เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
กทม. เดินหน้า Open Government “เปิดเผยเป็นหลัก ปกปิดเป็นข้อยกเว้น”
News กทม. เดินหน้า Open Government “เปิดเผยเป็นหลัก ปกปิดเป็นข้อยกเว้น”
ดัชนี Core CPI สหรัฐเดือนส.ค. ปรับเพิ่มเล็กน้อย
World ดัชนี Core CPI สหรัฐเดือนส.ค. ปรับเพิ่มเล็กน้อย
“ช้างม่อยโมเดล” ดึง Street Art ฟื้นฟูย่านเก่า ดันเศรษฐกิจชุมชนจากฐานราก
เศรษฐกิจภูมิภาค “ช้างม่อยโมเดล” ดึง Street Art ฟื้นฟูย่านเก่า ดันเศรษฐกิจชุมชนจากฐานราก
หอการค้าตราด ผนึกBCL–เพลินพัฒนา ยกระดับการศึกษา “Trat Model” สร้างคนรับเศรษฐกิจอนาคต
Biz Movement หอการค้าตราด ผนึกBCL–เพลินพัฒนา ยกระดับการศึกษา “Trat Model” สร้างคนรับเศรษฐกิจอนาคต
รัฐบาล เร่งจัดระเบียบใหม่ “ดาต้าเซ็นเตอร์” ต้องไม่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง
Politics รัฐบาล เร่งจัดระเบียบใหม่ “ดาต้าเซ็นเตอร์” ต้องไม่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง
ราชกิจจาฯ ประกาศแต่งตั้งนายทหาร 805 นาย มีผล 1 ต.ค. 2569
Politics ราชกิจจาฯ ประกาศแต่งตั้งนายทหาร 805 นาย มีผล 1 ต.ค. 2569
หุ้นไทยปิดสัปดาห์ดิ่งตามหุ้นนอก ต่างชาติเททิ้งกว่า 3,137 ล้าน ลุ้นตัวเลข CPI คืนนี้
Finance หุ้นไทยปิดสัปดาห์ดิ่งตามหุ้นนอก ต่างชาติเททิ้งกว่า 3,137 ล้าน ลุ้นตัวเลข CPI คืนนี้
สรรพากร ไขปม วัดดังอยุธยา อยู่ในระบบ e-Donation หรือไม่ ?
Finance สรรพากร ไขปม วัดดังอยุธยา อยู่ในระบบ e-Donation หรือไม่ ?
ก.ล.ต.เร่งปิดคดีตลาดทุน ไม่เกิน 2 ปี พร้อมลุยเพิ่มอำนาจคุม Short Sell
Finance ก.ล.ต.เร่งปิดคดีตลาดทุน ไม่เกิน 2 ปี พร้อมลุยเพิ่มอำนาจคุม Short Sell
ราคาทองวันนี้ (11 ก.ย. 69) ร่วงลง 500 บาท ทองรูปพรรณ 68,850 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (11 ก.ย. 69) ร่วงลง 500 บาท ทองรูปพรรณ 68,850 บาท
ดูทั้งหมด

“โรงเรียนอนาคต” โปรเจ็กต์ใหม่ของธรรมศาสตร์ สร้างผู้นำรุ่นใหม่รับมือความเปลี่ยนแปลง

06 ก.ค. 2561 | 20:14น.

โลกเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาอย่างไม่หยุดนิ่ง เปลี่ยนเร็วจนเราวิ่งตามไม่ทัน… บางอย่างที่เราเรียนรู้วันนี้ พรุ่งนี้ก็เป็นอดีตที่อาจจะใช้การไม่ได้

