน้าของนักบิน ให้สัมผัสแบบ “รู้สึกถึงเครื่องบิน” มากขึ้น เหมาะกับนักบินที่ชื่นชอบความแม่นยำแบบคลาสสิก
เทคโนโลยี Fly-by-Wire และระบบอัตโนมัติ
Airbus เป็นผู้นำด้านระบบ fly-by-wire ที่ควบคุมด้วยคอมพิวเตอร์เต็มรูปแบบ โดยเครื่องบินจะมีการป้องกันการบินเกินขีดจำกัด (flight envelope protection) เช่น การหักหลบจนเครื่องเสียการทรงตัว ในขณะที่ Boeing แม้จะนำ fly-by-wire มาใช้ในบางรุ่น เช่น 787 Dreamliner แต่ยังคงรักษาสมดุลระหว่างเทคโนโลยีและการควบคุมด้วยมือ ซึ่งให้ความยืดหยุ่นกับนักบินมากกว่าในบางสถานการณ์
การออกแบบห้องนักบินและมาตรฐาน (Cockpit Design)
Airbus ให้ความสำคัญกับความเป็นมาตรฐาน (cockpit commonality) ระหว่างรุ่นต่าง ๆ อย่างสูง นักบินที่เคยขับ A320 สามารถฝึกอีกเพียงเล็กน้อยเพื่อเปลี่ยนไปขับ A330 หรือ A350 ได้ ซึ่งช่วยลดต้นทุนการฝึกอบรม ส่วน Boeing แม้จะมีความคล้ายกันระหว่างบางรุ่น แต่เครื่องบินแต่ละลำมักมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวมากกว่า จึงต้องการการฝึกเพิ่มเติมเมื่อต้องย้ายรุ่น
ลักษณะภายนอก (Exterior Differences)
เครื่องบินของทั้งสองค่ายมีเอกลักษณ์ที่สามารถสังเกตได้จากภายนอก เช่น
จมูกเครื่อง : Airbus มักมีจมูกมนและกระจกหน้าที่โค้งเว้า ในขณะที่ Boeing มีจมูกแหลมและกระจกทรงเหลี่ยม
ตำแหน่งเครื่องยนต์ : Boeing มักติดเครื่องยนต์ใกล้พื้นมากกว่า โดยเฉพาะในรุ่น 737 ทำให้ cowling (ฝาครอบเครื่อง) มีลักษณะด้านล่างแบน ในขณะที่ Airbus วางเครื่องยนต์สูงขึ้น ทำให้มี clearance ระหว่างพื้นมากกว่า
ไฟสัญญาณ : Airbus มักมีไฟสโตรบกะพริบสองครั้ง (double flash) ขณะที่ Boeing ใช้แบบกะพริบครั้งเดียว
ปรัชญาการผลิตและแนวคิดการใช้วัสดุ
Airbus เน้นนวัตกรรมใหม่ ๆ เช่น การใช้วัสดุ คาร์บอนไฟเบอร์ ในเครื่องบินรุ่นใหม่อย่าง A350 และ A220 เพื่อลดน้ำหนักและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิง
Boeing ก็มีความล้ำสมัยเช่นกัน โดยเฉพาะในรุ่น 787 Dreamliner ที่ใช้ composite materials เป็นหลัก แต่ยังคงความยืดหยุ่นในด้านการออกแบบเพื่อการซ่อมบำรุงและต้นทุนการผลิต
ระบบเตือนภัยและการจัดการปัญหา (Alert Systems)
Airbus ใช้ระบบที่เรียกว่า ECAM (Electronic Centralized Aircraft Monitoring) ซึ่งจะแสดง checklist ให้อัตโนมัติเมื่อตรวจพบปัญหา
Boeing ใช้ EICAS (Engine Indicating and Crew Alerting System) ซึ่งแจ้งเตือนสถานะเครื่องยนต์และระบบต่าง ๆ โดยให้นักบินตัดสินใจและปฏิบัติตาม checklist เอง
ทั้งนี้ นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานกรรมการ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า สำหรับแผนการจัดหาเครื่องบินของการบินไทยไม่เกี่ยวข้องกับภาษีนำเข้าของสหรัฐอเมริกา ซึ่งได้มีการตกลงราคาซื้อขายไว้เรียบร้อยแล้ว โดยเป็นเครื่องบินแบบโบอิ้ง 80 ลำ ซึ่งอาจจะเป็นเครื่องบินแบบโบอิ้ง แต่ในปีนี้ยังไม่สามารถรับมอบเครื่องบินได้ เนื่องจากผลิตไม่ทัน คาดว่าน่าจะเป็นช่วงต้นปี 2571 จากเดิมที่คาดว่าจะเป็นกลางปี 2570
อ้างอิงข้อมูลจาก : https://epicflightacademy.com/boeing-vs-airbus/