เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘แต้ว-ณฐพร’ ยื่นหนังสือคัดค้าน CG ตัดต่อหลุด ‘โมโน’ สั่งตัดฉากร้อน-เลื่อนฉาย ‘นาคี 3’
News ‘แต้ว-ณฐพร’ ยื่นหนังสือคัดค้าน CG ตัดต่อหลุด ‘โมโน’ สั่งตัดฉากร้อน-เลื่อนฉาย ‘นาคี 3’
กระทรวงแรงงาน ชงมาตรฐานกองถ่าย คุมเวลาทำงาน-แก้ปัญหาค้างค่าจ้าง
HR กระทรวงแรงงาน ชงมาตรฐานกองถ่าย คุมเวลาทำงาน-แก้ปัญหาค้างค่าจ้าง
ต๋อย ไตรภพ เปิดแผนใหม่ “บอร์นฯ” พลิกจากทีวีสู่โลกออนไลน์ ยันไม่เลิกกิจการ
Business ต๋อย ไตรภพ เปิดแผนใหม่ “บอร์นฯ” พลิกจากทีวีสู่โลกออนไลน์ ยันไม่เลิกกิจการ
RWS ทุ่ม 100 ล้านพลิกโฉม ‘ราชดำเนิน’ ดึงซุปตาร์โลก-ปักหมุดผู้ชม 1 ล้านคนปี’71
Sport RWS ทุ่ม 100 ล้านพลิกโฉม ‘ราชดำเนิน’ ดึงซุปตาร์โลก-ปักหมุดผู้ชม 1 ล้านคนปี’71
‘ปลา IBERRY’ ไปต่อแบรนด์ที่ 24 ‘เบญจมิน’ ร้านอาหารไทยรสมือ ‘เชฟเบนซ์-อัครเดช’
Business ‘ปลา IBERRY’ ไปต่อแบรนด์ที่ 24 ‘เบญจมิน’ ร้านอาหารไทยรสมือ ‘เชฟเบนซ์-อัครเดช’
CREDIT กำไร Q3/69 นิวโฮ 1,239 ล้าน โต 22% สินเชื่อเพิ่ม 13.8% คุมเอ็นพีแอลเหลือ 4%
Finance CREDIT กำไร Q3/69 นิวโฮ 1,239 ล้าน โต 22% สินเชื่อเพิ่ม 13.8% คุมเอ็นพีแอลเหลือ 4%
ส่องกำไร 6 แบงก์ใหญ่ โตฝ่าดอกเบี้ยต่ำ รุกธุรกิจ Wealth
Finance ส่องกำไร 6 แบงก์ใหญ่ โตฝ่าดอกเบี้ยต่ำ รุกธุรกิจ Wealth
ฉางอาน เผยส่งรถใหม่ 12 รุ่น ลุยตลาด ภายใน 3 ปี
Automotive ฉางอาน เผยส่งรถใหม่ 12 รุ่น ลุยตลาด ภายใน 3 ปี
พูนพงษ์ วางเกมรับค่าครองชีพระยะยาว จับตาต้นทุนพลังงาน-ขนส่งกดดันราคาสินค้า
Economic พูนพงษ์ วางเกมรับค่าครองชีพระยะยาว จับตาต้นทุนพลังงาน-ขนส่งกดดันราคาสินค้า
KTB โชว์กำไร Q3/2569 โต 12,582 ล้าน 9 เดือนทรงตัว ตั้งสำรองลด 14%
Finance KTB โชว์กำไร Q3/2569 โต 12,582 ล้าน 9 เดือนทรงตัว ตั้งสำรองลด 14%
ดูทั้งหมด

จุฬาฯ-สภากาชาด ผนึกกำลัง พัฒนายาชีววัตถุระดับอุตสาหกรรม

09 ก.ย. 2568 | 14:15น.

“จุฬาฯ-สภากาชาดไทย” ผนึกกำลัง พัฒนายาชีววัตถุระดับอุตสาหกรรม เริ่มต้นจากยาต้านมะเร็งปอด เสริมความมั่นคงทางสุขภาพของประเทศ

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและสภากาชาดไทย ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางการวิจัยและพัฒนาเพื่อผลักดัน “โครงการวิจัยและนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ยาชีววัตถุ” โดยมีเป้าหมายเพื่อผลิตโมโนโคลนอลแอนติบอดีในระดับอุตสาหกรรม ด้วยเทคโนโลยีชีวภาพที่ทันสมัย เพื่อใช้ในการรักษาโรคสำคัญของประเทศ ได้แก่ พิษงูเห่าและมะเร็งปอด

โดยมี ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และนายเตช บุนนาค เลขาธิการสภากาชาดไทย เป็นประธานในพิธี พร้อมทั้งผู้บริหารระดับสูงจากทั้ง 2 องค์กรร่วมเป็นสักขีพยาน ร่วมด้วยคณะนักวิจัยจากคณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ และสภากาชาดไทย พร้อมด้วยผู้แทนจากภาคส่วนที่เกี่ยวข้องร่วมในพิธี

ความร่วมมือครั้งนี้เกิดจากการผสานศักยภาพของทั้ง 2 องค์กรอย่างแท้จริง โดยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมีความเชี่ยวชาญด้านการวิจัยทั้งในระดับห้องปฏิบัติการและการวิจัยทางคลินิก มีนักวิจัยหลากหลายสาขาที่สามารถพัฒนาโมเลกุลต้นแบบและทดสอบประสิทธิภาพเชิงชีวภาพได้อย่างครอบคลุม

ขณะที่สภากาชาดไทยมีความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานและเทคโนโลยีการผลิตส่วนประกอบโลหิต วัคซีนและยาชีววัตถุในระดับอุตสาหกรรม รวมถึงบุคลากรที่มีประสบการณ์ในการควบคุมคุณภาพและมาตรฐานการผลิตระดับสากล

เมื่อทั้ง 2 ฝ่ายร่วมมือกัน จึงเกิดเป็นระบบนิเวศนวัตกรรมที่เชื่อมโยงตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ครอบคลุมตั้งแต่การวิจัย การพัฒนา ไปจนถึงการผลิตและการนำไปใช้จริง

โครงการนำร่องภายใต้ความร่วมมือในครั้งนี้ มุ่งเน้นการพัฒนาวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้ออุบัติซ้ำและอุบัติใหม่ และโมโนโคลนอลแอนติบอดี สำหรับยาต้านมะเร็งด้วยภูมิคุ้มกันบำบัดที่มีความจำเพาะสูง ซึ่งเป็นโรคที่มีผลกระทบต่อประชาชนจำนวนมาก และยังขาดแคลนทางเลือกในการรักษาที่เข้าถึงได้

ความสำเร็จของโครงการนี้ไม่เพียงช่วยลดการพึ่งพาการนำเข้ายาจากต่างประเทศ แต่ยังเป็นการยกระดับขีดความสามารถของประเทศไทยในการพัฒนายาชีววัตถุด้วยตนเอง สร้างความมั่นคงทางสุขภาพในระยะยาว และเปิดโอกาสให้เกิดการต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ที่ตอบโจทย์สาธารณสุขไทยในอนาคต

ส่งเสริมสุขภาวะ-ย้ำบทบาทการพัฒนางานวิจัย

ศ.ดร.วิเลิศกล่าวว่า จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและสภากาชาดไทยมีการทำงานร่วมกันมาเป็นเวลานาน พิธีลงนามความร่วมมือในครั้งนี้เป็นการประกาศความร่วมมือกันในโครงการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์ยาชีววัตถุซึ่งเป็นโครงการระยะยาวที่มีผลกระทบต่อเรื่องสุขภาพ

จุฬาฯมีทั้งคณะแพทยศาสตร์ คณะเภสัชศาสตร์ คณะสหเวชศาสตร์ คณะพยาบาลศาสตร์ ฯลฯ ซึ่งเกี่ยวข้องกับเรื่องสุขภาพ โรคมะเร็งเป็นสาเหตุการสูญเสียชีวิตของคนไทยเป็นอันดับหนึ่ง เราต้องการงานวิจัยในเชิงของการป้องกัน โดยโครงการนำร่องคือยาต้านมะเร็งปอด รวมถึงงานวิจัยในเรื่องวัคซีนต่าง ๆ

การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือโครงการวิจัยและนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ยาชีววัตถุ นอกจากการเสริมสร้างสุขภาวะของประชาชนแล้ว ยังตอกย้ำบทบาทของทั้ง 2 สถาบันในการพัฒนางานวิจัยและสร้างนวัตกรรมที่ส่งผลเชิงรูปธรรมต่อคุณภาพชีวิตและความสุขของประชาชนไทยในระยะยาว

โดยจุฬาฯและสภากาชาดไทย เชื่อมั่นว่าความร่วมมือในครั้งนี้เป็นการสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ ทำให้งานวิจัยและนวัตกรรมของไทยมีความก้าวล้ำนานาอารยประเทศ และที่สำคัญคือการช่วยให้คนไทยมีสุขภาพที่แข็งแรงและอายุยืนยาวมากยิ่งขึ้น

พึ่งพาตนเอง-ความมั่นคงทางยา

นายเตช บุนนาค เลขาธิการสภากาชาดไทย กล่าวว่า การดูแลสุขภาพอนามัยของประชาชนถือเป็นพันธกิจสำคัญที่สภากาชาดไทยดำเนินงานภายใต้หลักการกาชาดสากลมาโดยตลอด ยาและวัคซีนที่มีคุณภาพและได้มาตรฐานเป็นหัวใจของการป้องกันและรักษาโรค ซึ่งสภากาชาดไทย โดยเฉพาะสถานเสาวภาและศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติมีบทบาทหลักในการผลิตวัคซีนและยาชีววัตถุที่จำเป็นต่อการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันและการรักษาโรคมาอย่างยาวนาน

ที่ผ่านมางานวิจัยและเทคโนโลยีมักเป็นของต่างชาติ ปัจจุบันนักวิจัยและนักวิทยาศาสตร์ไทยสามารถวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ยาชีววัตถุที่เป็นนวัตกรรมของไทย เพื่อการพึ่งพาตนเองได้ ซึ่งเป็นความมั่นคงทางยาของประเทศ

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่โลกเผชิญความท้าทายจากโรคอุบัติใหม่และอุบัติซ้ำ ความร่วมมือกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจะช่วยต่อยอดองค์ความรู้และยกระดับกระบวนการผลิตด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง เป็นการผนึกกำลังที่ทรงคุณค่า เพื่อผลิตวัคซีนและยาชีววัตถุที่ได้มาตรฐานสากล สามารถเข้าถึงได้จริง และตอบโจทย์สุขภาพของคนไทยทุกคน