เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
“ชัชชาติ” กางแผนรับมือฝนตก-น้ำรอระบายทั่วกรุง เดินเครื่องสูบสู้ตลอดคืน ห่วง 200 จุดเสี่ยง
News “ชัชชาติ” กางแผนรับมือฝนตก-น้ำรอระบายทั่วกรุง เดินเครื่องสูบสู้ตลอดคืน ห่วง 200 จุดเสี่ยง
‘มิน อ่อง ไลง์’ เดินเกมดึง ‘สหรัฐฯ’ คืนถิ่น หวังถ่วงดุลจีน-ปลดแซงก์ชั่นเศรษฐกิจ
World ‘มิน อ่อง ไลง์’ เดินเกมดึง ‘สหรัฐฯ’ คืนถิ่น หวังถ่วงดุลจีน-ปลดแซงก์ชั่นเศรษฐกิจ
อนุทิน มอนิเตอร์ฝนหนัก สั่งรับมือน้ำท่วมฉับพลัน ดูแล ปชช.อย่าให้มีปัญหา
Politics อนุทิน มอนิเตอร์ฝนหนัก สั่งรับมือน้ำท่วมฉับพลัน ดูแล ปชช.อย่าให้มีปัญหา
‘แอปเรียกรถ’ เร่งดึงคนขับเข้าระบบ อัด ‘อินเซนทีฟ’ ชุดใหญ่ ก่อนเดดไลน์ 30 ก.ย. 2569
Tech ‘แอปเรียกรถ’ เร่งดึงคนขับเข้าระบบ อัด ‘อินเซนทีฟ’ ชุดใหญ่ ก่อนเดดไลน์ 30 ก.ย. 2569
เซ็นทรัลฯ ให้จอดรถฟรี 4 สาขา “อยุธยา-โคราช-ชลบุรี-ศรีราชา” ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
Biz Movement เซ็นทรัลฯ ให้จอดรถฟรี 4 สาขา “อยุธยา-โคราช-ชลบุรี-ศรีราชา” ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
บีโอไอ ดึง ‘อินฟินีออน’ ลงทุน 4.8 หมื่นล้าน ดันชิปเมดอินไทยแลนด์
Economic บีโอไอ ดึง ‘อินฟินีออน’ ลงทุน 4.8 หมื่นล้าน ดันชิปเมดอินไทยแลนด์
‘ษัษฐรัมย์’ เคลียร์วิธีลงคะแนน 7 หมายเลข แทนผู้สมัครโดนตัดสิทธิ์ ปลุกผู้ประกันตนสกัดเสียงจัดตั้ง
News ‘ษัษฐรัมย์’ เคลียร์วิธีลงคะแนน 7 หมายเลข แทนผู้สมัครโดนตัดสิทธิ์ ปลุกผู้ประกันตนสกัดเสียงจัดตั้ง
Toyota Gazoo Racing Thailand เปิดสนามช้างฯ ดวลความเร็ว 26-27 กันยายนนี้
Automotive Toyota Gazoo Racing Thailand เปิดสนามช้างฯ ดวลความเร็ว 26-27 กันยายนนี้
‘ภราดร’ ถกคลังแก้สภาพคล่อง กยศ. เล็งทบทวนเกณฑ์การกู้ใหม่
Finance ‘ภราดร’ ถกคลังแก้สภาพคล่อง กยศ. เล็งทบทวนเกณฑ์การกู้ใหม่
ต่างชาติ ‘เผ่นหนี’ ตลาดหุ้น ‘อินเดีย’ หมดเสน่ห์จริงหรือ ?
World ต่างชาติ ‘เผ่นหนี’ ตลาดหุ้น ‘อินเดีย’ หมดเสน่ห์จริงหรือ ?
ดูทั้งหมด

26 กันยายน ‘วันขจัดอาวุธนิวเคลียร์’ 9 ชาติยังครองคลังแสง ธุรกิจเฟื่องท่ามกลางความกังวล

26 ก.ย. 2568 | 18:54น.
26 กันยายน วันขจัดอาวุธนิวเคลียร์สากล International Day for the Total Elimination of Nuclear Weapons

วันที่ 26 กันยายนของทุกปี ถูกกำหนดโดยองค์การสหประชาชาติให้เป็น “วันสากลแห่งการขจัดอาวุธนิวเคลียร์ (International Day for the Total Elimination of Nuclear Weapons)” เพื่อสะท้อนความพยายามร่วมกันของประชาคมโลกในการผลักดันให้โลกปลอดจากการใช้อาวุธนิวเคลียร์ ซึ่งถูกมองว่าเป็นมหันตภัยที่คุกคามทั้งความมั่นคงระหว่างประเทศและอนาคตของมนุษยชาติ

อย่างไรก็ดี แม้จะมี สนธิสัญญาไม่แพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์ (Nuclear Non-Proliferation Treaty – NPT) ที่มีสมาชิกกว่า 190 ประเทศ แต่ความจริงที่ต้องยอมรับคือ โลกปัจจุบันยังมีอย่างน้อย 9 ประเทศ ที่ครอบครองและพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ โดยบางประเทศไม่ได้เป็นสมาชิก NPT ส่งผลให้ภาพการขจัดอาวุธนิวเคลียร์ยังห่างไกลจากความจริง