เพราะตระหนักว่าโลกดิจิตัลเปลี่ยนแรงและเร็ว สังคมโลกเชื่อมโยงกันผ่านเทคโนโลยี การพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองเปลี่ยนแปลงในรูปแบบที่คาดการณ์ยาก สังคมไทยจะก้าวต่อไปอย่างประสบความสำเร็จได้ต้องมีผู้นำรุ่นใหม่ที่พร้อมจัดการกับโลกแห่งความไม่แน่นอนในอนาคต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จึงร่วมกับ มูลนิธิฟรีดริค เอแบร์ท ประจำประเทศไทย, คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, ศูนย์วิจัยดิเรก ชัยนาม คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และ บริษัท ดิวันโอวัน เปอร์เซ็นต์ ผุดไอเดีย “โรงเรียนอนาคต” หรือ School of Tomorrow เพื่อสร้างผู้นำรุ่นใหม่ที่พร้อมด้วยความรู้และทักษะในการรับมือกับความเปลี่ยนแปลงของโลก โดยการเรียนรู้ในรูปแบบที่หลากหลาย แตกต่างจากการเรียนแบบเดิมที่เคยเรียน

โรงเรียนอนาคต คือการสร้างผู้นำการเปลี่ยนแปแลงรุ่นใหม่ มุ่งเน้นฝึกฝนทั้งความรู้ ทักษะ และคุณลักษณะให้เยาวชน เพื่อให้ทันการเปลี่ยนแปลงของโลก ร่วมสร้างอนาคตสังคมไทยให้ดีขึ้น กลุ่มเป้าหมายคือนักเรียนชั้น ม.6 และนักศึกษามหาวิทยาลัย จากหลากหลายสาขาวิชาที่มีความคิดและมีผลงานโดดเด่นมารวมกันเป็นกลุ่มเล็ก ๆ ประมาณ 32 คน มาใช้ชีวิตและเรียนรู้ร่วมกันเป็นเวลา 2 สัปดาห์ โดยมีวิทยากรระดับประเทศจากหลายวงการกว่า 50 คนมาร่วมแลกเปลี่ยนความรู้

รศ.เกศินี วิฑูรชาติ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พูดถึงโรงเรียนอนาคตว่า โรงเรียนอนาคตจะทำหน้าที่เสมือนแปลงต้นกล้าที่จะบ่มเพาะเมล็ดพันธุ์ผู้นำรุ่นใหม่ในตัวของเยาวชน ผ่านประสบการณ์เรียนรู้รูปแบบใหม่ที่จะเปิดโลกทัศน์ให้กว้างไกล และปลูกฝังวิธีคิดที่จะติดตัวไปในอนาคต รวมถึงจะมีโครงงานเข้มข้นที่จะช่วยเยาวชนให้ดึงศักยภาพในตัวออกมาให้เบ่งบานและงอกงาม เพื่อเป็นเครือข่ายขุมพลังการขับคลื่อนสังคมไทยและนานาชาติในอนาคต

“ในแต่ละรุ่นเราจะสร้างเขาให้เข้ามารวมกลุ่มกัน ได้มีโอกาสพูดคุยกับนักคิด นักเขียน นักวิชาการหลายท่าน เพื่อจับกลุ่มระดมความคิดกันและไปต่อยอดองค์ความคิดจากความรู้ที่เขาสร้างกันเอง แล้วจะต้องทำโปรเจ็กต์กลุ่มขึ้นมาเพื่อเสนอว่า เขาอยากเห็นการเปลี่ยนแปลงของประเทศไทยหรือนานาชาติอย่างไร”

รศ.ดร.พิภพ อุดร คณบดีคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า ลักษณะสำคัญของอนาคตคือความไม่แน่นอน เราไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เมื่อยังไม่ชัดเจนว่าโลกอนาคตจะเป็นอย่างไร การสร้างคนเพื่อรับมือกับโลกอนาคตไม่อาจใช้วิธีการเดิม ๆ ได้อีกต่อไป ดังนั้น 3 ทักษะสำคัญ “คิด วิเคราะห์ ค้น” คือสิ่งที่ต้องปลูกฝังให้เป็นส่วนหนึ่งใน DNA ของคนรุ่นใหม่ เพราะถ้ามี 3 ทักษะนี้ เขาจะสามารถปรับตัวรับสถานการณ์ใหม่ ๆ ที่ไม่เคยเจอได้

