เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ไม่พลิกโผ ! กยศ. ประกาศแต่งตั้ง “พิมพ์เพ็ญ ลัดพลี” ผู้จัดการกองทุนฯ คนใหม่
Finance ไม่พลิกโผ ! กยศ. ประกาศแต่งตั้ง “พิมพ์เพ็ญ ลัดพลี” ผู้จัดการกองทุนฯ คนใหม่
จ้างผู้พิการไม่ใช่แค่ CSR ธุรกิจชี้เป็นกลยุทธ์สู้วิกฤตแรงงาน
HR จ้างผู้พิการไม่ใช่แค่ CSR ธุรกิจชี้เป็นกลยุทธ์สู้วิกฤตแรงงาน
ไทยพีบีเอส ประกาศนโยบาย AI ยึด 7 หลัก ย้ำ “AI เป็นผู้ช่วย มนุษย์ตัดสินใจ”
Tech ไทยพีบีเอส ประกาศนโยบาย AI ยึด 7 หลัก ย้ำ “AI เป็นผู้ช่วย มนุษย์ตัดสินใจ”
สำรวจ ‘บัตรเครดิตหรู’ อยากดูแพง ติดแกลม ต้องรวยเบอร์ไหน?
Finance สำรวจ ‘บัตรเครดิตหรู’ อยากดูแพง ติดแกลม ต้องรวยเบอร์ไหน?
DEX จัดนิทรรศการโคนัน 30 ปี ครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
Business DEX จัดนิทรรศการโคนัน 30 ปี ครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
กรมศุลกากร ยึด ‘LSD แสตมป์เมา’ ยาเสพติดแบบสติกเกอร์การ์ตูน ป้องกันระบาดในกลุ่มเยาวชน
Finance กรมศุลกากร ยึด ‘LSD แสตมป์เมา’ ยาเสพติดแบบสติกเกอร์การ์ตูน ป้องกันระบาดในกลุ่มเยาวชน
บริดจสโตน ส่ง “POTENZA SPORT EVO” เจาะตลาดรถยนต์สมรรถนะสูงและรถอีวี
Automotive บริดจสโตน ส่ง “POTENZA SPORT EVO” เจาะตลาดรถยนต์สมรรถนะสูงและรถอีวี
ส่องโปรเจ็กต์พันล้าน “สะพานคนเดินข้าม” แม่น้ำเจ้าพระยา แลนด์มาร์กใหม่ “ชัชชาติ 2”
Real Estate ส่องโปรเจ็กต์พันล้าน “สะพานคนเดินข้าม” แม่น้ำเจ้าพระยา แลนด์มาร์กใหม่ “ชัชชาติ 2”
ย้อนดูเศรษฐกิจกัมพูชา หลังปิดด่านชายแดนทางบกกับไทย ครบ 1 ปี
World ย้อนดูเศรษฐกิจกัมพูชา หลังปิดด่านชายแดนทางบกกับไทย ครบ 1 ปี
บีโอไอ เคลียร์ชัดส่งเสริมลงทุนยึดคุณภาพโครงการไม่ใช่สัญชาติผู้ลงทุน หนุนร่วมทุนปรับตัวสู่ EV
Economic บีโอไอ เคลียร์ชัดส่งเสริมลงทุนยึดคุณภาพโครงการไม่ใช่สัญชาติผู้ลงทุน หนุนร่วมทุนปรับตัวสู่ EV
ดูทั้งหมด

BAFS ไขปมน้ำมันเครื่องบินล้น จี้รัฐปราบคอร์รัปชั่นฟื้นเชื่อมั่นนักลงทุน

07 มิ.ย. 2569 | 13:16น.
BAFS
คอลัมน์ : สัมภาษณ์

กลายเป็นประเด็นร้อนในแวดวงพลังงานและการเมือง หลังเกิดข้อถกเถียงเกี่ยวกับการอนุญาต “ส่งออกน้ำมันอากาศยาน” (Jet Fuel) ของประเทศไทย ท่ามกลางข้อกังวลว่าหากส่งออกมากเกินไปอาจกระทบต่อปริมาณสำรองในประเทศ ขณะที่อีกด้านหนึ่งแย้งว่า คลังน้ำมันยังมีพื้นที่เพียงพอรองรับน้ำมันส่วนเกินจากโรงกลั่น 

