เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เปิดมุมคิด “อัสสเดช คงสิริ” ดันตลาดทุนไทย สร้างโอกาส-ดึงดูดลงทุน
Finance เปิดมุมคิด “อัสสเดช คงสิริ” ดันตลาดทุนไทย สร้างโอกาส-ดึงดูดลงทุน
เจาะกลยุทธ์ ‘ทรูมันนี่’ 2026 เขย่าตลาดแตะจ่าย-เชื่อมอีโคซิสเต็ม Ascend Bank
Tech เจาะกลยุทธ์ ‘ทรูมันนี่’ 2026 เขย่าตลาดแตะจ่าย-เชื่อมอีโคซิสเต็ม Ascend Bank
‘ปิยะรัฐชย์’ โชว์ผลงาน 99 วัน ลุยเชื่อมข้อมูลเกษตรกร
Economic ‘ปิยะรัฐชย์’ โชว์ผลงาน 99 วัน ลุยเชื่อมข้อมูลเกษตรกร
ปกรณ์ แช่แข็ง ‘อัตราข้าราชการ’ ปี’70 ยุบ-เลิกตำแหน่ง-เออร์ลี่รีไทร์
Politics ปกรณ์ แช่แข็ง ‘อัตราข้าราชการ’ ปี’70 ยุบ-เลิกตำแหน่ง-เออร์ลี่รีไทร์
ค่าเงินบาทวันนี้ (23 ก.ค.) เปิดตลาด 33.80 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (23 ก.ค.) เปิดตลาด 33.80 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
นายกฯ ตั้ง คกก.ภาครัฐโปร่งใส ‘ปกรณ์’ นำทีมดึงเอกชน–กูรูเศรษฐกิจ ร่วมขจัดทุจริต
Politics นายกฯ ตั้ง คกก.ภาครัฐโปร่งใส ‘ปกรณ์’ นำทีมดึงเอกชน–กูรูเศรษฐกิจ ร่วมขจัดทุจริต
‘บุญวิสุทธิ์’ รุกธุรกิจอีโคซิสเต็มอีวี ผุดศูนย์เมโทรเวิร์ส-สถานีชาร์จ VOLTZ
Automotive ‘บุญวิสุทธิ์’ รุกธุรกิจอีโคซิสเต็มอีวี ผุดศูนย์เมโทรเวิร์ส-สถานีชาร์จ VOLTZ
พลิกพื้นที่ประวัติศาสตร์ AWC-SCB ชู ‘เวิ้งนครเกษม-เยาวราช’ เชื่อมวัฒนธรรมไทย-จีน
Biz Movement พลิกพื้นที่ประวัติศาสตร์ AWC-SCB ชู ‘เวิ้งนครเกษม-เยาวราช’ เชื่อมวัฒนธรรมไทย-จีน
พยากรณ์อากาศวันนี้ (23 ก.ค.) ภาคเหนือ อีสาน ตะวันออก กลาง และ กทม. ฝน 60 – 70%
Economic พยากรณ์อากาศวันนี้ (23 ก.ค.) ภาคเหนือ อีสาน ตะวันออก กลาง และ กทม. ฝน 60 – 70%
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (23 ก.ค.) ปรับลง 0.49% อยู่ที่ 65,988 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (23 ก.ค.) ปรับลง 0.49% อยู่ที่ 65,988 เหรียญสหรัฐ
ดูทั้งหมด

ราคาทองคำเป้าหมายปีนี้ 3,600 ดอลลาร์ และมีโอกาสแตะ 3,780 ดอลลาร์

07 ก.ย. 2568 | 08:56น.
A detailed gold stock market report displayed on a computer monitor. investment finance
คอลัมน์ : สถานีลงทุน
ผู้เขียน : ธนรัชต์ พสวงศ์ ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส

ราคาทองปรับขึ้นร้อนแรงทำ All Time High แตะ 3,578 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นการปรับขึ้นอย่างรวดเร็วติดต่อกัน 7 วัน ราว 200 ดอลลาร์ จากความไม่แน่นอนเศรษฐกิจสหรัฐและเศรษฐกิจโลก ความเชื่อมั่นเงินดอลลาร์ลดลง

ส่งผลให้ทองคำที่เป็นสินทรัพย์ปลอดภัยกลับมาได้รับความสนใจจากนักลงทุน 4 ปัจจัยที่ขับเคลื่อนให้ราคาทองคำมีแนวโน้มปรับขึ้นต่อเนื่องและมีโอกาสทำ All Time High ประกอบด้วย 1.ความไม่แน่นอนของมาตรการภาษีการค้าของทรัมป์ 2.อัตราดอกเบี้ยของสหรัฐที่เป็นขาลง 3.การแทรกแซงทางการเมืองต่อเฟดที่เป็นองค์กรอิสระมากขึ้น 4.แรงซื้อทองคำจากกองทุนเอทีเอฟทองคำและธนาคารกลาง

