เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
หลอน ให้สุด THE GHOST RADIO จับมือเดอะมอลล์ฯ เปิดบ้านผีสิง ’17 วันผีหลอก’
Biz Movement หลอน ให้สุด THE GHOST RADIO จับมือเดอะมอลล์ฯ เปิดบ้านผีสิง ’17 วันผีหลอก’
BEANS X วู้ดดี้ จับมือนำเข้า ‘Cheese Wonder’ ดังจากฮอกไกโด
Biz Movement BEANS X วู้ดดี้ จับมือนำเข้า ‘Cheese Wonder’ ดังจากฮอกไกโด
‘ซีพีแรม’ ไขข้อสงสัยดราม่าจดทะเบียนคุ้มครอง ‘กะเพรา’ ย้ำคนไทยปลูก กิน ขาย ได้ปกติ
Uncategorized ‘ซีพีแรม’ ไขข้อสงสัยดราม่าจดทะเบียนคุ้มครอง ‘กะเพรา’ ย้ำคนไทยปลูก กิน ขาย ได้ปกติ
พลังศรัทธา “เจี๊ยะฉ่าย” ปลุกไฮซีซั่นภูเก็ต
Business พลังศรัทธา “เจี๊ยะฉ่าย” ปลุกไฮซีซั่นภูเก็ต
โรงสีเสนอ 13 ข้อ เกษตรฯ ขานรับ ดันฟางข้าวผลิตไฟฟ้า-เร่งมาตรฐานข้าวพื้นนุ่ม
Economic โรงสีเสนอ 13 ข้อ เกษตรฯ ขานรับ ดันฟางข้าวผลิตไฟฟ้า-เร่งมาตรฐานข้าวพื้นนุ่ม
AFE 2026 ชูการศึกษายืดหยุ่น ศธ.เปิด 4 แกนปฏิรูปการศึกษา ดัน Credit Bank-ปรับสูตรงบใหม่
การศึกษา AFE 2026 ชูการศึกษายืดหยุ่น ศธ.เปิด 4 แกนปฏิรูปการศึกษา ดัน Credit Bank-ปรับสูตรงบใหม่
คมนาคมสั่งเข้มสนามบินภาคใต้รับมือฝนตกหนัก เตือน 10 จังหวัดเสี่ยง ลั่นไม่ปลอดภัยสั่งหยุดบินทันที
News คมนาคมสั่งเข้มสนามบินภาคใต้รับมือฝนตกหนัก เตือน 10 จังหวัดเสี่ยง ลั่นไม่ปลอดภัยสั่งหยุดบินทันที
Apple Store ICONSIAM สุดคึกคัก ต้อนรับการวางจำหน่าย iPhone Duo อย่างเป็นทางการ
Business Apple Store ICONSIAM สุดคึกคัก ต้อนรับการวางจำหน่าย iPhone Duo อย่างเป็นทางการ
‘iPhone Duo’ เข้ามากี่เครื่องก็ไม่พอขาย ปลุกตลาด ‘รีเซล’ คึกคัก บวกเพิ่มจากราคาจริงหลายหมื่น
Tech ‘iPhone Duo’ เข้ามากี่เครื่องก็ไม่พอขาย ปลุกตลาด ‘รีเซล’ คึกคัก บวกเพิ่มจากราคาจริงหลายหมื่น
“ศุภจี” หารือผู้อำนวยการใหญ่ WTO ดันปฏิรูปกติกาโลก หนุน SMEs เข้าถึงทุน-ตลาดดิจิทัล
Economic “ศุภจี” หารือผู้อำนวยการใหญ่ WTO ดันปฏิรูปกติกาโลก หนุน SMEs เข้าถึงทุน-ตลาดดิจิทัล
ดูทั้งหมด

ดอลลาร์อ่อนค่าหลังพาวเวลล์ส่งสัญญาณลดดอกเบี้ย

25 ส.ค. 2568 | 18:35น.
ดอลลาร์

ดอลลาร์อ่อนค่าหลัง ‘เจอโรม พาวเวลล์’ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ ส่งสัญญาณลดดอกเบี้ย