“ประชาชาติธุรกิจ” สัมภาษณ์ “หม่อมหลวงณัฐสิทธิ์ ดิศกุล” กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BAFS เกี่ยวกับบทบาทของ BAFS ในฐานะผู้ให้บริการด้านโลจิสติกส์น้ำมันและระบบบริหารจัดการน้ำมันอากาศยานของประเทศ

BAFS ไม่ใช่คลังเก็บน้ำมัน 

จากประเด็นที่เกิดขึ้นในตอนนี้ ผมเข้าใจสถานการณ์ดีว่าโรงกลั่นน้ำมันกำลังประสบกับภาวะแบบใด ขณะที่ภาครัฐกำลังพยายามอย่างเต็มที่เพื่อช่วยแก้ปัญหา เพราะนับตั้งแต่เกิดสงครามตะวันออกกลางมันส่งผลกระทบต่อภาคพลังงานทั้งโลก การหาแหล่งพลังงานใหม่เพื่อมาสำรองไว้ในประเทศ มันก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่รัฐบาลและภาคเอกชนบริหารจัดการอยู่ รวมถึงล่าสุดประเด็นที่โรงกลั่นขอส่งออกน้ำมัน โดยเฉพาะน้ำมัน Jet A-1 เพราะว่าน้ำมันโดยรวมทั้งหมดมันล้นคลัง หลายคนมุ่งมาที่เรา เพราะคิดว่าเราเป็นคนเก็บน้ำมันตัวนี้ไว้ คิดว่าเรามีคลังในการเก็บ เป็นการผลิตน้ำมันเครื่องบินหรืออะไรก็ตาม

ต้องเรียนก่อนว่า BAFS “ไม่ใช่ผู้ค้าน้ำมัน เราเป็นผู้ให้บริการโลจิสติกส์” ทำหน้าที่รับ ขนส่ง จัดเก็บ และเติมน้ำมันให้ลูกค้า ซึ่งลูกค้าของเราคือผู้ค้าน้ำมัน หลายคนมองเห็นถังเก็บน้ำมันของบริษัทแล้วเข้าใจว่าเป็นคลังน้ำมันขนาดใหญ่ของประเทศ ทั้งที่ในความเป็นจริงเป็นเพียงสถานีบริการน้ำมันอากาศยานที่มีถังเก็บประกอบอยู่ในระบบ ปัจจุบันเรามีความสามารถในการจัดเก็บน้ำมันรวมประมาณ 110 ล้านลิตร โดยเฉลี่ยมีการใช้งานพื้นที่จัดเก็บอยู่ราว 60% ของความจุทั้งหมด แม้จะยังมีพื้นที่เหลืออยู่บ้าง แต่ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถรองรับน้ำมันส่วนเกินจากโรงกลั่นได้ทั้งหมด พื้นที่ที่เหลือไม่ได้มากอย่างที่หลายคนเข้าใจ และที่สำคัญเราไม่ใช่คลังน้ำมันเชิงพาณิชย์สำหรับรับน้ำมันส่วนเกินจากโรงกลั่นโดยตรง ความสามารถในการรองรับจึงมีจำกัด

เรื่องที่ว่ารัฐบาลอนุญาตให้ส่งออกน้ำมันเครื่องบิน ทั้งที่ยังมีพื้นที่จัดเก็บเหลืออยู่ในประเทศ ผมว่าเรื่องนี้มันต้องพิจารณาตั้งแต่ต้นทาง คือโรงกลั่น ต้องถามโรงกลั่นก่อนว่ากำลังการผลิตต่อวันเท่าไร และความต้องการใช้น้ำมันเครื่องบินภายในประเทศมีเท่าไร ในช่วงที่ผ่านมาปริมาณการใช้น้ำมันอากาศยานในประเทศปรับลดลงประมาณ 7% จากภาวะเศรษฐกิจและจำนวนนักท่องเที่ยวบางตลาดที่ชะลอตัว ทำให้เกิดน้ำมันส่วนเกินในระบบมากขึ้น ดังนั้น ถ้ามีส่วนเกินประเทศไทยก็ควรนำไปขายในตลาดต่างประเทศ เพื่อสร้างรายได้กลับเข้าประเทศ ดีกว่าปล่อยให้เป็นภาระต้นทุน บางครั้งสังคมอาจโฟกัสเฉพาะประเด็นการส่งออก และเข้าใจว่าประเทศกำลังขาดแคลนน้ำมัน ทั้งที่ข้อเท็จจริงคือระบบยังมีน้ำมันเพียงพอสำหรับรองรับความต้องการใช้งานอยู่

