โอกาสแสดงความจริงใจ แก้รัฐธรรมนูญ
amending the constitution
คอลัมน์ : ชั้น 5 ประชาชาติ ผู้เขียน :ณัฐวุฒิ ประชาชาติ
วาระประชามติ-แก้รัฐธรรมนูญ เป็นวาระใหญ่ของรัฐบาลภูมิใจไทย ตามเงื่อนไข MOA ที่ทำไว้กับพรรคประชาชน
เกมของพรรคประชาชนที่ดีลกับพรรคภูมิใจไทย ด้านหนึ่งถูกมองจากแฟนคลับสีส้ม-บรรดานางแบก นายแบก เพื่อไทย ว่าเป็นการ “เสียเหลี่ยม” ให้กับพรรคภูมิใจไทยหรือไม่
เพราะปลายทางอาจถูกเบี้ยวดีล แต่อย่างน้อยเกมนี้ของพรรคประชาชน ก็ทำให้กระแสแก้รัฐธรรมนูญถูกผลักขึ้นสูงอีกครั้งในสังคม และเป็นสิ่งที่สังคมจับตามอง
ไม่ว่าพรรคเพื่อไทย ไม่ว่าพรรคภูมิใจไทย บวก สว. ต้องลงมาเล่นเกมนี้ทั้งสิ้น และดีไม่ดีจะกลายเป็นหนึ่งวาระใหญ่ในการเลือกตั้งปีหน้า 2569 ที่พรรคการเมืองอาจไม่กล้าเบี้ยว
ย้อนไปเลือกตั้ง 2566 นโยบายแก้ไขรัฐธรรมนูญ เป็นหนึ่งในนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลพรรคเพื่อไทย มีตั้งลูกตั้งคณะกรรมการเพื่อพิจารณาศึกษาแนวทางในการทำประชามติ ตั้งแต่การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดแรก 3 ตุลาคม 2566
รับฟังความเห็นจากหลากหลายกลุ่ม รวมถึงประชาชนทั้ง 4 ภาค จนได้ข้อสรุปเรื่องการตั้งคำถามประชามติ เมื่อ 25 ธันวาคม 2566 “ท่านเห็นชอบหรือไม่ให้มีการทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยไม่แก้ไขหมวด 1 บททั่วไป หมวด 2 พระมหากษัตริย์” และจะเสนอ ครม.ช่วงไตรมาสแรกของปี 2567
1 กุมภาพันธ์ 2567 พรรคเพื่อไทย และ พรรคก้าวไกล ร่วมกันยื่นร่างแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ประชามติ 2 ฉบับ เนื่องจากเห็นว่ากฎหมายประชามติ 2564 ต้องใช้เสียงข้างมาก 2 ชั้น หรือ Double Majority ซึ่งชั้นแรกนับจำนวนผู้มาใช้สิทธิต้องเกินกึ่งหนึ่งของผู้มีสิทธิทั้งหมด และชั้นสองผู้ที่มาออกเสียงต้องเป็นเสียงข้างมากของผู้ใช้สิทธิ ดังนั้น พรรคเพื่อไทย กับ พรรคก้าวไกล เกรงว่าประชามติจะไม่ผ่าน จึงต้องมีการ “ปลดล็อก” ประชามติ 2 ชั้น
23 เมษายน 2567 ครม.มีมติเห็นชอบรายงานผลการศึกษาของคณะกรรมการ พร้อมทั้งเห็นชอบแนวทางการทำประชามติ 3 ครั้ง โดยคาดการณ์ว่าจะใช้งบประมาณ 3,200 ล้านบาท ต่อการทำประชามติ 1 ครั้ง
28 พฤษภาคม 2567 ครม.อนุมัติร่างแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.ประชามติฉบับรัฐบาล
18 มิถุนายน 2567 ที่ประชุมสภาได้รับหลักการร่างแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.ประชามติรวม 4 ฉบับคือ ของ ครม. ของพรรคเพื่อไทย ของพรรคก้าวไกล และของพรรคภูมิใจไทย และเข้าสู่การแก้ไขในชั้นกรรมาธิการ
21 สิงหาคม 2567 ที่ประชุมสภามีมติเป็นเอกฉันท์ 409 เสียง เห็นชอบปลดล็อกเสียงข้างมาก 2 ชั้น ให้เหลือชั้นเดียว นอกจากนี้ ในร่าง พ.ร.บ.ประชามติฉบับใหม่ยังเปิดโอกาสให้การลงคะแนนประชามติเป็นวันเดียวกับการเลือกตั้งท้องถิ่น และเลือกตั้ง สส.ได้
แต่แล้วเมื่อถึงการพิจารณาของชั้น สว. โดยเฉพาะ สว.สีน้ำเงินที่กุมเสียงข้างมาก โหวตให้กลับไปใช้เสียงข้างมาก 2 ชั้น จนสภาผู้แทนราษฎรต้องยืนยันกลับ แล้วทิ้งกฎหมายไว้ 180 วัน สถานการณ์ผ่านมา 6 เดือน เกมแก้รัฐธรรมนูญหยุดชะงักในรัฐบาลเพื่อไทย
เกมแก้รัฐธรรมนูญกลายเป็น “วาระเตะถ่วง” มากว่า 2 ปี ฉากหน้าต้องการแก้ แต่เบื้องหลังคิดสารพัดมุขคอยเตะถ่วง ไม่ว่าสีน้ำเงิน หรือแดง