เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
รัฐบาล-กทม. ผนึกพลังพัฒนาคุณภาพชีวิตคนกรุง ดันตั๋วร่วม 17-45 บาท เพิ่มพื้นที่สาธารณะ แก้ท่วม รถติด
Economic รัฐบาล-กทม. ผนึกพลังพัฒนาคุณภาพชีวิตคนกรุง ดันตั๋วร่วม 17-45 บาท เพิ่มพื้นที่สาธารณะ แก้ท่วม รถติด
อนุทิน ถก ‘รมว.กต.สิงคโปร์’ หนุนโครงข่ายไฟฟ้าภูมิภาค-ลงทุนอาเซียน
Politics อนุทิน ถก ‘รมว.กต.สิงคโปร์’ หนุนโครงข่ายไฟฟ้าภูมิภาค-ลงทุนอาเซียน
เอกนิติ เผยเสนอเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐเข้า ครม. พรุ่งนี้ (14 ก.ค.)
Finance เอกนิติ เผยเสนอเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐเข้า ครม. พรุ่งนี้ (14 ก.ค.)
‘เนอส ภัทราภรณ์’ ฉลุยได้ 39 เสียง นั่งประธานสภา กทม.
Politics ‘เนอส ภัทราภรณ์’ ฉลุยได้ 39 เสียง นั่งประธานสภา กทม.
คุยกับเศรษฐา : การทูตที่พูดด้วยวัฒนธรรม
คุยกับเศรษฐา คุยกับเศรษฐา : การทูตที่พูดด้วยวัฒนธรรม
ราคาทองวันนี้ (13 ก.ค. 69) ร่วงลง 750 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,050 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (13 ก.ค. 69) ร่วงลง 750 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,050 บาท
ลุ้นค่าไฟรอบใหม่ 3.95 บาทเหมือนเดิม กกพ. ใช้เงิน Claw back 1.6 หมื่นล้านช่วย
Economic ลุ้นค่าไฟรอบใหม่ 3.95 บาทเหมือนเดิม กกพ. ใช้เงิน Claw back 1.6 หมื่นล้านช่วย
IPAD CPD เสริมศักยภาพนักบัญชีกว่า 400 คน มาตรฐาน – ภาษี – จรรยาบรรณ
Uncategorized IPAD CPD เสริมศักยภาพนักบัญชีกว่า 400 คน มาตรฐาน – ภาษี – จรรยาบรรณ
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (13 ก.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (13 ก.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
ภาวุธ มั่นใจไม่ผิด ‘คดี Forex’ – การเมืองอย่าแทรกแซง
Politics ภาวุธ มั่นใจไม่ผิด ‘คดี Forex’ – การเมืองอย่าแทรกแซง
ดูทั้งหมด

ดอลลาร์อ่อนค่า หลัง CPI ออกมาตามคาด หนุนเฟดลดดอกเบี้ย 3 ครั้งในปีนี้

13 ส.ค. 2568 | 18:20น.
dollar

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่า หลัง CPI ออกมาตามคาด หนุนเฟดลดดอกเบี้ย 3 ครั้งในปีนี้ ขณะที่นักลงทุนเพิ่มน้ำหนักการคาดการณ์ที่เฟดจะปรับลดดอกเบี้ยในการประชุมเดือนหน้านี้

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันพุธที่ 13 สิงหาคม 2568 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (13/8) ที่ระดับ 32.38/40 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ เคลื่อนไหวในกรอบแคบจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (8/8) ที่ระดับ 32.32/33 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ เมื่อวานนี้ (12/8)

สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ หลังสหรัฐเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือน ก.ค.ที่สอดคล้องกับการคาดการณ์ ซึ่งทำให้นักลงทุนเพิ่มน้ำหนักต่อการคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนหน้า

โดยกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้บริโภค ประจำเดือน ก.ค. เมื่อวานนี้ (12/8) สะท้อนว่าต้นทุนสินค้าที่สูงขึ้นจากภาษีนำเข้าได้ผลักดันให้เงินเฟ้อพื้นฐานขยายตัวแข็งแกร่ง โดยดัชนี CPI ทั่วไป (Headline CPI) ซึ่งรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 2.7% ในเดือน ก.ค.เมื่อเทียบรายปี ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดบ 28% เล็กน้อย และทรงตัวจากระดับ 2.7% ในเดือน ม.ย. และเมื่อเทียบรายเดือนดัชนี CPI ทั่วไป ปรับตัวขึ้น 0.2% ในเดือน ก.ค. สอดคล้องกับตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ จากระดับ 0.3% ในเดือน มิ.ย.