9 ประเทศผู้ถือครองอาวุธนิวเคลียร์

ข้อมูลจากองค์กรวิจัยด้านความมั่นคงระหว่างประเทศระบุว่า ปัจจุบันโลกมีประเทศที่ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์อย่างเป็นทางการและไม่เป็นทางการรวม 9 ประเทศ ได้แก่

  • สหรัฐอเมริกา
  • รัสเซีย
  • สหราชอาณาจักร
  • ฝรั่งเศส
  • จีน
  • อินเดีย
  • ปากีสถาน
  • อิสราเอล (ไม่ยอมรับอย่างเป็นทางการ แต่มีการประเมินว่ามีคลังแสง)
  • เกาหลีเหนือ

ในจำนวนนี้ มีเพียง 5 ประเทศแรกที่ถูกจัดให้เป็น “รัฐนิวเคลียร์ที่รับรอง” ตามกรอบ NPT ส่วนอีก 4 ประเทศ ไม่ใช่สมาชิก NPT และถือเป็นจุดเปราะบางของความพยายามลดอาวุธทั่วโลก

งบประมาณการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์

ท่ามกลางความขัดแย้งระหว่างประเทศที่รุนแรงขึ้นในหลายภูมิภาค งบประมาณด้านการพัฒนาและบำรุงรักษาอาวุธนิวเคลียร์กลับเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง

โดยมีตัวเลขงบประมาณที่ประมาณการว่าโลกใช้จ่ายรวม 90,000–100,000 ล้านดอลลาร์ต่อปี ในการพัฒนาและบำรุงรักษาอาวุธนิวเคลียร์นั้น สอดคล้องกับรายงานของกลุ่มวิจัย เช่น ICAN (International Campaign to Abolish Nuclear Weapons) ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่าตกใจและสะท้อนถึงการแข่งขันทางอาวุธ

ธุรกิจ “ระบบสนับสนุน” อาวุธนิวเคลียร์

เบื้องหลังการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ ไม่ได้จำกัดเพียงการผลิตหัวรบเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับ ธุรกิจผู้ผลิตส่วนประกอบและระบบสนับสนุน ที่กลายเป็นห่วงโซ่ธุรกิจระดับโลก

ผู้ผลิตระบบขีปนาวุธ เช่น บริษัทในสหรัฐ อย่าง Lockheed Martin, Northrop Grumman และ Raytheon มีบทบาทสำคัญในการผลิตขีปนาวุธที่ใช้ส่งหัวรบนิวเคลียร์

ระบบเรดาร์และป้องกันทางอากาศ: หลายบริษัทในยุโรปและเอเชียมีการพัฒนาเทคโนโลยีเรดาร์ความแม่นยำสูง เพื่อใช้ในยุทธศาสตร์นิวเคลียร์

ส่วนประกอบทางอุตสาหกรรม เช่น อุปกรณ์ควบคุมอิเล็กทรอนิกส์พลังงานสูง วัสดุทนความร้อน ล้วนมีตลาดที่เติบโตควบคู่กับการลงทุนของรัฐมหาอำนาจ

แม้หลายบริษัทอ้างว่าทำธุรกิจเพื่อการป้องกันประเทศ แต่ข้อเท็จจริงคือ ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจมหาศาล ทำให้ธุรกิจเหล่านี้มีแรงจูงใจสูงในการรักษาและขยายตลาด

ภาวะย้อนแย้งของโลก

โลกในศตวรรษที่ 21 ยังคงเผชิญความย้อนแย้งสำคัญ ด้านหนึ่ง องค์การสหประชาชาติ และภาคประชาสังคมทั่วโลกพยายามผลักดันการลดอาวุธนิวเคลียร์ และส่งเสริมสนธิสัญญาห้ามใช้อาวุธนิวเคลียร์โดยสิ้นเชิง (Treaty on the Prohibition of Nuclear Weapons – TPNW)

แต่อีกด้านหนึ่ง ภูมิรัฐศาสตร์และการแข่งขันระหว่างมหาอำนาจ กลับผลักดันให้หลายประเทศพัฒนาอาวุธเพิ่มขึ้น โดยมองว่าเป็น ‘หลักประกันความมั่นคง’ และเป็นเครื่องมือต่อรองทางการเมืองระหว่างประเทศ

ตัวอย่างที่เห็นชัดคือความตึงเครียดในยูเครน, การเผชิญหน้าระหว่างจีน–สหรัฐ ในทะเลจีนใต้ และวิกฤตคาบสมุทรเกาหลี ซึ่งต่างถูกเชื่อมโยงกับยุทธศาสตร์นิวเคลียร์ทั้งสิ้น

