เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เซ่นพิษเจรจาล้มเหลว ทำน้ำมันโลกพุ่งไม่หยุด กบน. เพิ่มอุดหนุนแล้วแต่ยังต้องปรับขึ้นราคา 90 สตางค์
Economic เซ่นพิษเจรจาล้มเหลว ทำน้ำมันโลกพุ่งไม่หยุด กบน. เพิ่มอุดหนุนแล้วแต่ยังต้องปรับขึ้นราคา 90 สตางค์
“พิพัฒน์” ฟังเสียงผู้ค้าตลาดจตุจักร หาทางออกทุกมิติ ให้ “ผู้ค้าอยู่ได้ นักท่องเที่ยวอยากมา”
Politics “พิพัฒน์” ฟังเสียงผู้ค้าตลาดจตุจักร หาทางออกทุกมิติ ให้ “ผู้ค้าอยู่ได้ นักท่องเที่ยวอยากมา”
เปิดรายได้เวิร์คพอยท์ 12 ปี จากทีวีดิจิทัลสู่เกมธุรกิจใหม่
Business เปิดรายได้เวิร์คพอยท์ 12 ปี จากทีวีดิจิทัลสู่เกมธุรกิจใหม่
ราคาน้ำมันพรุ่งนี้ (23 ก.ค. 69) ดีเซล-แก๊สโซฮอล์ ปรับขึ้น 0.90 บาท มีผลตี 5
Economic ราคาน้ำมันพรุ่งนี้ (23 ก.ค. 69) ดีเซล-แก๊สโซฮอล์ ปรับขึ้น 0.90 บาท มีผลตี 5
คาด ลงทะเบียน TH AI Passport ใช้เอไอฟรี 5 ล้านสิทธิ์ 31 ก.ค.นี้
Tech คาด ลงทะเบียน TH AI Passport ใช้เอไอฟรี 5 ล้านสิทธิ์ 31 ก.ค.นี้
กำหนด ‘กติกาใหม่’ เปิดรับทุนต่างชาติ
Economic กำหนด ‘กติกาใหม่’ เปิดรับทุนต่างชาติ
ครึ่งปีหลังคึก หอการค้าไทยกาง 10 เวทีใหญ่ ดึงการค้า-ลงทุนเข้าประเทศ
Economic ครึ่งปีหลังคึก หอการค้าไทยกาง 10 เวทีใหญ่ ดึงการค้า-ลงทุนเข้าประเทศ
‘เวียตเจ็ทไทยแลนด์’ ดันสนามบินอุดรฯ ฮับการบินอีสานเชื่อมต่อเส้นทางบินระหว่างประเทศ
Business ‘เวียตเจ็ทไทยแลนด์’ ดันสนามบินอุดรฯ ฮับการบินอีสานเชื่อมต่อเส้นทางบินระหว่างประเทศ
ไทยเปิดบ้านรับ AI จีน นายกฯ ดันลงทุน ปลดล็อก 7 แสนล้าน ในงาน Thailand–China Expo
Economic ไทยเปิดบ้านรับ AI จีน นายกฯ ดันลงทุน ปลดล็อก 7 แสนล้าน ในงาน Thailand–China Expo
มัมดานีส่งสาร ‘เนทันยาฮู’ คืออาชญากรสงคราม ที่นิวยอร์กไม่มีอำนาจจับกุม
World มัมดานีส่งสาร ‘เนทันยาฮู’ คืออาชญากรสงคราม ที่นิวยอร์กไม่มีอำนาจจับกุม
ดูทั้งหมด

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่า คาดเฟดลดดอกเบี้ย 0.50% เดือนกันยายน

14 ส.ค. 2568 | 18:43น.
เงินบาท-US dollar

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่า รมว.คลังสหรัฐคาดเฟดอาจลดดอกเบี้ยลงถึง 0.50% ในเดือนกันยายนนี้ เมื่อพิจารณาจากตัวเลขการจ้างงานที่อ่อนแอลง ขณะที่นักลงทุนจับตาการประชุมสุดยอดระหว่างทรัมป์กับปูตินวันศุกร์นี้

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันพฤหัสบดีที่ 1 สิงหาคม 2568 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (14/8) ที่ระดับ 32.24/25 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ เคลื่อนไหวในกรอบแคบจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธที่ (13/8) ที่ระดับ 32.25/27 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ เมื่อวานนี้ (13/8) ที่เงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ

รัฐมนตรีคลังสหรัฐกล่าวว่า มีความเป็นไปได้ที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงมากถึง 0.50% ในการประชุมเดือน ก.ย. เมื่อพิจารณาจากตัวเลขจ้างงานที่อ่อนแอลง นักลงทุนจับตากระทรวงแรงงานสหรัฐ เปิดเผยดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ในวันนี้ (14/8) ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ดัชนี PPI ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้ผลิต จะเพิ่มขึ้น 2.5% ในเดือน ก.ค. เมื่อเทียบรายปี จากระดับ 2.3% ในเดือน มิ.ย. และคาดว่าดัชนี PPI พื้นฐาน (Core PPI) ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน จะเพิ่มขึ้น 2.9% ในเดือน ก.ค. เมื่อเทียบรายปีจากระดับ 2.6% ในเดือน มิ.ย.