ส่วนดัชนี CPI พื้นฐาน (Core CPI) ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 3.1% ในเดือน ก.ค. เมื่อเทียบรายปี เร่งตัวขึ้นจากระดับ 2.9% ในเดือน มิ.ย. และเมื่อเทียบรายเดือน ดัชนี CPI พื้นฐาน ปรับตัวขึ้น 0.3% ในเดือน ก.ค. ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่เดือน ม.ค. และสูงกว่าระดับ 0.2% ในเดือน มิ.ย.

นอกจากนี้ เจพีมอร์แกน (J.P.Morgan) คาดการณ์ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25% ในการประชุมนโยบายเดือน ก.ย. หลังจากพบสัญญาณความอ่อนแอในตลาดแรงงาน และความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นจากการที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เสนอชื่อกรรมการเฟดคนใหม่

อีกทั้งยังระบุว่า ความเสี่ยงทางเศรษฐกิจในปัจจุบันทำให้เฟดอาจต้องเร่งลดดอกเบี้ยลง โดยคาดว่าจะลดลง 3 ครั้ง ครั้งละ 0.25% ก่อนเฟดยุติวงจรการผ่อนคลายนโยบาย และสถานการณ์ซับซ้อนขึ้นอีกเมื่อประธานาธิบดีทรัมป์เสนอชื่อ สตีเฟน มิแรน ซึ่งเป็นที่ปรึกษาทางเศรษฐกิจของทำเนียบขาว ให้เข้ารับตำแหน่งกรรมการเฟดชั่วคราว แทนที่เอเดรียนา คูเกลอร์ ซึ่งลาออกจากตำแหน่งเมื่อไม่นานมานี้

การเสนอชื่อนี้เกิดขึ้นท่ามกลางแรงกดดันจากทรัมป์ที่เรียกร้องมานานให้เฟดลดดอกเบี้ย ขณะที่ทรัมป์และพาวเวลล์มีจุดยืนที่ขัดแย้งกันในเรื่องนโยบายการเงินที่เข้มงวด

ทั้งนี้ แม้ยังไม่แน่นอนว่า มิแรนจะได้รับการยืนยันตำแหน่งทันเวลาก่อนการประชุมเฟดในวันที่ 16-17 ก.ย.หรือไม่ แต่หากเขาได้รับการแต่งตั้ง อาจเพิ่มความขัดแย้งภายในคณะกรรมการกำหนดนโยบาย โดยหากมิแรนร่วมลงมติ อาจมีกรรมการ 3 คนที่ลงคะแนนเสียงค้านกับมติหลักของที่ประชุม ซึ่งถือเป็นจำนวนที่สูง

นอกจากนี้ มิเชล โบว์แมน รองประธานฝ่ายกำกับดูแลของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ให้ความเห็นเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (9/8) ว่า ตัวเลขการจ้างงานของสหรัฐที่ออกมาซบเซายิ่งตอกย้ำให้เห็นว่าการลดอัตราดอกเบี้ย 3 ครั้งในปีนี้เป็นแนวทางที่เหมาะสม ขณะที่สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐกล่าวเมื่อวานนี้ (12/8) ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ควรปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.50% ในการประชุมครั้งถัดไปในเดือน ก.ย. พร้อมระบว่า เฟดควรลดดอกเบี้ยไปตั้งแต่เดือน มิ.ย.แล้ว

สำหรับปัจจัยภายในประเทศ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติเป็นเอกฉันท์ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% ต่อปี จาก 1.75% เป็น 1.50% ต่อปี โดยให้มีผลทันที ซึ่งเป็นการปรับลดดอกเบี้ยเป็นครั้งที่ 3 หลังจากปรับลดดอกเบี้ยในรอบการประชุมเดือน ก.พ. และ เม.ย. 68 ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 32.27-32.41 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ 32.27/28 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร เปิดตลาดเช้าวันนี้ (13/7) ที่ระดับ 1.1679/80 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (8/8) ที่ระดับ 1.1644/46 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร โดยศูนย์วิจัยเศรษฐกิจยุโรป (ZEW) เปิดเผยเมื่อวานนี้ (12/8) ว่า ดัชนีความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจของเยอรมนีร่วงลงสู่ระดับ 34.7 ในเดือน ส.ค. จากระดับ 52.7 ในเดือน ก.ค. และต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 39.8