น้ำมันเครื่องบินเก็บได้ 10-15 วัน

สำหรับข้อกังวลเรื่องความมั่นคงด้านพลังงาน ยืนยันว่าตอนนี้ระบบน้ำมันอากาศยานของไทยมีความปลอดภัยสูง และได้รับการออกแบบให้มีความต่อเนื่องในการจัดส่ง น้ำมันเครื่องบินที่สนามบินหลักของไทยมีระบบรับเข้าจากโรงกลั่นโดยตรง และมีหลายช่องทางสำรอง ความปลอดภัยถือว่าอยู่ในระดับสูงมาก และโรงกลั่นน้ำมันของไทยผลิตตลอด 24 ชั่วโมง 7 วันต่อสัปดาห์ ทำให้การบริหารสต๊อกต้องอาศัยการวางแผนล่วงหน้าอย่างละเอียด หลายคนอาจคิดว่าหากมีน้ำมันเหลือก็เก็บไว้ก่อน แต่ความจริงระบบน้ำมันไม่ได้เป็นแบบนั้น ทุกอย่างต้องหมุนเวียนตลอดเวลา

อีกประเด็นที่ไม่ค่อยถูกพูดถึงคือ ข้อจำกัดด้านคุณภาพของน้ำมันอากาศยาน “น้ำมันเครื่องบินไม่ใช่สินค้าที่เก็บไว้ได้นานเป็นปี” ถ้าเก็บนานเกินไปคุณภาพจะลดลง และอาจเกิดปัญหาการปนเปื้อนทางชีวภาพได้ ในอดีตเคยมีกรณีที่ต้องเก็บน้ำมันไว้นานผิดปกติในช่วงวิกฤตโควิด-19 จนเกิดปัญหาแบคทีเรียในระบบ และต้องดำเนินการแก้ไขหลายขั้นตอน โดยปกติแล้วน้ำมันเครื่องบินควรหมุนเวียนภายใน 10-15 วัน ไม่ใช่เก็บค้างไว้เป็นเดือน ๆ เพราะระบบนี้ถูกออกแบบมาให้เป็นระบบไหลเวียน (Flow System) ดังนั้นแนวคิดที่จะเก็บน้ำมันส่วนเกินไว้ในคลังจำนวนมากจึงอาจไม่ใช่ทางออกที่เหมาะสม ทั้งในเชิงเศรษฐกิจและมาตรฐานความปลอดภัย

ครึ่งปีหลังท่องเที่ยวไทยยังเด่น

ส่วนเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 แม้เศรษฐกิจโลกยังเผชิญความไม่แน่นอนจากสงคราม ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ และความผันผวนของตลาดการเงิน แต่ประเทศไทยยังมีจุดแข็งหลายด้าน หนึ่งในโอกาสสำคัญคือภาคการท่องเที่ยว ซึ่งยังคงเป็นเครื่องยนต์หลักของเศรษฐกิจไทย ถ้าเรามีน้ำมันเพียงพอ มีโครงสร้างพื้นฐานพร้อม สายการบินก็ยังเข้ามาใช้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการเดินทางได้ และผมยังเชื่อว่าไทยมีศักยภาพในการก้าวไปสู่ “Aviation Hub ของภูมิภาค” โดยเฉพาะในช่วงที่หลายประเทศกำลังเผชิญปัญหาความไม่สงบ หรือความเสี่ยงด้านความมั่นคง เพราะประเทศไทยยังเป็นพื้นที่ที่นักท่องเที่ยวรู้สึกปลอดภัย เป็นจุดหมายสำหรับการพักผ่อนและใช้ชีวิต ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบที่สำคัญ

