เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
SJWD ผนึกกรุงไทยเปิดจองหุ้นกู้ดิจิทัล SJWD ชูดอกเบี้ย 2.95-3.20%
Finance SJWD ผนึกกรุงไทยเปิดจองหุ้นกู้ดิจิทัล SJWD ชูดอกเบี้ย 2.95-3.20%
ก.พลังงาน เปิด 4 เกณฑ์คุมไฟ Data Center แยกอัตราเฉพาะ
Politics ก.พลังงาน เปิด 4 เกณฑ์คุมไฟ Data Center แยกอัตราเฉพาะ
การตลาดอินฟลู 2026 TikTok ครองแชมป์แพลตฟอร์มยอดนิยม LGBTQ+ ขึ้นแท่นกลุ่มอิทธิพลสูง
Tech การตลาดอินฟลู 2026 TikTok ครองแชมป์แพลตฟอร์มยอดนิยม LGBTQ+ ขึ้นแท่นกลุ่มอิทธิพลสูง
หุ้นไทยเข้าโซนระวัง! 58% หลุดเส้นสำคัญ โบรกฯแนะเก็บ 6 หุ้นแกร่งสวนตลาด
Finance หุ้นไทยเข้าโซนระวัง! 58% หลุดเส้นสำคัญ โบรกฯแนะเก็บ 6 หุ้นแกร่งสวนตลาด
ทำไมประเทศไทย ขึ้นแท่นฮับดาต้าเซ็นเตอร์แห่งใหม่ ในเอเชียแปซิฟิก
Economic ทำไมประเทศไทย ขึ้นแท่นฮับดาต้าเซ็นเตอร์แห่งใหม่ ในเอเชียแปซิฟิก
ราคาทองวันนี้ (4 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 600 บาท รูปพรรณขายออก 70,550 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (4 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 600 บาท รูปพรรณขายออก 70,550 บาท
รัฐบาลผุดรายการ ‘คุยกับ ครม.อนุทิน’ จัดคิวให้รัฐมนตรีแจงมุมคิด-นโยบายตรง
Politics รัฐบาลผุดรายการ ‘คุยกับ ครม.อนุทิน’ จัดคิวให้รัฐมนตรีแจงมุมคิด-นโยบายตรง
อนุทิน ชี้ ‘เอกนิติ-ศุภจี’ ทำงานได้อยู่ ยังไม่ตั้ง ‘รัฐมนตรีช่วย’ คลัง-พาณิชย์
Finance อนุทิน ชี้ ‘เอกนิติ-ศุภจี’ ทำงานได้อยู่ ยังไม่ตั้ง ‘รัฐมนตรีช่วย’ คลัง-พาณิชย์
นายกฯ สั่งคุมเข้ม Data Center ยันไม่กระทบความมั่นใจนักลงทุน
Politics นายกฯ สั่งคุมเข้ม Data Center ยันไม่กระทบความมั่นใจนักลงทุน
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (4 ก.ย. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (4 ก.ย. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
ดูทั้งหมด

ปลุกกระแสตื่นตัวรับ CBAM ส่งออก 3 แสนล้านเร่งปรับตัวรับกฎเข้ม

15 ส.ค. 2568 | 10:32น.
CBAM

ความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศส่งผลกระทบอย่างหนักต่อภาคอุตสาหกรรมไทย โดยปัจจุบันประเทศไทยมีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกปีละราว 350 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า และมากกว่า 75% มาจากภาคพลังงานและอุตสาหกรรม แม้สัดส่วนนี้คิดเป็นไม่ถึง 1% ของปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั่วโลก

แต่แรงกดดันจากมาตรการสิ่งแวดล้อมระหว่างประเทศ โดยเฉพาะมาตรการปรับราคาคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดนของสหภาพยุโรป (EU-CBAM) ที่เริ่มบังคับใช้แล้ว กับสินค้านำเข้า 6 กลุ่มแรก ได้แก่ เหล็กและเหล็กกล้า อะลูมิเนียม ปุ๋ย ซีเมนต์ ไฮโดรเจน และไฟฟ้า และจะขยายครอบคลุมสินค้าอื่นในอนาคต กำลังเป็นอุปสรรคสำคัญที่บีบให้ผู้ประกอบการไทย

รวมถึงภาครัฐต้องเร่งยกระดับมาตรฐานสิ่งแวดล้อม หากยังหวังที่จะรักษาความสามารถในการแข่งขันและยืนหยัดในตลาดโลกที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืน

