Skip to content

ไทม์ไลน์ MOA ปชน.-ภูมิใจไทย รัฐบาลเฉพาะกิจ 6 เดือน คุมเกมเลือกตั้งใหม่

06 ก.ย. 2568 | 06:20น.
ไทม์ไลน์ MOA ปชน.-ภูมิใจไทย รัฐบาลเฉพาะกิจ 6 เดือน คุมเกมเลือกตั้งใหม่
คอลัมน์ : Politics policy people forum

เกมชิงบัลลังก์อำนาจจัดตั้งรัฐบาลนาทีนี้ ระหว่างขั้วเพื่อไทยกับขั้วภูมิใจไทย อาจกล่าวได้ว่าดุเดือด รุนแรงที่สุดในรอบทศวรรษ

อาจเดือดพอ ๆ กับวันที่ “กลุ่มเพื่อนเนวิน” ตัดสินใจหักเกมนายใหญ่ นำ 30 สส.ย้ายข้างมาโหวต “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” เป็นนายกรัฐมนตรี คนที่ 27 จนเกิดวาทกรรมการเมืองที่จารึกมาถึงปัจจุบัน …จบแล้วครับนาย

เหมือนวาทกรรมจะซ้ำรอย เมื่อพรรคเพื่อไทยเดินเกมพลาดจนพังทั้งกระดาน บีบ “อนุทิน ชาญวีรกูล” แห่งภูมิใจไทย คืนเก้าอี้ รมว.มหาดไทย สถานการณ์บานปลายเพราะพิษคลิปเสียง

“อนุทิน-ภูมิใจไทย” ไปเป็นฝ่ายค้านชั่วขณะ ก็พลิกกลับมาเป็นว่าที่นายกฯ คนที่ 32 เมื่อยอมรับเงื่อนไขของพรรคประชาชน แม้ว่าพรรคเพื่อไทยจะไม่ยอม-ไม่หมอบง่าย ๆ

143+146 ภูมิใจไทย ชิงตั้งรัฐบาล

“อนุทิน-ภูมิใจไทย” ประกาศตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อย 146 เสียง ประกอบด้วย 1.พรรคภูมิใจไทย 68 เสียง 2.พรรคพลังประชารัฐ 17 เสียง 3.พรรคกล้าธรรม 31 เสียง 4.พรรครวมไทยสร้างชาติ กลุ่มของนายสุชาติ ชมกลิ่น จำนวน 16 เสียง 5.พรรคประชาธิปัตย์ 3 เสียง 6.พรรคไทยสร้างไทย 3 เสียง 7.กลุ่ม สส.ของพรรคเพื่อไทย จำนวน 8 เสียง

บวกกับ พรรคประชาชน 143 เสียง ที่แนบเงื่อนไข 5 ข้อ 1.นายกรัฐมนตรีคนใหม่ต้องยุบสภาผู้แทนราษฎรภายใน 4 เดือน นับตั้งแต่วันที่ได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภา เพื่อจัดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป

2.ในกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า ในการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จำเป็นต้องมีการออกเสียงประชามติก่อนที่รัฐสภาจะดำเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ตามมาตรา 256 นั้น คณะรัฐมนตรีชุดใหม่ต้องจัดให้มีการออกเสียงประชามติในประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 เพื่อนำไปสู่การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

โดยสภาร่างรัฐธรรมนูญที่มาจากการเลือกตั้งโดยเร็ว ทั้งนี้ ต้องไม่เกินกว่าวันลงคะแนนเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป

3.ในกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า ในการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ไม่จำเป็นต้องมีการออกเสียงประชามติก่อนที่รัฐสภาดำเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ตามมาตรา 256 นั้น คณะรัฐมนตรีชุดใหม่ พรรคประชาชน และพรรคภูมิใจไทยจะเร่งผลักดันร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม เพื่อกำหนดให้มีกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยสภาร่างรัฐธรรมนูญที่มาจากการเลือกตั้ง ให้แล้วเสร็จในวาระของสภาผู้แทนราษฎรชุดนี้โดยเร็ว

4.เพื่อสร้างหลักประกันว่านายกรัฐมนตรีคนใหม่จะยุบสภาผู้แทนราษฎรภายใน 4 เดือนจริง พรรคภูมิใจไทยต้องไม่ดำเนินการโดยวิธีการใด ๆ เพื่อทำให้เป็นรัฐบาลเสียงข้างมาก

5.พรรคประชาชนยืนยันเป็นฝ่ายค้านต่อไป โดยจะทำหน้าที่ตรวจสอบการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลชุดใหม่อย่างเต็มที่ และจะไม่มีบุคคลใดจากพรรคประชาชนไปดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี

ถอดรหัส MOA ส้ม-น้ำเงิน

ตามสูตรดีล ส้ม+น้ำเงิน ที่ลงนาม MOA 5 ข้อ หากสถานการณ์ไม่พลิก หลังจาก “อนุทิน” ได้รับการโหวตเป็นนายกฯคนที่32