บทเรียนและทางออก

ในเชิงเศรษฐกิจ งบประมาณที่ทุ่มลงไปกับการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์หลายแสนล้านดอลลาร์ต่อปี อาจถูกใช้เพื่อ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การวิจัยทางการแพทย์ พลังงานสะอาด หรือการแก้ปัญหาสภาพภูมิอากาศ ที่เป็นภัยใกล้ตัวมากกว่า

แต่ด้วยความไม่ไว้วางใจและการแข่งขันทางยุทธศาสตร์ โลกจึงยังคงติดกับดักการสะสมอาวุธ

นักวิเคราะห์หลายสำนักเห็นตรงกันว่า การจะก้าวไปสู่โลกที่ปลอดนิวเคลียร์ ต้องอาศัย “แรงกดดันระหว่างประเทศ” และ “ความร่วมมือเชิงสร้างสรรค์” ไม่ใช่เพียงการลงนามในสนธิสัญญา แต่รวมถึงการสร้างกลไกตรวจสอบ โปร่งใส และการให้แรงจูงใจทางเศรษฐกิจแก่ประเทศที่ยอมลดคลังแสง

สัญญาณสำหรับอนาคต

แม้หนทางจะยาก แต่วันสากลแห่งการขจัดอาวุธนิวเคลียร์ยังคงมีความหมายในเชิงสัญลักษณ์ เพื่อเตือนให้สังคมโลกตระหนักว่า อาวุธนิวเคลียร์ไม่ใช่เพียงเครื่องมือป้องปราม หากแต่เป็นมหันตภัยที่สามารถลบล้างอนาคตของมนุษยชาติได้ในพริบตา

ท่ามกลางวิกฤตโลกร้อน เศรษฐกิจผันผวน และความขัดแย้งที่ยืดเยื้อ การลดบทบาทของอาวุธนิวเคลียร์อาจเป็นก้าวสำคัญสู่การสร้างความเชื่อมั่น ความร่วมมือ และความมั่นคงที่แท้จริง

องค์ประกอบสำคัญในการก้าวสู่โลกปลอดนิวเคลียร์

แม้การขจัดอาวุธนิวเคลียร์จะเป็นเป้าหมายใหญ่ แต่การเดินทางไปสู่จุดนั้นอาจจำเป็นต้องมี “กลไกหลายมิติ” ที่ทำงานควบคู่กัน ดังนี้

  1. แรงกดดันระหว่างประเทศ
    การสร้างแรงกดดันจากประชาคมโลกถือเป็นหัวใจหลัก ไม่ว่าจะเป็นการออกมติในเวทีสหประชาชาติ การเคลื่อนไหวของภาคประชาสังคม หรือแรงกดดันจากพันธมิตรทางเศรษฐกิจ สิ่งเหล่านี้ล้วนช่วยผลักดันให้ประเทศที่มีอาวุธนิวเคลียร์ยอมรับความจำเป็นในการลดหรือยุติคลังแสง

  2. ความร่วมมือเชิงสร้างสรรค์
    การเจรจาแบบดั้งเดิมอาจไม่เพียงพอ โลกจึงต้องการรูปแบบความร่วมมือใหม่ ๆ ที่สร้างสรรค์ เช่น โครงการแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีเพื่อสันติ การร่วมลงทุนในพลังงานสะอาด หรือการสร้างเวทีความมั่นคงระดับภูมิภาค ที่ช่วยลดแรงเสียดทานและเพิ่มความไว้วางใจ

  3. กลไกตรวจสอบและสร้างความโปร่งใส
    การลงนามสนธิสัญญาเพียงอย่างเดียวไม่อาจสร้างความเชื่อมั่นได้ หากปราศจากกลไกตรวจสอบที่มีประสิทธิภาพและข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะ การจัดตั้งองค์กรอิสระหรือตัวกลางที่ทุกฝ่ายยอมรับได้จึงเป็นปัจจัยสำคัญในการทำให้พันธกรณีเป็นจริง

  4. แรงจูงใจทางเศรษฐกิจ
    ประเทศที่ยอมลดอาวุธนิวเคลียร์ต้องได้รับสิ่งตอบแทนที่จับต้องได้ ไม่ว่าจะเป็นการผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตร การสนับสนุนด้านเงินทุนเพื่อการพัฒนา หรือการเข้าถึงตลาดและเทคโนโลยีใหม่ ๆ สิ่งเหล่านี้จะช่วยเพิ่มแรงจูงใจให้การตัดสินใจทางยุทธศาสตร์เป็นไปได้จริง

  5. การลงนามในสนธิสัญญา
    สนธิสัญญาห้ามอาวุธนิวเคลียร์คือก้าวแรก แต่หากไร้การบังคับใช้และติดตามผล ย่อมไม่ต่างจาก “กระดาษเปล่า” ดังนั้น การลงนามต้องมาพร้อมการปฏิบัติตามกลไกที่เข้มแข็งและต่อเนื่อง เพื่อให้ความตั้งใจบนเวทีการทูตก้าวไปสู่ผลลัพธ์ที่เป็นจริง