ฮั่วเซ่งเฮงคาดการณ์ราคาทองคำเป้าหมายในปีนี้ ที่ 3,600 ดอลลาร์ และมีโอกาสแตะ 3,780 ดอลลาร์ ราคาทองคำทางด้านเทคนิคมีรูปแบบ Symmetrical Triangle หลังจากเดือนเมษายนที่ราคาทองคำปรับขึ้นทำ All Time High 3,500 ดอลลาร์ และเคลื่อนไหวในกรอบสามเหลี่ยมมา 4 เดือน ในที่สุดราคาปรับขึ้น Break out ที่ 3,400 ดอลลาร์ขึ้นมาได้เมื่อวันพฤหัสฯที่ 28 สิงหาคม หลังจากนั้นมีแรงซื้อเข้ามาต่อเนื่อง เป้าหมายแรกของราคาทองคำทางด้านเทคนิคอยู่ที่ 3,590-3,600 ดอลลาร์ และเป้าหมายถัดไป 3,780 ดอลลาร์

ราคาทองคำทางด้านปัจจัยพื้นฐานให้ไว้ที่ 3,630 ดอลลาร์ ซึ่งมีสมมุติฐานว่าราคาทองคำเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 28% ในช่วงเศรษฐกิจสหรัฐถดถอยในอดีตที่ผ่านมา ทั้งนี้ได้คำนวณจากราคาทองคำอยู่ที่ 2,841 ดอลลาร์ เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2568 ที่สหรัฐเริ่มทำสงครามการค้ากับจีนในสมัยทรัมป์ 2.0

4 ปัจจัยขับเคลื่อนราคาทองทำ All Time High

1.ความไม่แน่นอนของมาตรการภาษีการค้าของทรัมป์

สิ่งที่ตามมาคือความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจสหรัฐและเศรษฐกิจโลก หลังศาลอุทธรณ์สหรัฐมีคำตัดสินว่ามาตรการเก็บภาษีการค้าของทรัมป์ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ระบุว่ามีเพียงสภาคองเกรสเท่านั้นที่มีอำนาจบังคับใช้มาตรการเก็บภาษีในวงกว้างได้ ซึ่งศาลอนุญาตให้ภาษีดังกล่าวยังคงมีผลบังคับใช้ต่อไปจนถึงวันที่ 14 ตุลาคม ล่าสุดเมื่อวันที่ 3 กันยายน กระทรวงยุติธรรมสหรัฐได้ยื่นอุทธรณ์คำตัดสินของศาลอุทธรณ์ว่าทรัมป์ใช้กฎหมาย International Emergency Economic Powers Act ปี 1977 (IEEPA) ได้หรือไม่

นอกจากนี้ได้ขอให้ศาลสูงสุดตัดสินใจว่าจะรับพิจารณาคดีหรือไม่ภายในวันที่ 10 กันยายน และขอให้มีการเร่งกระบวนการพิจารณาคดี ส่งผลให้ในช่วงเวลาต่อจากนี้ธุรกิจในประเทศและประเทศคู่ค้ากำลังรอดูว่าศาลสูงสุดสหรัฐจะรับพิจารณาคดีนี้หรือไม่ และถ้ารับพิจารณาคำตัดสินของศาลจะออกมาในรูปแบบไหน

หากศาลสูงยืนยันคำตัดสินของคำตัดสินของศาลอุทธรณ์ เกิดคำถามว่า

(1) สหรัฐจะต้องคืนเงินภาษีนำเข้าที่เก็บมาแล้วหรือไม่ อาจสร้างความไม่แน่นอนต่อตลาดการเงิน

(2) ข้อตกลงทางการค้าที่ดีลสำเร็จแล้วจะต้องมีการกำหนดอัตราภาษีใหม่และเจรจาใหม่หรือไม่ และยังสร้างความปั่นป่วนให้การเจรจาข้อตกลงการค้าใหม่ ๆ ที่ยังไม่เสร็จสิ้น

หากศาลสูงพลิกคำตัดสินของศาลอุทธรณ์และยืนข้างฝ่ายรัฐบาลทรัมป์ ก็อาจเป็นบรรทัดฐานที่ทำให้ทรัมป์ใช้กฎหมาย IEEPA ได้อย่างก้าวร้าวยิ่งขึ้น ซึ่งการตัดสินที่เข้าข้างทรัมป์ก็อาจมีความเป็นไปได้ เนื่องจาก 6 ใน 9 ผู้พิพากษามาจากการแต่งตั้งของประธานาธิบดีพรรครีพับลิกัน รวมถึง 3 คนที่ทรัมป์แต่งตั้งในสมัยแรก

