ตลาดทีวีปี’68 มูลค่า 2.11 หมื่นล้านบาท กลายเป็นสนามแข่งขันของสารพัดฟังก์ชั่น AI หลังแบรนด์เกาหลีทั้งแอลจี และซัมซุง ต่างอัดฟังก์ชั่น AI ในทีวีรุ่นใหม่แบบเต็มที่ อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางกระแสฮิต AI ยังมีผู้เล่นที่เห็นต่าง โดยทีซีแอล หนึ่งในยักษ์เครื่องใช้ไฟฟ้าสัญชาติจีน เชื่อว่าในสภาพเศรษฐกิจปัจจุบัน ฟังก์ชั่น AI ยังไม่สามารถดึงดูดผู้บริโภคให้ควักกระเป๋าได้ เท่ากับราคาที่จับต้องได้
AI-จอใหญ่ ปัจจัยดันตลาดโต
“อำนาจ สิงหจันทร์” หัวหน้าฝ่ายการตลาด บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด ฉายภาพว่า สิ้นปี 2568 ตลาดทีวีของไทยจะมีมูลค่าประมาณ 21,100 ล้านบาท โต 2% จากปี 2567 ที่ตลาดมีมูลค่า 20,700 ล้านบาท และหดตัว 2.6% ส่วนตลาด OLED ทีวี จะมีมูลค่า 1,300 ล้านบาท เติบโตจากมูลค่า 1,140 ล้านบาทในปีก่อน
การเติบโตในปีนี้มาจาก 2 โจทย์สำคัญของผู้บริโภคกลุ่มบน-พรีเมี่ยมกำลังซื้อสูง และภาคธุรกิจ หรือ B2B คือ เทคโนโลยีอย่าง AI ที่ตอบโจทย์การยกระดับประสบการณ์รับชมภาพยนตร์ผ่านบริการสตรีมมิ่งและเล่นเกม อีกโจทย์คือ หน้าจอขนาดใหญ่ยิ่งขึ้นไปกว่าเดิม โดยปัจจุบันผู้บริโภคบน-พรีเมี่ยม ต้องการทีวีจอใหญ่มากขนาดอย่างต่ำ 65 นิ้ว หรือ 75 นิ้วขึ้นไป หลังนิยามทีวีไซซ์ปกติขยับเป็น 55 นิ้ว ส่วนจอใหญ่ ขยับไปเริ่มที่ขนาด 65 นิ้วแล้ว
นอกจากนี้ ยังมีความต้องการทีวีจอใหญ่ระดับ 90 นิ้วขึ้นไป จากฝั่งผู้ประกอบการ อาทิ โครงการอสังหาฯประเภทที่อยู่อาศัยระดับบน สำหรับนำไปใส่ในบ้านตัวอย่าง เพื่อย้ำภาพความหรูหราของโครงการ และชิงสร้างความประทับใจกับลูกค้าที่มาชมบ้าน เพิ่มโอกาสปิดการขาย เช่นเดียวกับร้านเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ต้องการแม็กเนตดึงดูดลูกค้ารับมือกระแสช็อปออนไลน์ จึงต้องการทีวีจอใหญ่มากเข้าไปเป็นตัวโชว์ โดยคุณสมบัติทีวีที่เป็นที่ต้องการจะต้องจอใหญ่-ภาพคมชัด-ดีไซน์สวย
ทั้งนี้ สะท้อนจากเทรนด์ในเซ็กเมนต์ OLED ทีวี ซึ่งสัดส่วนทีวีขนาด 75 นิ้วขึ้นไปเพิ่มจาก 20.8% ในปี’66 เป็น 25.7% ในปี’67
ส่ง AI เจาะครอบครัว-คอกีฬา
ฟังก์ชั่น AI ที่ตอบโจทย์การใช้งานในครอบครัว และคอกีฬา เป็นหนึ่งในไฮไลต์สำคัญของทีวีแอลจีในปี’68 นี้ ควบคู่กับการขยายไลน์อัพเพิ่มรุ่นจอยักษ์เข้ามารับเทรนด์ โดย “อำนาจ” กล่าวว่า เพื่อต่อยอดกระแสนี้มาผลักดันยอดขายในช่วงไตรมาส 3 เป็นต้นไป แอลจีจึงตัดสินใจขยายไลน์อัพทีวีในปี’68 เป็น 21 รุ่น จากเดิมที่มี 14 รุ่น มีไฮไลต์เป็นเทคโนโลยี AI ที่สามารถแยกแยะผู้ใช้รายบุคคล ผ่านการจดจำเสียง เพื่อปรับตั้งค่าภาพ-เสียงตามที่แต่ละรายชอบ พร้อมแนะนำคอนเทนต์ที่เหมาะสม ตอบโจทย์การใช้งานในครอบครัว ซึ่งทีวีมักเป็นสิ่งที่ทุกคนใช้ร่วมกัน