โดยดัชนีความเชื่อมั่นได้รับแรงกดดันจากความผิดหวังต่อข้อตกลงการค้าระหว่างสหภาพยุโรป (EU) กับสหรัฐ รวมถึงผลการดำเนินงานทางเศรษฐกิจที่ซบเซาของเยอรมนีในไตรมาสที่ 2 นอกจากนี้ การปรับตัวลงของดัชนียังมีสาเหตุจากเศรษฐกิจเยอรมนีที่หดตัวลง 0.1% ในไตรมาสที่ 2 หลังจากการเร่งซื้อสินค้าไปก่อนหน้าเพื่อรับมือมาตรการภาษี ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.1667-1.1720 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.1717/18 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (13/8) ที่ระดับ 147.97/148.01 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ทรงตัวจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (8/8) ที่ระดับ 147.67/68 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ เมื่อวันศุกร์ (8/8) ที่ผ่านมา มีรายงานสรุปความคิดเห็นจากที่ประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ระบุว่า ธนาคารญี่ปุ่น (BOJ) อาจยุติท่าทีแบบ “รอดูสถานการณ์” (Wait-and-see) ได้ภายในสิ้นปีนี้ หากเศรษฐกิจสหรัฐสามารถรับมือกับแรงกดดันจากมาตรการขึ้นภาษีได้ดีกว่าที่ประเมินไว้ ซึ่งจะช่วยลดผลกระทบต่อการเติบโตของญี่ปุ่น

นอกจากนี้ ถ้อยแถลงของกรรมการรายหนึ่งในการประชุมชี้ว่า BOJ อาจพิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า เพื่อทยอยปรับนโยบายการเงินกลับเข้าสู่ภาวะปกติ และต่อสู้กับแรงกดดันด้านเงินเฟ้อที่บั่นทอนความเชื่อมั่นของผู้บริโภค นอกจากนี้ ดัชนีราคาผู้ผลิต (CGPI) ของญี่ปุ่นซึ่งเป็นเครื่องชี้วัดระดับราคาสินค้าและบริการที่ผู้ประกอบการเรียกเก็บระหว่างกัน ชะลอตัวลงเป็นเดือนที่ 4 ติดต่อกันในเดือน ก.ค. โดยขยับขึ้น 2.6% เมื่อเทียบรายปี ชะลอลงจากระดับ 2.9% ในเดือน มิ.ย. แต่สูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ 2.5% เล็กน้อย

ตัวเลขดังกล่าวตอกย้ำมุมมองของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ที่ว่าแรงกดดันด้านราคาจากต้นทุนวัตถุดิบจะค่อย ๆ ลดลง อย่างไรก็ตาม ราคาค้าส่งสินค้าในกลุ่มอาหารและสินค้าเกษตรยังคงปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งเป็นสัญญาณว่าแรงกดดันด้านราคากำลังขยายวงกว้าง และน่าจะทำให้ตลาดยังคงคาดหวังว่า BOJ อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อไป

โดยข้อมูลจาก BOJ ที่เผยแพร่วันนี้ (13/8) ชี้ว่า แม้ราคาสินค้ากลุ่มเคมีภัณฑ์และเหล็กกล้าจะปรับตัวลดลง แต่ราคาสินค้ากลุ่มอาหารและเครื่องดื่มกลับเพิ่มขึ้นถึง 4.2% ในเดือน ก.ค. เมื่อเทียบกับปีก่อน ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 147.16-148.16 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ 147.21/25 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับปัจจัยที่สำคัญในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดัชนีราคาผู้ผลิต (14/8), ตัวเลขจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ (14/8), ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 2/2568 ของยูโรโซน (14/8), และตัวเลขจีดีพีไตรมาส 2/2568 ของญี่ปุ่น (14/8), การผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือน ก.ค. (15/8), ผลสำรวจภาคการผลิตของเฟดสาขานิวยอร์ก (15/8), ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค (เบื้องต้น) เดือน ส.ค. (15/8)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -8.2/-7.9 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -6.8/-4.8 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