Skip to content

x86 ไม่อวสาน… Intel ได้ใบชุบ

19 ก.ย. 2568 | 11:41น.
x86 ไม่อวสาน… Intel ได้ใบชุบ

อาการร่อแร่ของ Intel ดูท่าจะบรรเทาทุเลาลงจริงหรือ ? เมื่อใบชุบ 2 ใบ จากรัฐบาลทรัมป์ และล่าสุดจาก Nvidia เข้าซื้อหุ้นเป็นพันธมิตรพัฒนาหน่วยประมวลผลเอไอเข้าสู่ PC และดาต้าเซ็นเตอร์ จะทำให้ระบบประมวลผล x86 สู้ศึก ARM ได้อย่างไร 

เรียกได้ว่าสร้างความฮือฮาในชุมชนเทคโนโลยีอย่างมาก เมื่อ Nvidia ผู้พัฒนาหน่วยประมวลผลกราฟิก-เอไอ (GPU) ได้เข้าซื้อหุ้น Intel ผู้ผลิตหน่วยประมวลผลกลาง (CPU) กว่า 5 พันล้านเหรียญสหรัฐ พร้อมประกาศเป็นพันธมิตรนำ GPU ของ Nvidia ไปใช้เป็นส่วนประกอบหลักสำหรับการผลิตชิปเซตสำหรับ PC เจเนอเรชั่นใหม่ รวมถึงสำหรับเซิร์ฟเวอร์ หรือดาต้าเซ็นเตอร์ บนสถาปัตยกรรม x86

ต้นทางระบุว่าเป็นชิปแบบ SoC ที่รวม Intel CPU เข้ากับ Nvidia GPU ผ่านเทคโนโลยี NVLink กลายเป็นชิปรุ่นใหม่สำหรับโน้ตบุ๊กและอุปกรณ์พกพาในเจเนอเรชั่นใหม่ เซ็กเมนต์ใหม่ รวมถึงยืนยันว่า Nvidia จะเป็น “ลูกค้ารายใหญ่” โดยใช้ Intel CPU ในเซิร์ฟเวอร์ระดับแร็กสเกลของตน เรียกได้ว่า “ต่อชะตา” ชิปหลัก x86 ในอุตสาหกรรมดาต้าเซ็นเตอร์ได้นานโข และทั้ง 2 บริษัทยังอยู่ระหว่างพิจารณาผู้ผลิตชิปว่าจะใช้ TSMC หรือโรงงานของ Intel เอง

เล่นเอาหุ้น Intel วิ่งบวกไปกว่า 20% ในค่ำคืนที่ผ่านมา

ในทางหนึ่ง นี่คือ “น้ำทิพย์” หรือ “ใบชุบ” ให้ Intel ซึ่งสถานการณ์ไม่ค่อยดี ทั้งในแง่ผลประกอบการ จนต้องปลดพนักงานนับหมื่น และสถานการณ์ที่แย่ที่สุด คือ การพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตชิปที่ไล่ไม่ทันคู่แข่ง (TSMC) ทั้งยังอยู่ใต้แผนฟื้นฟูและโครงการย้ายฐานผลิตสู่แผ่นดินสหรัฐตั้งแต่ปี 2566 ที่เพิ่งตั้งโรงงานที่แอริโซนายังไม่ทันเสร็จดี

อีกหนึ่งสถานการณ์รัดตัว คือ พีซีดีไวซ์ และคอมพิวเตอร์ยุคใหม่ ๆ รวมถึงชุดคำสั่งบนเซิร์ฟเวอร์ในดาต้าเซ็นเตอร์ มีแนวโน้มที่จะเปลี่ยนไปใช้ชิป CPU ขนาดเล็กบนสถาปัตยกรรม ARM

ทั้งนี้ การตั้งโรงงานหล่อชิป หรือ Fab เองของ Intel เป็นหนึ่งในเงื่อนไขรัดตัวบริษัท เพราะเป็นไปตามข้อกำหนดของกฎหมาย Chip Act ที่ได้เงินช่วยเหลือจากรัฐบาลสหรัฐมาแล้ว

สำทับด้วยการรุกหน้าของ “ทรัมป์” ที่จะนำรัฐบาลเข้าถือหุ้น 10% ที่เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่ง “ใบชุบ” ชีวิตของบริษัท แม้จะไม่เคยมีใครคิดว่ารัฐบาลจะเข้ามาถือหุ้นใหญ่โดยตรงในบริษัทมหาชนขนาดยักษ์อย่าง Intel จนเรียกได้ว่าการเคลื่อนไหวของทรัมป์ นำ Intel เข้าสู่การเป็น “รัฐวิสาหกิจ”