ทางด้านสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (EIA) เปิดเผยวานนี้ว่า สต๊อกน้ำมันดิบพุ่งขึ้น 3 ล้านบาร์เรล ในสัปดาห์ที่แล้ว แตะระดับ 426.7 ล้านบาร์เรล สวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะลดลง 275,000 บาร์เรล ขณะเดียวกัน EIA ระบุว่า ยอดการนำเข้าน้ำมันดิบสุทธิของสหรัฐ เพิ่มขึ้น 699,000 บาร์เรล/วันในสัปดาห์ที่แล้ว

ทางด้านสำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) เปิดเผยว่า อุปทานน้ำมันโลกจะเพิ่มขึ้นเร็วกว่าที่คาดทั้งในปีนี้และปีหน้าจากกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) และชาติพันธมิตร หรือโอเปกพลัส เพิ่มกำลังการผลิต ขณะที่การผลิตน้ำมันจากประเทศนอกกลุ่มโอเปกพลัสมีการขยายตัวเช่นกัน

รายงานของ EIA ระบุว่า อุปทานน้ำมันอาจสูงกว่าอุปสงค์เกือบ 3 ล้านบาร์เรล/วันในปี 2569 อันเนื่องจากการเพิ่มการผลิตน้ำมันของประเทศนอกกลุ่มโอเปกพลัส และอุปสงค์ที่ซบเซา โดยผู้ผลิตนอกกลุ่มโอเปกพลัสจะยังคงเป็นผู้นำการขยายตัวของอุปทานน้ำมันทั้งในปีนี้และปีหน้า จากการผลิตที่เพิ่มขึ้นในสหรัฐ แคนาดา บราซิล และกายอานา

นักลงทุนจับตา การประชุมสุดยอดระหว่าง ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ และประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย ที่่เมืองแองเคอเรจ รัฐอะแลสกา ในวันศุกร์นี้ (ตามเวลาท้องถิ่น) ขณะที่ ปธน.ทรัมป์เตือนว่า รัสเซียจะเผชิญกับผลลัพธ์ที่รุนแรงอย่างมาก หาก ปธน.ปูตินปฏิเสธข้อตกลงหยุดยิงภายในสัปดาห์นี้

นอกจากนี้ ปธน.ทรัมป์กล่าวว่า เขาหวังจะใช้การประชุมสุดยอดกับ ปธน.ปูติน ในวันศุกร์นี้ (15/8) เพื่อวางแผนการประชุมรอบที่สองอย่างรวดเร็วกับผู้นำรัสเซีย ซึ่งจะรวมทั้งประธานาธิบดี โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน

สำหรับปัจจัยภายในประเทศ นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ (นบข.) มีมติเห็นชอบโครงการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวเปลือกนาปรังปีการผลิต 68 และข้าวเปลือกนาปี ในปีการผลิต 68/69 ใช้วงเงินงบประาณรวม 44,000 ล้านบาท เพื่อบรรเทาผลกระทบจากราคาข้าวตกต่ำและต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น

นายสักกะภพ พันธ์ยานุกูล เลขานุการคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) กล่าวว่า ที่ผ่านมา ยังไม่เห็นสัญญาณที่ดีขึ้นอย่างชัดเจนของกลุ่มเปราะบาง และกลุ่ม SMEs ซึ่งการลดดอกเบี้ยนโยบายในครั้งนี้ จะทำให้เอื้อต่อการปรับตัวในด้านการเงินของกลุ่มเปราะบาง รวมทั้งช่วยบรรเทาภาระหนี้สิน เพราะกลุ่มเปราะบางได้รับแรงกดดันจากภาษีสหรัฐ การทะลักเข้ามาของสินค้าราคาถูกจากต่างประเทศ รวมทั้งปัญหาในเชิงโครงสร้างที่มีอยู่เดิม เราจึงอยากทำให้ภาวะการเงินไม่ได้เป็นตัวที่ไปซ้ำเติมเพิ่มมากขึ้น ดังนั้น ที่ประชุม กนง.รอบนี้ จึงมีมติลดดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25%