สินเชื่อเปลี่ยนผ่าน 5 พันล้าน

นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ส.อ.ท.ร่วมมือกับสมาคมธนาคารไทย สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านของประเทศไทยสู่อุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการจัดตั้งกลไกสินเชื่อเพื่อการเปลี่ยนผ่าน (Transition Finance) เฟสแรกกว่า 5,000 ล้านบาท เพื่อเสริมสร้างศักยภาพให้ผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะกลุ่ม SMEs ในห่วงโซ่การส่งออก 47 กลุ่มอุตสาหกรรม ให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนสีเขียวได้ง่ายขึ้น

รวมถึงเพื่อการลงทุนในเทคโนโลยีสะอาดและระบบการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม นอกจากจะช่วยลดต้นทุนระยะยาว ยังเป็นการยกระดับศักยภาพการแข่งขันของอุตสาหกรรมไทยในตลาดโลก ที่ให้ความสำคัญกับมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนมากขึ้น

อย่างไรก็ดี ภาคอุตสาหกรรมซึ่งเป็นหนึ่งในภาคส่วนหลักที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูง จะได้รับการสนับสนุนใน 2 มิติหลักจากสินเชื่อดังกล่าว คือ 1) การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Mitigation) ผ่านการส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด การปรับเปลี่ยนเครื่องจักรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การลงทุนในพลังงานหมุนเวียน และการใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและลดของเสีย 2) การปรับตัวเพื่อรับมือ (Adaptation) เช่น การออกแบบระบบการผลิตและโลจิสติกส์ให้มีความยืดหยุ่นและทนทานต่อภัยพิบัติ การจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืน และการพัฒนาโครงการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม เช่น การปลูกต้นไม้และกิจกรรมคาร์บอนเครดิต

สินเชื่อเพื่อการเปลี่ยนผ่านภายใต้ความร่วมมือดังกล่าว จะไม่ใช่เพียงแค่แหล่งเงินทุนทั่วไป แต่ยังครอบคลุมถึงการให้คำปรึกษา การประเมินความเหมาะสมของโครงการ ตลอดจนการเชื่อมโยงกับกลไกตลาดคาร์บอนเครดิตและมาตรฐานสากล เพื่อสร้างความโปร่งใสและประสิทธิภาพสูงสุดในการใช้เงินทุน

“ถ้าเราจะไม่คิดที่จะทำสินค้าส่งออกไปขายต่างประเทศ อยู่เฉย ๆ ก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าเราต้องขายต่างประเทศ เราต้องปรับตัว ไม่อย่างนั้นเราจะขายของไม่ได้ วิกฤตที่เรากำลังเผชิญ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาชายแดน หรือการเจรจาภาษีกับทรัมป์ มันคือความร่วมมือที่นำไปสู่การทำงานจริงกับทางภาครัฐ” นายเกรียงไกรกล่าว

กระทบส่งออก 3 แสนล้าน

นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานสถาบันการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า แม้จะมีพระราชบัญญัติด้านสิ่งแวดล้อมเกิดที่เกิดขึ้นมากมาย แต่ขณะเดียวกัน เรากำลังเผชิญแรงกดดันจากมาตรการสิ่งแวดล้อมระหว่างประเทศ โดยเฉพาะมาตรการ EU-CBAM ซึ่งกระทบการส่งออกสินค้ามูลค่ากว่า 3 แสนล้านบาทต่อปี แม้สถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์จะทำให้บางอย่างล่าช้า แต่สุดท้ายมาตรการเหล่านี้จะถูกบังคับใช้อย่างเต็มรูปแบบ

ดังนั้น การเตรียมความพร้อมล่วงหน้าจึงจำเป็น เพราะการเปลี่ยนผ่านต้องใช้เวลา หลายประเทศได้พัฒนากลไกสนับสนุนสินเชื่อเพื่อการเปลี่ยนผ่านที่ตอบโจทย์บริบทของตน เช่น ญี่ปุ่น มีแนวทาง Basic Guidelines on Climate Transition Finance สำหรับอุตสาหกรรมที่ยังใช้พลังงานดั้งเดิม แต่มีแผนลดคาร์บอนในระยะยาว สหภาพยุโรป มี EU Green Taxonomy ควบคู่ Just Transition Mechanism และสิงคโปร์ มี Green and Sustainability-Linked Loan Grant Scheme เพื่อเร่งการเข้าถึงสินเชื่อของภาคธุรกิจ โดยเฉพาะ SMEs