มีการประเมินไทม์ไลน์การเมืองถึงกระบวนการหลังจากเลือกนายกฯ มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ การฟอร์มคณะรัฐมนตรี (ครม.) จนถึงการถวายสัตย์ปฏิญาณตน และแถลงนโยบายแก่รัฐสภา ใช้เวลา 3 สัปดาห์ จะอยู่ในช่วงปลายเดือนกันยายน

หลังจากนั้นรัฐบาลจะต้องดำเนินการตาม MOA ในการคิกออฟทำประชามติ-แก้รัฐธรรมนูญ ซึ่งออกได้ 2 ฉาก

ขึ้นอยู่กับศาลรัฐธรรมนูญ ที่จะตัดสินกรณีการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ จะต้องทำประชามติกี่ครั้ง ตามคำร้องของประธานรัฐสภา

ฉากแรก ในกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า ในการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จำเป็นต้องมีการออกเสียงประชามติก่อนที่รัฐสภาจะดำเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 จะส่งผลให้ต้องมีการทำประชามติ 3 ครั้ง

(ครั้งที่ 1.ก่อนรัฐสภาพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 256 ในวาระหนึ่ง เพื่อถามว่าประชาชนเห็นชอบให้จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ ถ้าคนส่วนใหญ่เห็นชอบให้แก้รัฐธรรมนูญ จึงเข้าสู่การทำประชามติครั้งที่ 2 ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 (8) และครั้งที่ 3 ทำประชามติหลังจาก ส.ส.ร.ยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่)

ดังนั้น คณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่ต้อง มติ ให้ทำประชามติถามประชาชนในครั้งที่ 1 โดยพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ 2564 มาตรา 11 กำหนดว่า ครม.จะต้องมีมติให้ทำประชามติ จากนั้นนายกฯ จะต้องหารือกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อกำหนดวันทำประชามติ พร้อมประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา

ซึ่งจะต้องไม่เร็วกว่า 90 วัน และไม่ช้ากว่า 120 วัน นับแต่ ครม.มีมติ

เท่ากับว่าในช่วงเวลา 90-120 วัน อันเป็นช่วงเวลาทำประชามติ จะต้องเป็นเวลาที่ใกล้เคียงกับวันที่รัฐบาลประกาศยุบสภา ให้มีการเลือกตั้งใหม่ภายใน 45-60 วัน ให้ตรงตามเงื่อนไข MOA ที่พรรคภูมิใจไทยและพรรคประชาชนลงนามไว้ ว่าการทำประชามติจะต้องไม่เกินกว่าวันเลือกตั้ง สส.

ฉากที่ 2 ในกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า ในการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ไม่จำเป็นต้องมีการออกเสียงประชามติก่อนที่รัฐสภาดำเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา 256 คือการทำประชามติ 2 ครั้ง

(คือ 1.ทำประชามติรัฐธรรมนูญ หลังจากรัฐสภาเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 256 ที่เปิดทางให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) โดยเป็นการทำประชามติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 256 (8) ครั้งที่ 2.ทำประชามติหลังจาก ส.ส.ร.ยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่)

ครม. พรรคประชาชน และพรรคภูมิใจไทยจะเร่งผลักดันร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม เปิดทางให้มี ส.ส.ร.ซึ่งค้างอยู่ในคิวการพิจารณาของรัฐสภา 2 ฉบับ

เมื่อร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญผ่านที่ประชุมรัฐสภาแล้ว ประธานรัฐสภาแจ้งให้นายกฯทราบ พร้อมกับส่งร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ และสรุปสาระของรัฐธรรมนูญที่ประชาชนเข้าใจได้ง่าย เพื่อให้หารือกับ กกต. เพื่อกำหนดวันออกเสียงประชามติ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 256 (8) แล้วจึงประกาศในราชกิจจานุเบกษา

โดยต้องไม่เร็วกว่า 90 วัน และไม่ช้ากว่า 120 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งจากประธานรัฐสภา เพื่อกำหนดให้มีกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยสภาร่างรัฐธรรมนูญที่มาจากการเลือกตั้ง ให้แล้วเสร็จในวาระของสภาผู้แทนราษฎรชุดนี้โดยเร็ว

ทั้ง 2 ฉาก การเป็นรัฐบาลเฉพาะกิจ 4 เดือนของพรรคภูมิใจไทย บวกอีก 2 เดือน ในการเป็นรัฐบาลรักษาการ รวม 6 เดือน ตามไทม์ไลน์อาจเพียงพอที่ทำให้พรรคภูมิใจไทยและเครือข่าย สะสมกำลัง ปรับกำลังคน กุมความได้เปรียบในเกมเลือกตั้ง หากชิงเก้าอี้นายกฯคนที่ 32 ได้สำเร็จ