เอกชนวอนนายกฯ อุ้มเอสเอ็มอี-ดูแลค่าเงินบาท หวั่นแบกต้นทุนสูง
ส.อ.ท. วอนนายกฯ เร่งอุ้มเอสเอ็มอีเข้าถึงแหล่งเงินทุน อยากเห็นเงินบาทอ่อนค่าอยู่ที่ 34-35 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ เป็นระดับเหมาะสม ชี้ยังประสบปัญหาต้นทุนผลิตสูง
นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวภายหลังหารือกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ว่าได้พูดคุยรายละเอียดเรื่องการกำหนดสัดส่วนการใช้วัตถุดิบและการผลิตสินค้าในประเทศ (Local Content) เพื่อการเจรจาภาษีศุลกากรแบบตอบโต้ในสินค้าที่นำเข้าไปสหรัฐว่าจะใช้มาตรฐานใด อุตสาหกรรมใดที่ทำได้ และอุตสาหกรรมใดที่ทำไม่ได้ จะมีมาตรการเยียวยาอย่างไร

นอกจากนี้ยังต้องแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับการหลั่งไหลของสินค้าราคาถูกที่เข้ามาทุ่มตลาดในไทยมากที่สุด เพราะกระทบกับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีจำนวนมาก เชื่อว่านายกฯ น่าจะเข้าใจดี หากปล่อยให้สถานการณ์เป็นแบบนี้ต่อเนื่อง จะส่งผลกระทบต่อเอสเอ็มอีเพิ่มขึ้นจาก 24 กลุ่ม เป็น 30 กลุ่ม
ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการยังประสบปัญหาต้นทุนราคาพลังงานที่ค่อนข้างสูง ซึ่งปัจจุบันเอสเอ็มอีเปราะบางที่สุด อยากให้ภาครัฐแก้ปัญหาให้ตรงจุด เช่น การตัดหนี้ ขยายวงเงินให้เอสเอ็มอีมากขึ้น เพื่อให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้เร็วที่สุด รวมถึงหน่วยงานเอสเอ็มอีจะต้องบูรณาการสนับสนุนทุน จะช่วยลดผลกระทบกับเอสเอ็มอีได้ค่อนข้างมาก
“วันนี้ปัญหาหนี้ภาคครัวเรือนสูงมาก และเป็นปัญหาใหญ่ที่กดทับกำลังซื้อ ส่วนปัญหาเรื่องการค้าชายแดนส่งผลต่อซัพพลายเชนภาคอุตสาหกรรมได้รับผลกระทบ ต้นทุนสูงขึ้น วันนี้เราแก้ไขปัญหากันเอง เพราะ ส.อ.ท.เข้าใจว่าเรื่องสำคัญของประเทศ คือ เรื่องอธิปไตย ความมั่นคง การเจรจาให้ถูกต้อง เราคงไม่ได้กดดันอะไร แต่จะมีมาตรการอะไรเข้ามาช่วยเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ ในระหว่างที่อยู่ระหว่างการเจรจาได้บ้าง”

ส่วนโครงการต่าง ๆ ที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างแท้จริง สร้างพายุหมุนจริง คือ อยากให้รัฐบาลเร่งผลักดันการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วย Made in Thailand อย่าเน้นที่ถูกสุด เพราะหากเน้นที่ถูกสุด ภาคเอกชนไทยอาจแข่งขันไม่ได้ สุดท้ายภาครัฐจะได้สินค้าถูกแต่คุณภาพไม่ดี และเงินก็จะไหลออกไปยังต่างประเทศ
ส่วนสถานการณ์ค่าเงินบาทแข็งค่านั้น ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ดูแลอยู่แล้ว แต่ปัจจุบันค่าเงินบาทไม่สะท้อนสภาพเศรษฐกิจที่ควรจะอ่อน แต่กลับแข็งค่า ต้องไปดูว่าเกิดอะไรขึ้น ซึ่งมีการพูดถึงการส่งออกทองคำไปยังกัมพูชาสูงมากผิดปกติ
“การเร่งส่งออกทองคำไปกัมพูชาก่อนหน้านี้ อาจมีความต้องการใช้บาทสูง หรือมีบางอย่างในโครงสร้างที่มีความผิดปกติเกิดขึ้นหรือไม่ ซึ่งเรื่องนี้จะต้องไปพิจารณาให้ละเอียด วันนี้ ทราบว่า ธปท.ได้เชิญผู้ค้าทองคำมาพบ เชื่อว่าเป็นสิ่งที่ดี วันนี้หากแก้ไขไม่ตรงจุด จะเหนื่อยและไม่ได้ผล ต้องดูละเอียดว่าคนซื้อคือใคร มีความผิดปกติหรือไม่ ยืนยันว่า ส.อ.ท.พร้อมที่จะร่วมทำงานกับภาครัฐอย่างต่อเนื่อง“
นายเกรียงไกรกล่าวว่า ในฐานะผู้ส่งออก ค่าเงินบาทที่เหมาะสม อยากให้เงินบาทอ่อนค่ามาก ๆ แต่ต้องบาลานซ์เรื่องของการนำเข้าและส่งออกด้วย โดยเงินบาทหากอยู่ที่ 34-35 บาท แต่ก็ต้องดูประเทศเพื่อนบ้านด้วย
