Skip to content

บีทีเอส กรุ๊ปฯ ออกหุ้นกู้ 2 ชุด ดอกเบี้ย 3.40-3.60% ต่อปี เปิดจอง 29 ก.ย.-1 ต.ค. 68

29 ส.ค. 2568 | 16:20น.
บีทีเอส กรุ๊ปฯ ออกหุ้นกู้ 2 ชุด ดอกเบี้ย 3.40-3.60% ต่อปี เปิดจอง 29 ก.ย.-1 ต.ค. 68

บีทีเอส กรุ๊ปฯ เตรียมเสนอขายหุ้น จำนวน 2 ชุด อายุ 2-3 ปี ในอัตราดอกเบี้ยคงที่ระหว่าง 3.40-3.60% ต่อปี เปิดจองซื้อระหว่างวันที่ 29 ก.ย.-1 ต.ค. ผ่าน 11 สถาบันการเงินชั้นนำ

นางสาวชวดี รุ่งเรือง ผู้อำนวยการใหญ่สายการเงิน บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือบีทีเอส กรุ๊ปฯ เปิดเผยว่า บริษัทเตรียมเสนอขายหุ้นกู้ระยะยาว ครั้งที่ 2/2568 โดยเป็นหุ้นกู้ชนิดระบุชื่อผู้ถือ ประเภทไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน และมีผู้แทนถือหุ้นกู้ จำนวน 2 ชุด แบ่งเป็นหุ้นกู้ชุดที่ 1 อายุ 2 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ 3.40% ครบกำหนดไถ่ถอนปี 2570 และหุ้นกู้ชุดที่ 2 อายุ 3 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ 3.60% ครบกำหนดไถ่ถอนปี 2571 กำหนดชำระดอกเบี้ยทุก 6 เดือน ตลอดอายุหุ้นกู้

หุ้นกู้ทั้ง 2 ชุดดังกล่าว คาดว่าจะเปิดจองซื้อได้ในวันที่ 29-30 กันยายน และ 1 ตุลาคม 2568 แก่ผู้ลงทุนทั่วไป และผู้ลงทุนสถาบัน ผ่านสถาบันการเงินชั้นนำ 11 แห่ง ที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ ประกอบด้วย ธนาคารกรุงเทพ, ธนาคารกรุงไทย, ธนาคารกสิกรไทย, ธนาคารไทยพาณิชย์, ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย, บริษัทหลักทรัพย์เกียรตินาคินภัทร, บริษัทหลักทรัพย์เมย์แบงก์, บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า, บริษัทหลักทรัพย์เอเซีย พลัส, บริษัทหลักทรัพย์เคจีไอ และบริษัทหลักทรัพย์ กรุงไทย เอ็กซ์สปริง กำหนดจองซื้อขั้นต่ำ 100,000 บาท และทวีคูณครั้งละ 100,000 บาท

โดยหุ้นกู้และผู้ออกหุ้นกู้ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ระดับ “BBB+” แนวโน้ม “คงที่” (Stable) จากบริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด สะท้อนความแข็งแกร่งจากรายได้ค่าบริการเดินรถไฟฟ้าและซ่อมบำรุง (O&M) ที่มีความสม่ำเสมอ รวมถึงการถือหุ้น 33.33% ในกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานระบบขนส่งมวลชนทางรางบีทีเอสโกรท (BTSGIF)

“บริษัทเชื่อว่าการเสนอขายหุ้นกู้ในครั้งนี้ จะได้รับความสนใจจากนักลงทุนที่เชื่อมั่นในศักยภาพการดำเนินธุรกิจของบีทีเอส กรุ๊ปฯ และเป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้กับผู้ที่ต้องการลงทุนเพื่อรับผลตอบแทนที่มั่นคง สม่ำเสมอ ท่ามกลางบรรยากาศในการลงทุนที่ไม่แน่นอน โดยบริษัทมีแผนจะนำเงินที่ได้จากการระดมทุนไปชำระคืนหนี้ ซึ่งจะเสริมสร้างความแข็งแกร่งด้านฐานะการเงิน และเพิ่มศักยภาพในการเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต” นางสาวชวดีกล่าว