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพรายงานว่า สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันจันทร์ที่ 25 สิงหาคม 2568 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (25/08) ที่ระดับ 32.40/41 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (22/08) ที่ระดับ 32.64/65 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ หลังเจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่งสัญญาณชัดเจนมากขึ้นถึงความเป็นไปได้ในการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการกล่าวสุนทรพจน์ในการประชุมประจำปีของเฟด ณ เมืองแจ็กสัน โฮล รัฐไวโอมิง

โดยระบุว่าแม้อัตราการว่างงานจะยังอยู่ในระดับต่ำ แต่ด้วยนโยบายการเงินที่ยังคงเข้มงวด แนวโน้มเศรษฐกิจโดยรวมและดุลความเสี่ยงที่เปลี่ยนแปลงไปอาจทำให้เฟดจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนจุดยืนด้านนโยบายการเงิน นอกจากนี้เขายังชี้ให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของดุลความเสี่ยงระหว่างภารกิจหลักสองด้านของเฟด ได้แก่ การส่งเสริมการจ้างงานเต็มศักยภาพและการรักษาเสถียรภาพด้านราคา โดยมีปัจจัยแวดล้อมจากการเปลี่ยนแปลงด้านนโยบายภาษี การค้า และการย้ายถิ่นฐานเข้ามาเกี่ยวข้อง

ทั้งนี้ เฟดยังคงเผชิญกับความท้าทายจากความเสี่ยงสองด้าน คือ การว่างงานที่อาจเพิ่มขึ้นและเงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับสูง ซึ่งทำให้การตัดสินใจด้านอัตราดอกเบี้ยต้องพิจารณาอย่างรอบคอบระหว่างการกระตุ้นเศรษฐกิจและการควบคุมเงินเฟ้อ ขณะเดียวกันพาวเวลล์กล่าวยืนยันถึงความเป็นอิสระของเฟด

โดยระบุว่าสมาชิก FOMC จะทำการตัดสินใจโดยอิงจากการประเมินข้อมูลและสิ่งบ่งชี้ต่อแนวโน้มเศรษฐกิจ รวมทั้งดุลความเสี่ยงเท่านั้น โดยเราจะไม่เบี่ยงเบนจากแนวทางดังกล่าว หลังการกล่าวสุนทรพจน์ของพาวเวลล์ FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่านักลงทุนให้น้ำหนัก 91.5% ว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 4.00-4.25% ในการประชุมเดือน ก.ย. เพิ่มขึ้นจากเดิมที่ให้น้ำหนักเพียง 75.0% นอกจากนี้ นักลงทุนคาดการณ์ว่า เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยอีก 0.25% สู่ระดับ 3.75-4.00% ในการประชุมเดือน ธ.ค.

ขณะเดียวกัน ในวันศุกร์ (22/08) ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social ว่าจะดำเนินการสอบสวนด้านภาษีศุลกากรครั้งใหญ่กับเฟอร์นิเจอร์นำเข้าจากต่างประเทศ ซึ่งมีมูลค่าการนำเข้าสหรัฐในปี 2567 สูงถึง 25,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 7% จากปีก่อน โดยกว่า 60% มาจากเวียดนามและจีน การสอบสวนภายใต้มาตรา 232 อาจนำไปสู่การกำหนดอัตราภาษีใหม่

ซึ่งยังไม่ระบุชัดเจน โดยคาดว่าการสอบสวนจะแล้วเสร็จภายใน 50 วัน ซึ่งหากมีการกำหนดภาษีใหม่จริง อาจส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่การค้าโลกและความเชื่อมั่นของนักลงทุน โดยเฉพาะในช่วงที่เฟดกำลังพิจารณาปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพื่อรับมือกับความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจและการจ้างงาน