2.อัตราดอกเบี้ยของสหรัฐที่เป็นขาลง

ฮั่วเซ่งเฮงคาดว่าเฟดจะปรับลดดอกเบี้ยครั้งแรกของปีนี้ ในการประชุมวันที่ 16-17 กันยายน โดยคาดว่าจะปรับลดดอกเบี้ย 0.25% หลังจากตัวเลขการจ้างงาน NFP อ่อนแอ ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา เพิ่มขึ้นเพียง 35,000 ตำแหน่ง/เดือน ซึ่งในมุมมองของตลาดคาดว่าจะลดดอกเบี้ยในปีนี้ 0.50% และในปี 2569 จะลดดอกเบี้ย 0.75% การประชุมครั้งนี้ที่สำคัญคือการเปิดเผย Dot Plot หรือประมาณการอัตราดอกเบี้ยของเฟด ซึ่ง Dot Plot ล่าสุดเดือนมิถุนายนเฟดคาดการณ์ว่าจะปรับลดดอกเบี้ยในปีนี้ 0.50% และในปี 2569-2570 จะชะลอลดอัตราดอกเบี้ย โดยจะปรับลดดอกเบี้ยเพียงปีละ 0.25% เท่านั้น ซึ่งฮั่วเซ่งเฮงคาดว่าเฟดจะมีการปรับประมาณการ Dot Plot อาจจะต้องเร่งลดดอกเบี้ย ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นปัจจัยหนุนราคาทองคำในกลางเดือนกันยายน

3.การแทรกแซงทางการเมืองต่อเฟดที่เป็นองค์กรอิสระมากขึ้น

ทรัมป์ได้กดดันให้เฟดลดดอกเบี้ยหลายครั้งและขู่ว่าจะปลดพาวเวลล์ออกจากตำแหน่งประธานเฟด ประเด็นที่ร้อนแรงคือทรัมป์สั่งปลดผู้ว่าการเฟด ลิซ่า คุก จากคณะกรรมการผู้ว่าเฟด นำไปสู่การฟ้องร้องคุ้มครองชั่วคราวให้ดำรงตำแหน่งต่อไป ซึ่งในช่วงเวลานี้อยู่ในขั้นตอนของกฎหมาย ทำให้มีแนวโน้มที่จะมีคณะกรรมการผู้ว่าการเฟดที่ทรัมป์แต่งตั้งเพิ่มขึ้นอีก 1 คน จากเดิมมี 3 คน ใน 7 คน ส่วนคณะกรรมการ FOMC ในการลงมตินโยบายการเงินมีทั้งหมด 12 คน แต่สิ่งที่สำคัญคือกระทบทางลบต่อความเชื่อมั่นต่อสหรัฐและเงินดอลลาร์มีแนวโน้มเสื่อมค่าลง

4.แรงซื้อทองคำจากกองทุนเอทีเอฟทองคำและธนาคารกลาง

ในปีนี้กองทุนอีทีเอฟทองคำเริ่มกลับมาซื้อทองคำอย่างหนัก หลังจากที่ขายทองคำติดต่อกันมา 4 ปี ซึ่งในช่วง 7 เดือนแรกของปีนี้ กองทุนอีทีเอฟทองคำเข้ามาซื้อทองคำราว 420 ตัน มีการถือครองทอง ณ สิ้นเดือนกรกฎาคมที่ 3,639 ตัน เป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2565 ส่วนกองทุน SPDR ที่เป็นกองทุนอีทีเอฟทองคำขนาดใหญ่ที่สุดในโลกได้เข้ามาซื้อทองคำในปีนี้ (ณ วันที่ 4 กันยายน) 109.5 ตัน มีการถือครองทอง 981.97 ตัน

ในช่วง 7 เดือนแรกของปีนี้ ธนาคารกลางทั่วโลกซื้อทองคำราว 425 ตัน ถึงแม้ว่าลดลงเมื่อเทียบกับช่วงของปีก่อน และในเดือนกรกฎาคมซื้อทองเพียง 10 ตัน เนื่องจากราคาทองคำเพิ่มขึ้น แต่คาดว่ามีแนวโน้มที่จะซื้อทองคำในช่วงที่เหลือของปีนี้ เนื่องจากการลดพึ่งพาเงินดอลลาร์ (Dedollarization) ของกลุ่ม BRICS และประเทศตลาดเกิดใหม่คาดยังคงมีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อย ๆ จากการประเมินว่าเงินดอลลาร์จะเสื่อมค่าลงในอนาคต

ทาง Metals Focus คาดธนาคารกลางจะเข้าซื้อทองคำในปีนี้ ราว 900 ตัน หลังจากได้เข้าซื้อทองคำเกิน 1 พันตันติดต่อกันมา 3 ปีนับตั้งแต่ปี 2565