แม้ว่าสถานการณ์ของ Intel จะย่ำแย่ แต่มรดกหรือระบบนิเวศของ Intel ซึ่งถือกำเนิดมาตั้งแต่ยุคคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลเมื่อ 50 ปีที่แล้ว ยังเป็นที่หมายปองของบิ๊กเทคอยู่ ดังที่มีข้อเสนอมากมายเพื่อ “รุมทึ้ง Intel” ในปีที่ผ่านมา นั่นคือสถาปัตยกรรมการประมวลผลแบบ x86

ซึ่งมันกลายเป็นสมบัติแห่งชาติของอเมริกาไปแล้ว นั่นเป็นหนึ่งเหตุผลที่สหรัฐปล่อย Intel ไปไม่ได้

x86 มีความสามารถในการทำงานร่วมกันได้ดีกับระบบปฏิบัติการและซอฟต์แวร์จำนวนมาก มีประวัติศาสตร์อันยาวนานตั้งแต่ยุคคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล (PC) ทำให้เป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางและมีผู้ใช้งานจำนวนมหาศาล รองรับความต้องการที่หลากหลาย ตั้งแต่คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลไปจนถึงระบบเซิร์ฟเวอร์ประสิทธิภาพสูงและอุปกรณ์ IOT

แม้ว่าคอมพิวเตอร์เดสก์ทอปและแล็ปทอปส่วนใหญ่ใช้ CPU สถาปัตยกรรม x86-64 (หรือ x64) จาก Intel และ AMD รวมถึงระบบปฏิบัติการยอดนิยมอย่าง Windows และ Linux ส่วนใหญ่ถูกออกแบบมาเพื่อทำงานบนสถาปัตยกรรม x86 แต่ความท้าทายจากสถาปัตยกรรมขนาดเล็กอย่าง ARM ก็กำลังเปลี่ยนแปลงดีไวซ์ขนาดเล็ก และลุกลามเข้าสู่ตลาดเซิร์ฟเวอร์-ดาต้าเซ็นเตอร์ ซึ่งเป็น “เครื่องผลิตเงิน” ให้กับบริษัทชิป

ARM คุกคามการมีอยู่ของ x86 จน Intel ต้องจับมือคู่แข่งตลอดกาลอย่าง AMD ผนึกพันธมิตรเมื่อปลายปี 2567 เรียกว่า “พันธมิตร x86” หรือ “x86 Ecosystem Advisory Group” เป็นกลุ่มความร่วมมือที่จัดตั้งโดย Intel และ AMD ร่วมกับบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำอื่น ๆ เช่น Google, Microsoft, Dell, HP, Lenovo, Meta, Oracle และ Red Hat เพื่อเสริมความแข็งแกร่งของสถาปัตยกรรมชุดคำสั่ง x86 ในการตอบโต้การเติบโตของคู่แข่งอย่าง ARM โดยกลุ่มนี้จะเน้นการรวมชุดคำสั่งและพัฒนาการทำงานร่วมกันระหว่างฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ เพื่อสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ และรักษาความเป็นผู้นำของ x86 ในตลาดคอมพิวเตอร์

ในการประกาศลงทุนใน Intel ของ Nvidia “เจนเซน หวง” ซีอีโอของ Nvidia กล่าวด้วยว่า การร่วมกันครั้งนี้จะขยายระบบนิเวศและวางรากฐานสำหรับยุคต่อไปของการประมวลผลจะเชื่อมโยงสถาปัตยกรรมการประมวลผลเอไอ และ Accelerated Computing ของ Nvidia เข้ากับหน่วยประมวลผลกลาง CPU และระบบนิเวศ x86 ขนาดใหญ่ของ Intel เข้าด้วยกัน

ซึ่งหากโปรดักต์ที่รวมความสามารถของการประมวลผลเอไอ และซีพียูกลาง มองได้ว่าเป็นการเปิดยุคใหม่ของคอมพิวเตอร์ PC ที่กินเวลามานาน 50 ปี ซึ่งเทรนด์ก็แว่วว่าจะเป็น Spatial Computing ที่เป็นดีไวซ์ในยุคเอไอ ซึ่งบิ๊กเทคกำลังซุ่มพัฒนาโปรดักต์ให้ถูกลง

แต่ติดที่ว่ายังไม่มีกำหนดการว่าโปรดักต์ร่วมกันของ Intel และ Nvidia จะออกมาเมื่อไหร่…

แท็กที่เกี่ยวข้อง

AI (เอไอ) Intel Nvidia