สำหรับรายละเอียดของโครงการนั้น ผศ.ปกป้อง จันวิทย์ ประธานกรรมการบริหารบริษัท ดิวันโอวัน เปอร์เซ็นต์ จำกัด ให้ข้อมูลว่า โรงเรียนอนาคตเปิดรับสมัครทางเว็บไซต์ของดิวันโอวัน เปอร์เซ็นต์ และเว็บไซต์ขององค์กรที่ร่วมจัดโครงการ เกณฑ์การคัดเลือกปีนี้เป็นคอนเซปต์ “โลกที่เปลี่ยนแปลงกับผลกระทบต่อประเทศไทย” ซึ่งโครงการอยากให้เยาวชนเห็นการเปลี่ยนแปลงของโลกและนำการเปลี่ยนแปลงของโลกมามองสะท้อนว่า ประเทศไทยควรเปลี่ยนแปลงอย่างไร ควรเดินไปทางไหนบ้าง ผู้สมัครจะต้องส่งผลงานที่เกี่ยวข้องกับอนาคตของเมืองไทยในรูปแบบใดก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นงานเขียน งานวิจัย งานศิลป์ ก็ได้ไม่จำกัด โดยจะมีกรรมการจากองค์กรที่ร่วมจัดทั้ง 5 องค์กรมาร่วมคัดเลือกผลงาน หลังจากเปิดรับสมัครก็มีนักศึกษาส่งผลงานมากพอสมควร

โครงการนี้ตั้งใจจะทำในทุกปิดการศึกษาภาคฤดูร้อน เพราะต้องการให้มีการแลกเปลี่ยนอย่างทั่วถึง การเรียนการสอนจะไม่มีการบรรยายเหมือนการสอนทั่วไป แต่จะให้นักศึกษากินนอนอยู่กับทางโรงเรียน 2 สัปดาห์เต็ม ช่วงเวลาการเรียนตั้งแต่เวลา 09.00-21.00 น. ทุกวัน มีทั้งชั่วโมงเรียนวิชาการโดยการตั้งโจทย์จากประเด็นต่าง ๆ ที่กำหนดให้ มีนักวิชาการที่ถนัดในเรื่องนั้น ๆ มาชวนคุยชวนคิด แลกเปลี่ยน พูดคุย ถกเถียงกัน เช่น คุณบรรยง พงษ์พานิช ประธานกรรมการบริหารธนาคาร เกียรตินาคิน จำกัด (มหาชน), ผศ.ธำรงศักดิ์ เพชรเลิศอนันต์ ส่วนช่วงบ่ายจะมีการเวิร์คช็อปฝึกทักษะ และช่วงเย็นจะมีการพูดคุย-สนทนาอย่างไม่เป็นทางการ (Dinner Talk) โดยให้เป็นการพูดคุยแบบกันเองระหว่างวิทยากรและนักศึกษา

ด้าน ผศ.ดร.ประจักษ์ ก้องกีรติ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยดิเรก ชัยนาม คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ บอกว่า โครงการนี้กำเนิดขึ้นโดยวางอยู่บนฐานความเชื่อ 3 ประการ ประการแรกเชื่อว่า สังคมมีความหวังและความหวังนั้นอยู่ที่คนรุ่นใหม่ ประการถัดมา เชื่อว่าความหลากหลายคือพลัง มันจะเกิดพลังมากขึ้นเมื่อแต่ละคนไม่ได้รู้เฉพาะด้านใดด้านหนึ่ง ประการสุดท้าย คือ การสร้างเครือข่าย เพราะลำพังตัวคนเดียวไม่สามารถเปลี่ยนแปลงสังคมได้ โครงการอยากให้คนรุ่นใหม่ในแต่ละสาขามาเรียนรู้ร่วมกัน เมื่อจบจากโรงเรียนนี้อยากให้เขาสานต่อความสัมพันธ์และเป็นตัวแทนของความเปลี่ยนแปลงที่จะขยายองค์ความรู้และสิ่งที่ได้เรียนรู้จากโรงเรียนไปสู่สังคมในวงกว้าง

“คนรุ่นใหม่ควรจะคิดถึงตัวเองไม่ใช่ในฐานะพลเมืองของมหาวิทยาลัยเท่านั้น แต่เป็นพลเมืองของประเทศและโลกใบนี้ เราจะมีคนรุ่นใหม่ที่มีความพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงและมีภาวะผู้นำที่สามารถสร้างอนาคตที่ดีต่อไปได้” ดร.ประจักษ์ปิดท้ายอย่างมีความหวัง