รวมถึงยังตอบโจทย์คอกีฬา ด้วยฟังก์ชั่นแจ้งเตือนกำหนดการแข่งกีฬายอดนิยมหลายประเภท อาทิ ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก, ลาลีกา สเปน, บาสเกตบอลเอ็นบีเอ ฯลฯ ซึ่งสามารถเลือกแจ้งเตือนตามทีมโปรดได้ และยังมี AI
Chatbot ช่วยวิเคราะห์และแก้ไขปัญหาการใช้งานเบื้องต้นได้
เพิ่มรุ่นจอยักษ์รับเทรนด์
พร้อมกับเพิ่มไลน์อัพทีวี QNED ขนาดใหญ่เป็นพิเศษ 85 นิ้ว และใหญ่ 100 นิ้วลงสู่ตลาด เช่นเดียวกับ OLED ทีวี ที่เพิ่มความหลากหลายของขนาดหน้าจอในซีรีส์ C เป็นตั้งแต่ 42 นิ้ว ไปจนถึง 88 นิ้ว
รวมถึงปรับกลยุทธ์การโชว์สินค้าทีวีในร้านค้าใหญ่ จากเดิมเน้นการโชว์ทุกไซซ์ เป็นการโชว์เฉพาะไซซ์ใหญ่ที่สุดของแต่ละซีรีส์ และใช้ฟังก์ชั่นพิเศษจำลองขนาดหน้าจอของไซซ์ที่เล็กกว่าแทน เพื่อให้ทุกร้านค้าสามารถโชว์ทีวีแอลจีได้ครบทุกซีรีส์ ช่วยให้สามารถรองรับความต้องการของผู้บริโภคได้หลากหลายยิ่งขึ้น
“ตอนนี้ความต้องการของผู้บริโภคหลากหลายมากขึ้น แบรนด์-ร้านค้าต้องเน้นโชว์สินค้าให้หลากหลายขึ้นตามไปด้วย เพื่อไม่ให้พลาดโอกาสขาย ขณะเดียวกันช่วง 1 เดือนที่ทดลองวางจำหน่าย ทีวีขนาด 100 นิ้ว ราคา 1.4 แสนบาท ทำยอดขายไปแล้วถึง 50 เครื่อง สะท้อนถึงกระแสทีวีจอยักษ์ ทำให้บริษัทเตรียมเพิ่มจุดจำหน่ายของรุ่น 100 นิ้ว จาก 30 ร้านค้า เป็น 80 ร้านค้า เพื่อเพิ่มโมเมนตัมยอดขาย”
เชื่อว่าเทคโนโลยี AI และการเพิ่มไลน์สินค้าจอยักษ์ รวมถึงการโหมทำแคมเปญ อาทิ แลกซื้อสินค้าภาพและเสียงในราคาพิเศษเมื่อซื้อทีวีและการบันเดิลทีวีกับสินค้าอื่นในราคาพิเศษ จะผลักดันให้สิ้นปี’68 นี้ ยอดขาย OLED ทีวี และทีวีขนาดใหญ่ 75 นิ้วขึ้นไป โต 20%
สารพัดฟังก์ชั่นอัตโนมัติพลัง AI
ไปในทิศทางเดียวกับ “ซัมซุง” ที่เปิดตัวทีวีรุ่นปี’68 พร้อมไฮไลต์ฟังก์ชั่น AI หลากหลายรูปแบบเพื่อชิงดีมานด์ในเซ็กเมนต์พรีเมี่ยม “ชวพจน์ เทียนทอง” ผู้อำนวยการกลุ่มธุรกิจภาพและเสียง บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด กล่าวว่า ทีวีซัมซุงรุ่นใหม่ปี’68 จะมีไฮไลต์เป็นฟังก์ชั่นอัตโนมัติจาก AI ทั้งอัพสเกลภาพเป็น 8K และปรับภาพตามประเภทคอนเทนต์และรสนิยมของผู้ใช้โดยอัตโนมัติ ไม่ต้องเสียเวลาตั้งค่าใหม่ทุกครั้ง
รวมถึงมีฟังก์ชั่นเสริมต่าง ๆ อาทิ ดูแลสัตว์เลี้ยงและเด็กเล็ก ผ่านเซ็นเซอร์ในตัวที่วิเคราะห์เสียงเห่า หรือเสียงร้องไห้ พร้อมแจ้งเตือนสถานการณ์ไปยังมือถือ หรือมอนิเตอร์ทันที ไปจนถึงแอปวางแผนมื้ออาหารด้วย AI ที่รวบรวมสูตรอาหารจากแหล่งต่าง ๆ พร้อมข้อมูลโภชนาการ
