Skip to content

SX2025 ตอกย้ำ B2B เชื่อมโลกธุรกิจสู่ความยั่งยืน

03 ต.ค. 2568 | 09:09น.
SX2025 ตอกย้ำ B2B เชื่อมโลกธุรกิจสู่ความยั่งยืน

ภายใต้โจทย์ใหญ่ของโลกธุรกิจที่เผชิญแรงกดดันทั้งจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ มาตรการด้านสิ่งแวดล้อมจากประเทศคู่ค้า และความต้องการของผู้บริโภครุ่นใหม่ที่หันมาให้ความสำคัญกับ ESG มากกว่าที่เคย

Sustainability Expo 2025 (SX2025) ที่กำลังจัดขึ้นระหว่างวันที่ 26 กันยายน-5 ตุลาคม 2568 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เป็นแพลตฟอร์มสำหรับการ “สร้างพันธมิตรเชิงธุรกิจ” หรือ B2B การจับคู่ธุรกิจ การลงทุนสีเขียว และการแลกเปลี่ยนกลยุทธ์การจัดการซัพพลายเชนที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากล ภายใต้แนวคิดหลัก “พอเพียง ยั่งยืน เพื่อโลก” (Sufficiency for Sustainability) ที่ได้น้อมนำพระปฐมบรมราชโองการของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว พร้อมทั้งหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มาเป็นแนวทางในการจัดงานร่วมกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ (SDGs)

โดยมี 6 บิ๊กคอร์ปของไทยร่วมก่อตั้ง ได้แก่ บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด, บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ลิมิเต็ด, บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน), เอสซีจี, บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) และบริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) รวมถึงเครือข่ายห่วงโซ่อุปทานแห่งประเทศไทย หรือ TSCN (Thailand Supply Chain Network) ซึ่งล้วนเป็นองค์กรที่มีเครือข่ายธุรกิจครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ตั้งแต่ภาคเกษตรและอาหาร พลังงานและปิโตรเคมี วัสดุก่อสร้าง ไปจนถึงอาหารและเครื่องดื่มในระดับโลก

การเข้ามาร่วมกันขับเคลื่อนงาน SX2025 ของกลุ่มองค์กรเหล่านี้จึงสะท้อนการรวมพลังของภาคเอกชนไทยที่ต้องการยกระดับการดำเนินธุรกิจสู่มาตรฐานยั่งยืน และขยายความร่วมมือข้ามอุตสาหกรรมเพื่อสร้างห่วงโซ่คุณค่าที่แข็งแรงและสอดคล้องกับเป้าหมาย SDGs ตามคติ “ทุกการกระทำมีพลังสร้างการเปลี่ยนแปลงให้โลก” เป็นข้อความที่เชื่อมโยงทั้งบุคคลและองค์กรธุรกิจ เพราะการลงมือทำไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ สามารถต่อยอดเป็นแรงกระเพื่อมที่ส่งผลต่อห่วงโซ่คุณค่าและสังคมไทยได้

หนึ่งในแกนหลักของ SX2025 คือการจัดเวทีเสวนา-แลกเปลี่ยนธุรกิจ เป็นพื้นที่สำหรับผู้บริหาร นักลงทุน และผู้ประกอบการรุ่นใหม่ที่ต้องการมองหาโอกาสใหม่ด้านการลงทุนสีเขียว โดยเวทีนี้จะมีการเจรจาธุรกิจ การเสวนาเชิงลึก และการจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) ระหว่างองค์กรจากหลากหลายอุตสาหกรรม ตั้งแต่พลังงานสะอาด การจัดการขยะและวัสดุหมุนเวียน เทคโนโลยีลดคาร์บอน ไปจนถึงนวัตกรรมอาหารแห่งอนาคต ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางการค้าโลกที่กำลังเร่งใช้มาตรการด้านสิ่งแวดล้อมเพื่อควบคุมมาตรฐานการนำเข้าและการผลิต อาทิ มาตรการปรับคาร์บอนก่อนเข้าพรมแดน (CBAM) ของสหภาพยุโรป