สำหรับประเทศไทย ความท้าทายสำคัญ คือ การขาดข้อมูลและการสนับสนุนทางเทคนิคที่เป็นระบบ ส่วนหนึ่งของภารกิจของสถาบัน คือ การสนับสนุนผู้ประกอบการ โดยเฉพาะ SMEs ให้เข้าถึงข้อมูลที่ถูกต้อง พัฒนาบัญชีคาร์บอน และปรับกระบวนการผลิตให้สอดคล้องกับเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero)

วันนี้เราทำหน้าที่เป็นกลไกกลางในการเชื่อมโยงภาคอุตสาหกรรมกับภาคการเงิน จัดหาสินเชื่อเพื่อการเปลี่ยนผ่าน และร่วมสนับสนุนการให้ข้อมูล บริการให้คำปรึกษา เพื่อขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมไทยสู่ความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม โดยความร่วมมือนี้นับเป็นต้นแบบของการบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาคการเงินและภาคอุตสาหกรรม เพื่อเดินหน้าประเทศไทยสู่เป้าหมายการเป็นเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำที่มีความมั่นคงและแข่งขันได้ในระดับสากล

“เราเริ่มเข้าไปประเมิน SMEs เพื่อเก็บข้อมูลพื้นฐาน เพื่อให้รู้ว่าผ่านไป 2-3 ปี เขาลดไปได้เท่าไหร่ เช่น การเปลี่ยน Boiler มันมีต้นทุน เขาก็มาขอได้ แต่ต้องเป็นสมาชิกของ ส.อ.ท. เงื่อนไขที่กำหนด เราอยากให้อุตสาหกรรมอย่างโรงกลั่นทำ เราอยากเน้นที่ SMEs ที่ส่งออก เพราะเขาต้องโดนแน่ 3 ปีนับจากนี้” นายชัยวัฒน์กล่าว

แพลตฟอร์มคำนวณคาร์บอน

นายณกรณ์ ตรรกวิรพัท ผู้อำนวยการองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (อบก.) เปิดเผยว่า อบก.อยู่ระหว่างติดตามและเตรียมความพร้อมรับมาตรการ EU-CBAM อย่างใกล้ชิด ทั้งการศึกษารูปแบบและกฎเกณฑ์การรายงาน เพื่อให้ไทยสามารถปฏิบัติตามข้อกำหนดได้ทันเมื่อมีผลบังคับใช้เต็มรูปแบบ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้มาตรการทางคาร์บอนยังเป็นเพียงมาตรการสนับสนุน แต่มาตรการทางภาษีส่งผลให้ต้นทุนของผู้ประกอบการพุ่งสูงขึ้น ดังนั้น การมีมาตรการคาร์บอนเข้ามาจะเป็นตัวช่วยเพิ่มรายได้และลดต้นทุน รวมถึงสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับผู้ประกอบการ จึงเป็นสิ่งที่เราพยายามต้องผลักดันให้เกิดขึ้น

ทั้งนี้ เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมให้กับผู้ประกอบการไทยให้สามารถดำเนินงานได้สอดคล้องกับมาตรการ CBAM โดยเฉพาะการรายงานข้อมูลปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของสินค้า (Embedded Emissions) โดยจะคิดจากปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของสินค้า ทั้งทางตรงกับทางอ้อมจากกระบวนการผลิตของสินค้า

ดังนั้น อบก.จึงได้พัฒนาดิจิทัลแพลตฟอร์ม “CBAM-CFP Platform” ขึ้น สำหรับใช้เป็นระบบคำนวณปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของสินค้า จะช่วยให้ผู้ประกอบการเตรียมพร้อมข้อมูล และมีความเข้าใจในการรายงานค่าดังกล่าวไปยังสหภาพยุโรป โดยแพลตฟอร์มได้รับการออกแบบให้การใช้งานได้ง่าย มีความถูกต้องเป็นไปตามข้อกำหนดของ CBAM โดยจะมีการเปิดใช้งานปลายปี 2568 นี้

“มาตรการคาร์บอนมีผลดี คือ ไม่ใช่มาตรการกีดกันทางการค้า ดังนั้นทุกประเทศทั่วโลกให้การยอมรับ โดยไม่มีอุปสรรคทางด้านภูมิรัฐศาสตร์เข้ามาเกี่ยวข้อง ทุกประเทศเลยหันมาปรับตัว ลดก๊าซเรือนกระจกและเปลี่ยนผ่านไปสู่ยุคคาร์บอนต่ำ”