โดยมีไฮไลต์เป็น รุ่นเรือธง Neo QLED 8K QN990F พร้อมชิปประมวลผล AI Gen 3 สามารถปรับภาพและเสียงให้เหมาะสมกับคอนเทนต์และสภาพแวดล้อมได้แบบเรียลไทม์
TCL มั่นใจยอดขายไม่ต้องพึ่ง AI
ขณะที่แบรนด์เกาหลีบูม AI นั้น TCL แบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าสัญชาติจีนกลับเห็นต่าง โดยมองว่าปีนี้ AI จะยังไม่สามารถจูงใจผู้บริโภคได้ “แกรี่ จ้าว” กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทีซีแอล อิเล็กทรอนิกส์ (ไทยแลนด์) จำกัด อธิบายว่า สภาพเศรษฐกิจที่ท้าทายในปัจจุบันทำให้ ความคุ้มค่า มีผลต่อการตัดสินใจของผู้บริโภคมากเป็นพิเศษ ซึ่งความรู้สึกคุ้มค่านั้นจะมาจากสิ่งที่สามารถสัมผัสจับต้องและเข้าใจได้ง่าย ไม่ต้องอาศัยการอธิบาย รวมถึงเป็นสิ่งที่ได้ใช้งานเป็นประจำอย่าง สีสันและความคมชัดของภาพ, คุณภาพเสียง, การป้องกันแสงสะท้อนบนหน้าจอ ฯลฯ
“เราเชื่อว่าในปัจจุบันฟังก์ชั่น AI ยังเป็นสิ่งไกลตัวเกินกว่าที่ผู้บริโภคระดับกลางหรือกลางบน จะรู้สึกคุ้มค่าพอที่จะยอมจ่ายในราคาที่แพงขึ้น เมื่อเทียบกับการได้จอใหญ่ หรือภาพที่ชัดขึ้นในราคาใกล้เคียงหรือต่ำกว่า”
ชิง OLED ระดับเริ่มต้น-กลาง
โดยหนึ่งในยุทธศาสตร์ของ TCL ที่ต่อยอดจากแนวคิดนี้ คือ การชิงฐานลูกค้าจากเซ็กเมนต์ OLED “แกรี่” กล่าวว่า ช่วงท้ายปี’68 นี้ บริษัทจะมุ่งชิงฐานผู้ใช้ทีวี OLED ทีวีระดับเริ่มต้น-กลาง ทั้งกลุ่มลูกค้าใหม่ และผู้ที่ใช้ OLED ทีวีอยู่แล้ว แต่ต้องการอัพเกรด
ด้วยความคุ้มค่า จากราคาที่ใกล้เคียงกัน แต่ได้ฟังก์ชั่นมากกว่า รวมถึงฟังก์ชั่นเหล่านี้ยังเห็นได้ชัดเจน ณ จุดขาย และมีโอกาสใช้งานบ่อย ไม่ว่าจะเป็นหน้าจอแบบ QD-Mini LED คุณภาพภาพใกล้เคียงกับ OLED, การลดแสงสะท้อนบนหน้าจอ, ระบบเสียงจากแบรนด์ Bang & Olufsen รวมถึงขนาดหน้าจอที่ใหญ่กว่า
โดยวางโพซิชั่นทีวีรุ่น C6K เจาะกลุ่มผู้เคยใช้ OLED ทีวี แต่ต้องการอัพเกรดเป็นจอใหญ่ขึ้น และระบบลดแสงสะท้อนบนหน้าจอตอบโจทย์การใช้งานในห้องนั่งเล่น ส่วนรุ่น C7K จับกลุ่มผู้สนใจจะเปลี่ยนไปใช้ OLED ทีวี โดยนอกจากภาพแล้วจะจูงใจด้วยระบบเสียงจาก Bang & Olufsen ด้าน C8K มุ่งชิงฐานลูกค้า OLED ทีวีระดับกลาง ด้วยจอบางและดีไซน์ไร้ขอบ
มั่นใจว่า กลยุทธ์เหล่านี้จะมีส่วนสำคัญในการช่วยให้ทีซีแอล ชิงตำแหน่งเบอร์ 1 ของตลาดทีวีไทยได้ภายใน 5 ปีจากปัจจุบันเป็นเบอร์ 2 ด้านจำนวนเครื่องและเบอร์ 3 ด้านมูลค่า