ด้านธนาคารกรุงเทพ (BBL) ประกาศปรับอัตราดอกเบี้ยเงินให้สินเชื่อ M Rate ทั้ง MLR MOR MRR ลดลง 0.25% โดยอัตราดอกเบี้ยเอ็มแอลอาร์ (MLR) หรืออัตราดอกเบี้ยสำหรับลูกค้าชั้นดี ประเภทเงินกู้แบบมีระยะเวลา (Minimum Loan Rate) เป็น 6.50% ต่อปี เอ็มโออาร์ (MOR) หรืออัตราดอกเบี้ยสำหรับลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี ประเภทเงินเบิกเกินบัญชี (Minimum Overdraft Rate) เป็น 6.75% ต่อปี และเอ็มอาร์อาร์ (MRR) หรืออัตราดอกเบี้ยลูกค้ารายย่อยชั้นดี (Minimum Retail Rate) เป็น 6.65% ต่อปี โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 14 สิงหาคม 2568

นายไชยฤทธิ์ อนุชิตวรวงศ์ รองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ เปิดเผยว่า การปรับลดในครั้งนี้ สอดคล้องกับการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีวัตถุประสงค์ที่จะช่วยกระตุ้นให้เกิดการลงทุน การบริโภค และลดต้นทุนทางการเงิน รวมทั้งบรรเทาภาระหนี้ของภาคธุรกิจและประชาชน จากผลกระทบทั้งทางตรงและทางออมจากมาตรการภาษีสหรัฐ และจำนวนนักท่องเที่ยวที่ลดลงตามการแข่งขันในภูมิภาคที่รุนแรงขึ้น ทั้งนี้ ในระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 32.24-32.39 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ 32.36/37 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร เปิดตลาดเช้าวันนี้ (14/8) ที่ระดับ 1.1713/16 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (13/8) ที่ระดับ 1.1668/15 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ตลาดหุ้นยุโรปเปิดบวกในการซื้อขายวันนี้ (14 ส.ค.) ขณะที่นักลงทุนจับตาการรายงานข้อมูลเศรษฐกิจ โดยอังกฤษและยูโรโซนมีกำหนดรายงานตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ไตรมาส 2/2568 ในวันนี้ (14/8)

สำนักงานสถิติแห่งชาติของสหราชอาณาจักร (ONS) รายงานตัวเลขประมาณการเบื้องต้นในวันนี้ว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ในไตรมาส 2/2568 ขยายตัว 0.3% ซึ่งสูงกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาการณ์ไว้ที่ 0.1% หลังจากที่เติบโตถึง 0.7% ในไตรมาสแรก ทั้งนี้ ในระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.1668-1.1715 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.1683/84 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (14/8) ที่ระดับ 146.43/44 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งตัวจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (13/8) ที่ระดับ 147.20/21 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ โดยตลาดคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) มีแนวโน้มที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย หลังสกอตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐ ให้สัมภาษณ์ว่า BOJ ดำเนินการล่าช้าในการรับมือกับความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อ

ทั้งนี้ รัฐมนตรีคลังสหรัฐกล่าวกับ Bloomberg Television ว่า BOJ ดำเนินการล่าช้าในการรับมือกับความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อ โดยตนได้พูดคุยกับ คาซูโอะ อุเอดะ ผู้ว่าการ BOJ และระบุเสริมว่า “นี่คือความคิดเห็นของผม ไม่ใช่ของเขา พวกเขาล่าช้าอยู่ ดังนั้นพวกเขาจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย” แม้ไม่ได้ระบุว่าจะปรับขึ้นเมื่อใดก็ตาม

อย่างไรก็ดี ความคิดเห็นของเบสเซนต์แตกต่างจากท่าทีของอุเอดะ ซึ่งปฏิเสธความเห็นที่ว่า BOJ ปรับดอกเบี้ยช้าเกินไป และอาจสายเกินไปในการสกัดกั้นเงินเฟ้อที่สูงเกินไป ทั้งนี้ ในระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 146.21-146.75 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ 146.64/65 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับปัจจัยที่สำคัญในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดัชนีราคาผู้ผลิต (14/8), ตัวเลขจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ (14/8), ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 2/2568 ของยูโรโซน (14/8) และตัวเลขจีดีพีไตรมาส 2/2568 ของญี่ปุ่น (14/8), การผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือน ก.ค. (15/8), ผลสำรวจภาคการผลิตของเฟดสาขานิวยอร์ก (15/8) และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค (เบื้องต้น) เดือน ส.ค. (15/8)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -8.2/-8 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -6.7/-5.5 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