พี่น้องทะเลาะกัน ไม่มีใครชนะ-แพ้ทั้งคู่
คอลัมน์ : สามัญสำนึก ผู้เขียน : สมถวิล ลีลาสุวัฒน์
ข่าวใหญ่ในวงการธุรกิจที่ทุกคนต่างจดจ้องสนใจ เพราะเกี่ยวพันกับนักธุรกิจชื่อดัง โรงแรมดัง ห้างดัง
ซึ่งเป็นคนตระกูลใหญ่ถึง 4 ตระกูล ได้แก่ โทณวณิก-เธียรประสิทธิ์-สาลีรัฐวิภาค และ จิราธิวัฒน์
จะมีเพียงตระกูลเดียว คือ “จิราธิวัฒน์” ที่ไม่ใช่สายเลือด แต่เป็นตัวละครหนึ่งที่กำลังจะเป็นตัวละครหลัก
หากโรงแรมใหม่ “ดุสิตธานี” สร้างเสร็จ ในฐานะ “ผู้ร่วมทุน” ใส่เม็ดเงินในโครงการมิกซ์ยูสระดับหมื่นล้าน
นอกนั้นเป็นสาแหรกเครือข่ายสายเลือดเดียวกัน เป็น 3 พี่น้อง ชายหนึ่ง หญิงสอง ลูกที่เป็นเลือดในอกของท่านผู้หญิงชนัตถ์ ปิยะอุย ผู้ก่อตั้งโรงแรมแบรนด์หรูระดับตำนาน
จากที่ไม่เคยมีข่าวเรื่องพี่น้องครอบครัว จู่ ๆ ก็มีข่าวความขัดแย้งภายใน
กลายเป็น “ศึกสายเลือด” ที่มีปมซับซ้อนมาจากกองมรดก
ที่สำคัญ ดุสิตธานี (DUSIT) เป็นบริษัทมหาชน จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ทำให้มีกลุ่มผู้ได้เสียหลากหลาย หุ้นขึ้น-ลงทั้งตามภาวะและสวนกระแส
โครงสร้างผู้ถือหุ้นหลักจึงมีความสำคัญมาก ประกอบด้วย
บริษัท ชนัตถ์และลูก จำกัด 49.74% (บริษัทโฮลดิ้งของครอบครัว ซึ่งเป็นศูนย์กลางของปัญหา)
บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) 17.09% (ผู้ร่วมทุนโครงการดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค-ที่ประกาศเปิดตัวจุดเช็กอินปาร์กใหญ่ลอยฟ้าขนาด 7 ไร่ วันที่ 4 กันยายน 2568)
ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) 4.06%, นายวิชิต ชินวงศ์วรกุล 3.87%, นางจารุณี ชินวงศ์วรกุล 2.09%
เมื่อบริษัท ชนัตถ์และลูก จำกัด มรดกกงสีของครอบครัว ที่มีอำนาจมากที่สุด กลายเป็นจุดเริ่มของปัญหาและรอยร้าว ซึ่งกำลังเป็นข่าวตอบโต้กันไปมา ต่างฝ่ายต่างเตรียมงัดข้อกฎหมายขึ้นต่อสู้
ไม่มีใครสรุปได้ว่า ผลจะเป็นอย่างไร
แต่ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น สุดท้ายก็กระทบชิ่งกับแบรนด์ดุสิตธานี และอาจลามไปถึงความไม่มั่นใจของกลุ่มลูกค้าเศรษฐีที่วางเงินจองเช่าซื้อคอนโดฯหรูที่นี่ไว้แล้ว
น่าเสียดายที่ท่านผู้หญิงไม่ได้เขียนพินัยกรรมไว้ชัดเจน มีแต่บริษัทโฮลดิ้งเป็นมรดกกงสี เมื่อสิ้นท่านไป ตามหลักมี 4 ส่วนก็เหลือ 3 ส่วน แบ่งกันในหมู่พี่น้อง
แต่วันเวลาผันผ่าน ก็เกิดจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ
เมื่อน้อง ๆ ลุกขึ้นมาทวงสิทธิ และปฏิบัติการแบบสายฟ้าแลบ
ความหมางใจก็บังเกิดและกลายเป็นศึกช่วงชิงอำนาจในบริษัทโฮลดิ้ง แบบใครใหญ่ใครได้ ใครอึดใครอยู่
จากเดิมกลุ่มคุณชนินทธ์ โทณวณิก พี่ชายคนโต เป็นคนมีอำนาจสั่งการ ก็เริ่มสั่นคลอน
ต้องอย่าลืมว่า ดุสิตฯผ่านวิบากกรรมจากการบริหารที่ท้าทายในช่วงวิกฤตโควิด และเกิดความเสี่ยงจากการขาดเม็ดเงิน
ทำให้ต้องดึงมืออาชีพเข้ามาจัดการ ภาพลักษณ์ผ่าน แต่ลึก ๆ ของการบริหารภายในยังไม่สะเด็ดน้ำ และจำเป็นต้องดึงผู้ร่วมทุนขาใหญ่เข้ามาใส่เงินต่อยอด
วันดีคืนดีมีปัญหากัน ประเด็นเลยถูกพลิกให้มองไปว่า ผู้ร่วมทุนจะเข้ายึดกิจการ
หลายฝ่ายกังวลว่า จากจุดนี้ กลัวจะเป็น “น้ำผึ้งหยดเดียว” อนาคตไปได้แน่ แต่จะตะขิดตะขวงใจ
ทำให้นึกถึงคำสอนของเสี่ยทรงศักดิ์ เอาฬาร (ถึงแก่กรรม) คนอำเภอไชโย จังหวัดอ่างทอง จากเด็กวัดสู่นักประดิษฐ์ดอกไม้ระดับโลก
และก้าวสู่นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ สร้างคอนโดฯใหญ่ยักษ์ฟลอร่าวิลล์ ย่านพัฒนาการ
คนเคยลำบาก เมื่อสำเร็จและมีลูกเต้า จึงต้องจัดการ “มรดก” ให้เรียบร้อย
มากกว่ามรดก ทรัพย์สินเงินทอง ก็คือ จัดการเรื่องความรักของคนในตระกูล พี่น้องและครอบครัว
เสี่ยสั่งเสียลูก ๆ ไว้ว่า เวลามีเรื่องหรือปัญหาอะไร ให้พูดคุยกันดี ๆ เปิดใจกันบนพื้นฐานความรัก
เมื่อไหร่ที่พี่น้องทะเลาะกัน จำไว้ว่า “ไม่มีใครชนะ เพราะแพ้ทั้งคู่”
แล้วคนที่เจ็บปวดที่สุด คือ พ่อแม่ผู้ให้กำเนิด