เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

บอร์ดกระตุ้นเศรษฐกิจไฟเขียวโอนงบ 2.6 หมื่นล้าน เข้างบกลาง เร่งใช้จ่ายให้ทัน ก.ย. 68

20 ส.ค. 2568 | 16:25น.
พิชัย ชุณหวชิร

พิชัย ชุณหวชิร

‘พิชัย’ เผยบอร์ดกระตุ้นเศรษฐกิจเห็นชอบโอนงบที่เหลือ 2.6 หมื่นล้านบาท เข้างบกลาง ย้ำต้องเร่งรัดการใช้จ่ายให้ทันภายใน 30 ก.ย. 68 มุ่งเน้นโครงการที่ทำได้เร็ว กระตุ้นเศรษฐกิจได้จริง

นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ ครั้งที่ 5/2568 ว่า ที่ประชุมมีมติให้โอนเงินจากงบกระตุ้นเศรษฐกิจ จำนวนกว่า 26,000 ล้านบาท เพื่อไปยังงบกลาง โดยเป็นหน้าที่ของสำนักงบประมาณที่จะจัดการต่อไป โดยยืนยันว่างบประมาณดังกล่าวจะต้องจัดซื้อจัดจ้างให้แล้วเสร็จภายใน 30 ก.ย. 2568 นี้

นายพิชัยกล่าวว่า หลังจากมีการใช้งบประมาณเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจที่รัฐบาลใช้จ่ายเงินอุดหนุนผู้สูงอายุไปแล้ว เหลืองบเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจราว 157,000 ล้านบาท ซึ่งนำมาใช้ดำเนินโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ 2 ครั้ง รอบแรกวงเงินกว่า 115,000 ล้านบาท และนำไปใช้ในกองทุนเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน

ส่วนรอบสอง 1.8 หมื่นล้านบาท เพื่อจัดสรรเงินให้กับกองทุนเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศสำหรับอุตสาหกรรมเป้าหมาย 10,000 ล้านบาท  และกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) 8,488 ล้านบาท โดยจากการจัดสรรให้กับหน่วยงานต่าง ๆ ในรอบแรกพบว่ามีหน่วยงานจัดซื้อจัดจ้างไม่ทัน จึงดึงงบกระตุ้นเศรษฐกิจที่เหลือ 2.6 หมื่นล้านบาท

สำหรับแนวทางการใช้งบที่เหลืออยู่ จะเน้นไปที่โครงการซึ่งสามารถดำเนินการได้รวดเร็วและมีผลกระตุ้นเศรษฐกิจชัดเจน โดยเฉพาะในการเยียวยาผลกระทบชายแดนจากเหตุปะทะไทย-กัมพูชา ผลกระทบจากมาตรการภาษีสหรัฐอเมริกาและภาคเกษตรกรรม รวมถึงการช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อย ซึ่งจะต้องพิจารณาช่องทางการดำเนินงานที่เหมาะสม

ทั้งนี้ รัฐบาลจะไม่เปิดโครงการใหม่เพิ่มเติมในช่วงเวลาที่เหลือ แต่จะมุ่งไปที่การเร่งรัดการใช้จ่ายของโครงการที่มีอยู่แล้ว เพื่อให้เม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจได้จริงและทันตามกรอบระยะเวลาที่กำหนด

“สำหรับผลกระทบจากภาษีสหรัฐมองว่ารายย่อยที่ได้รับผลกระทบ เป็นลูกค้าธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และธนาคารออมสิน อาจให้ทั้ง 2 แบงก์หามาตรการช่วยเหลือเพิ่มเติม”

นายพิชัยกล่าวต่อว่า ปัจจุบันโครงการที่ได้รับอนุมัติไปแล้ว ส่วนใหญ่มีการผูกพันงบประมาณไปแล้วมากกว่า 50% จึงมั่นใจว่าเม็ดเงินงบประมาณจำนวนมากได้เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจแล้ว