การรวมตัวของผู้เล่นระดับองค์กรใน SX2025 จึงถูกมองว่าเป็นโอกาสของธุรกิจไทยในการปรับตัวล่วงหน้า เพื่อไม่ให้เสียเปรียบคู่แข่ง และสามารถยกระดับซัพพลายเชนให้ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดโลก

งานนี้ยังเน้นการสร้างแพลตฟอร์มเชื่อมโยงระหว่างภาคธุรกิจและนวัตกรรมใหม่ ผ่านพื้นที่ SX Marketplace ซึ่งจะรวบรวมผู้ประกอบการด้านเทคโนโลยีสะอาด สตาร์ตอัพที่พัฒนาโซลูชั่นด้านเศรษฐกิจหมุนเวียน และผู้ผลิตวัสดุที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ ตลอดจนโซลูชั่นด้านพลังงานและระบบการจัดการทรัพยากรที่ช่วยองค์กรลดต้นทุนและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

โดยจุดนี้เป็นเวทีที่บริษัทข้ามชาติสามารถมองหาโอกาสการลงทุนหรือการเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์กับผู้เล่นในภูมิภาค ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของงานที่ต้องการยกระดับความร่วมมือเชิงพาณิชย์ได้

อีกหนึ่งไฮไลต์ที่สะท้อนความเป็น B2B ของ SX2025 คือการจัดการแข่งขัน Enactus World Cup 2025 ที่เปิดเวทีให้เยาวชนจากกว่า 30 ประเทศ นำเสนอโปรเจ็กต์ธุรกิจเพื่อสังคม (Social Enterprise : SE) ที่สามารถต่อยอดสู่การลงทุนจริงได้

เวทีนี้ถูกจับตามองว่าเป็นจุดเชื่อมโยงระหว่าง “คนรุ่นใหม่-สถาบันการศึกษา-โลกธุรกิจ” ซึ่งบริษัทเอกชนสามารถเข้ามาเลือกเฟ้นโครงการที่มีศักยภาพ นำไปพัฒนาต่อเชิงพาณิชย์ และสร้างพันธมิตรทางธุรกิจในอนาคตได้ทันที

ในเชิงเป้าหมาย การจัดงาน SX2025 กำหนดเป้าไว้อย่างชัดเจนว่าจะดึงดูดผู้เข้าร่วมมากกว่า 9 แสนคนตลอด 10 วัน เพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากปีก่อนหน้า โดยจะมีผู้สนับสนุนกว่า 300 องค์กร และนักศึกษากว่า 2,000 คนจาก 32 ประเทศเข้ามาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของงาน สะท้อนว่า ความสนใจในเรื่องความยั่งยืนไม่ได้จำกัดอยู่ในวงวิชาการ หรือกลุ่ม NGO อีกต่อไป แต่กลายเป็นกระแสหลักของโลกธุรกิจ ที่ทั้งภาครัฐและเอกชนต่างมองว่าการลงทุนในความยั่งยืนคือการลงทุนเพื่ออนาคตขององค์กรอย่างแท้จริง และในขณะเดียวกันยังเป็นโอกาสในการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจรูปแบบใหม่

ท่ามกลางสถานการณ์โลกรวนที่กดดันทุกภาคธุรกิจให้เร่งปรับตัว SX2025 เป็นหนึ่งในฐานะจุดนัดพบของผู้เล่นหลักในเศรษฐกิจอาเซียนและพันธมิตรนานาชาติที่ต้องการขับเคลื่อนโมเดลเศรษฐกิจสีเขียวร่วมกัน

SX2025 จึงไม่ใช่แค่งานมหกรรมด้านความยั่งยืน แต่เป็นเวที B2B ที่เปิดพื้นที่ให้ธุรกิจทุกระดับได้เข้ามาสร้างความร่วมมือใหม่ เชื่อมต่อกับพันธมิตรที่หลากหลาย และเรียนรู้แนวทางปรับตัวเพื่อความยั่งยืนในโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

การจัดงานปีนี้จึงเป็นมากกว่าการนำเสนอ แต่คือการวางรากฐานให้กับเครือข่ายธุรกิจที่พร้อมจะลงมือทำจริง เพื่อสร้างสมดุลทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมบนโลกใบนี้อย่างยั่งยืน

แท็กที่เกี่ยวข้อง

งาน Sustainability Expo 2025 (SX2025)