สำหรับปัจจัยภายในประเทศ (25/08) สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) รายงานสถานการณ์แรงงานในไตรมาส 2/2568 ว่าตลาดแรงงานไทยยังคงทรงตัว โดยมีผู้มีงานทำ 39.5 ล้านคน เพิ่มขึ้น 0.02% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ภาคเกษตรกรรมลดลงต่อเนื่อง ส่วนสาขานอกภาคเกษตรกรรม เช่น ขนส่งและโรงแรม มีการจ้างงานเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ชั่วโมงทำงานเฉลี่ยสูงขึ้นในภาคเอกชน แต่แรงงานล่วงเวลาและแรงงานต่ำระดับลดลง อัตราว่างงานขยับขึ้นเล็กน้อยเป็น 0.91% ส่วนค่าจ้างแรงงานเฉลี่ยลดลง 1.9% แต่ภาคเอกชนกลับเพิ่มขึ้น 2.4%

นอกจากนี้ประเด็นที่ต้องจับตา ได้แก่ ผลกระทบจากภาษีนำเข้าสหรัฐ การเปลี่ยนรูปแบบการจ้างงานเป็นไม่เต็มเวลา การขาดแคลนแรงงานต่างด้าว และความเสี่ยงด้านความปลอดภัยในการทำงาน ขณะที่หนี้ครัวเรือนไตรมาส 1/2568 อยู่ที่ 87.4% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ลดลงเล็กน้อยเป็นครั้งแรกเมื่อเทียบรายปี ทว่าคุณภาพสินเชื่อยังคงมีปัญหา โดยเฉพาะความเสี่ยงจากเงินกู้นอกระบบและการใช้บริการซื้อก่อนจ่ายทีหลัง (BNPL) ที่อาจทำให้ประชาชนก่อหนี้เกินตัว วันนี้ (25/08) สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) รายงานว่าในเดือน ก.ค. การส่งออกของไทยมีมูลค่า 28,580 ล้านดอลลาร์ ขยายตัว 11.0% สูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ที่ 9.6%

ขณะที่การนำเข้ามีมูลค่า 28,258 ล้านดอลลาร์ ส่งผลให้ไทยเกินดุลการค้า 322 ล้านดอลลาร์ โดยการส่งออกขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 13 และขยายตัวในระดับสองหลักต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 7 นับตั้งแต่เดือน ม.ค. อีกทั้งยังเกินดุลการค้าต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 สำหรับช่วง 7 เดือนแรกของปี (ม.ค.-ก.ค.) การส่งออกรวมอยู่ที่ 195,432 ล้านดอลลาร์ ขยายตัว 14.4% ส่วนการนำเข้าอยู่ที่ 15,172 ล้านดอลลาร์ ขยายตัว 10.6% ส่งผลให้ไทยเกินดุลการค้า 260 ล้านดอลลาร์

โดยนายพูลพงษ์ นัยนาภากรณ์ ผู้อำนวยการ สนค.ระบุว่าการส่งออกยังเติบโตดีแม้ใกล้หมดมาตรการยกเว้นภาษีศุลกากรตอบโต้ของสหรัฐ โดยผู้นำเข้ายังคงเร่งนำเข้าสินค้าเพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงและรัฐบาลไทยได้สร้างความเชื่อมั่นว่าจะสามารถเจรจาอัตราภาษีได้สำเร็จ พร้อมมีมาตรการรองรับผลกระทบ