นอกจากการท่องเที่ยวแล้ว ผมว่าประเทศไทยยังมีศักยภาพในการดึงดูดการลงทุนในหลายอุตสาหกรรมเป้าหมาย ไม่ว่าจะเป็น Medical Hub, Wellness, การท่องเที่ยวคุณภาพสูง รวมถึง Digital Infrastructure และ Data Center ยังมีนักลงทุนสนใจอยู่มาก ส่วนปัจจัยลบที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่เป็นปัจจัยระยะสั้น ซึ่งสุดท้ายจะผ่านพ้นไปเช่นเดียวกับวิกฤตโควิด-19 ถ้าถามคนในอุตสาหกรรมการบิน โควิดหนักกว่านี้มาก แต่เราก็ผ่านมาได้ ดังนั้นวิกฤตตอนนี้ก็เป็นเรื่องที่บริหารจัดการได้

ปราบคอร์รัปชั่น “วาระแห่งชาติ”

แม้เศรษฐกิจไทยจะถูกวิจารณ์เรื่องการเติบโตที่ยังต่ำ แต่พอมาเปรียบเทียบกับหลายประเทศในภูมิภาค ไทยยังอยู่ในสถานะที่มีความพร้อมมากกว่า หลายประเทศกำลังเผชิญปัญหาหนักกว่าเรา ทั้งด้านหนี้สาธารณะ ความขัดแย้งภายใน หรือข้อจำกัดด้านทรัพยากร ประเทศไทยยังมีจุดแข็งจากโครงสร้างพื้นฐาน การคมนาคม ระบบสาธารณูปโภค และภาคบริการที่มีศักยภาพ ผมยังเชื่อว่าเศรษฐกิจไทยไปต่อได้ ถ้าบริหารความเสี่ยงในช่วงนี้ให้ดี 

แต่สิ่งที่ยังคงเป็นอุปสรรคของนักลงทุนและภาคเอกชนในประเทศมันมีอยู่ไม่กี่เรื่องและยังเป็นปัญหาเดิม ๆ สิ่งที่ผมอยากฝากถึงรัฐบาลและควรเป็นภารกิจสำคัญในเวลานี้มีอยู่ 3 เรื่องคือ การรับมือกับวิกฤตที่กำลังเผชิญอยู่ การฟื้นความเชื่อมั่นของนักลงทุน และการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น ผมคิดว่ารัฐบาลต้องจริงจัง และต้องยกระดับเป็นวาระแห่งชาติ เพราะต้นทุนจากการคอร์รัปชั่นเป็นภาระที่สะสมอยู่ในระบบเศรษฐกิจไทยมาเป็นเวลานาน มันส่งผลโดยตรงต่อความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ถ้าลดต้นทุนส่วนนี้ได้ ความสามารถในการแข่งขันของไทยจะเพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดด

ยอมรับว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องยากและยังไม่เคยมีรัฐบาลใดแก้ไขได้อย่างเป็นรูปธรรม แต่ผมก็มองว่าไม่ใช่เหตุผลที่รัฐบาลจะละเลยเรื่องนี้ ผมเคยพูดไว้ว่า “ภาษีทรัมป์ยังน่ากลัวน้อยกว่าคอร์รัปชั่น” เพราะภาษีเรายังเห็นตัวเลขชัดเจนให้จ่าย 19% เราก็จ่าย เพราะมันถูกบังคับ แต่ต้นทุนที่เกิดจากการทุจริตบางครั้งสูงถึง 30-40% โดยที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามาจากอะไร ผมยังคงมองว่าหากประเทศไทยสามารถจัดการปัญหาคอร์รัปชั่นได้อย่างจริงจัง จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการฟื้นความเชื่อมั่น ดึงดูดการลงทุน และเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของประเทศในระยะยาว

แท็กที่เกี่ยวข้อง

BAFS ส่งออกน้ำมัน