อย่างไรก็ตาม คาดว่าหลังเดือน ส.ค. การส่งออกจะเริ่มชะลอตัวลงจากผลกระทบด้านภาษี โดย สน.เตรียมทบทวนเป้าหมายการส่งออกทั้งปีใหม่หลังหารือกับภาคเอกชน โดยยังคงเป้าหมายเดิมไว้ที่ 2-3% แต่ก็มีโอกาสที่การส่งออกทั้งปีจะเติบโตได้มากกว่านี้ ทั้งนี้ ในระหว่างวันค่าเงินดอลลาร์สหรัฐเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 32.40-32.46 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 32.44/45 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้าวันนี้ (25/08) ที่ระดับ 1.1700/01 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (22/08) ที่ระดับ 1.1597/99 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร วันนี้ (25/08) สถาบันวิจัยเศรษฐกิจ Ifo ของเยอรมนีเปิดเผยว่าในเดือน ส.ค. ดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจปรับตัวเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 89.0 จากระดับ 88.6 ในเดือน ก.ค. แตะระดับสูงสุดในรอบ 15 เดือน และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ว่าจะทรงตัวที่ระดับเดิม โดยได้รับปัจจัยหนุนหลักมาจากการที่ภาคธุรกิจมีมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มในอนาคตมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาสถานการณ์ปัจจุบันผู้ประกอบการกลับประเมินว่าภาวะทางธุรกิจแย่ลงเล็กน้อย ทั้งนี้ เคลเมนส์ ฟิวสต ประธานสถาบัน Ifo กล่าวว่าภาพรวมการฟื้นตัวของเศรษฐกิจเยอรมนียังคงอ่อนแอ ทั้งนี้ ในระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.1690-1.1721 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.1691/92 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (25/08) ที่ระดับ 147.35/36 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (22/08) ที่ระดับ 148.66/68 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ วันเสาร์ (23/08) คาซูโอะ อุเอดะ ผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) แสดงมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มการปรับขึ้นค่าจ้างในญี่ปุ่นในการประชุมประจำปีของเฟดที่เมืองแจ็กสัน โฮล โดยค่าจ้างปรับตัวเพิ่มขึ้นจากบริษัทขนาดใหญ่ไปสู่ธุรกิจขนาดกลางและเล็กจากตลาดแรงงานที่ติงตัว

โดย BOJ ปรับเพิ่มคาดการณ์เงินเฟ้อและการเติบโตทางเศรษฐกิจ ส่งสัญญาณว่าอาจมีการขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งภายในปีนี้ วันนี้ (25/08) สมาคมเครือข่ายร้านค้าปลีกญี่ปุ่นเปิดเผยว่า ในเดือน ก.ค. ยอดขายของซูเปอร์มาร์เก็ตในญี่ปุ่นปรับตัวเพิ่มขึ้น 3.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของเดือนก่อนหน้า โดยเป็นการปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็นเดือนที่ 5 ติดต่อกัน โดยยอดขายอาหารซึ่งคิดเป็น 70% ของรายได้ทั้งหมดเพิ่มขึ้น 3.6% ช่วยชดเชยยอดขายสินค้าครัวเรือนและเสื้อผ้าที่ลดลง เนื่องจากครัวเรือนต้องประหยัดท่ามกลางภาวะราคาที่สูงขึ้น

ขณะเดียวกันผู้บริโภคยังคงเลือกซื้อสินค้าจำเป็นในช่วงโปรโมชั่นในปริมาณมาก แม้ต้องรัดเข็มขัดมากขึ้นจากค่าใช้จ่ายฤดูร้อนที่เพิ่มขึ้น สะท้อนถึงความอ่อนไหวต่อราคาที่สูงขึ้นอย่างชัดเจนในภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน ในระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 147.11-147.52 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ 147.34/35 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่สำคัญในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ยอดขายบ้านใหม่เดือน ก.ค. ของสหรัฐ (25/08), ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนเดือน ก.ค. ของสหรัฐ (26/08), ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน ส.ค. จาก Conference Board ของสหรัฐ (26/08), ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน ก.ย.จากสถาบัน Gfk ของเยอรมนี (27/08), ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน ส.ค.ของยุโรป (28/08), จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ของสหรัฐ (28/08),

ดัชนี GDP ไตรมาส 2/2568 (ประมาณการครั้งที่ 2) ของสหรัฐ (28/08), ยอดทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขายเดือน ก.ค.ของสหรัฐ (28/08), อัตราว่างงานเดือน ก.ค. ของญี่ปุ่น (29/08), ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) กรุงโตเกียวเดือน ส.ค. (29/08), ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) เดือน ก.ค. ของสหรัฐ (29/08) และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคขั้นสุดท้ายเดือน ส.ค.จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน (29/08)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -8.60/-8.55 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -6.7/-5.8 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